6 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮูตี ลุยมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่า เรือสินค้าติดธงชาติอินเดีย ถูกโจมตีใกล้กับท่าเรือฮูดัยดะห์ ของเยเมน จนเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง และจมลงในทะเลแดง
โดยเรือ 'เอ็มเอสวี ไฟซ์ นูร์ โอลิยา' เรือสินค้า ติดธงชาติอินเดีย ถูกโจมตีจนเกิดเพลิงลุกไหม้ จนเห็นเปลวไฟและกลุ่มควันขนาดใหญ่ ซึ่งจุดที่ถูกโจมตีอยู่ใกล้กับท่าเรือ ฮูดัยดะห์ ของเยเมน
สำนักข่าว Aaj Tak สถานีโทรทัศน์ของอินเดีย รายงานว่า 'เอ็มเอสวี ไฟซ์ นูร์ โอลิยา' ถูกเรือบรรทุกระเบิดพุ่งชนในทะเลแดง จนทำให้เรือเกิดเพลิงไหม้ และจมลงในทะเลแดง แต่โชคดีที่ลูกเรือชาวอินเดีย 13 คน ชาวเยเมน 1 คน รวม 14 คน ได้รับการช่วยเหลือจากทางกองกำลังฝั่งเยเมน จนปลอดภัยทั้งหมด
กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีเรือสินค้า 'เอ็มเอสวี ไฟซ์ นูร์ โอลิยา' สัญชาติอินเดีย จนอับปางในทะเลแดง บริเวณนอกชายฝั่งประเทศเยเมน เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ซึ่งลูกเรือชาวอินเดียทั้ง 13 คนได้รับการช่วยเหลือแล้ว
สถานทูตอินเดีย ณ กรุงริยาด กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานเชิงรุกกับทางการเยเมนเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของลูกเรือ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล ไม่ว่าการโจมตีจะเกิดขึ้นจากฝ่ายใดก็ตาม ควรยุติลงทั้งหมด ซึ่งทางการอินเดีย ก็ยังไม่ได้ระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้โจมตีเรือสินค้าของอินเดีย รวมถึงยังไม่ได้เจาะจงว่าประณามใคร
กระทรวงการต่างประเทศเยเมน ออกแถลงการณ์ ขอประณามอย่างรุนแรงต่อกลุ่มฮูตีที่โจมตีไปยังเรือสินค้า 'เอ็มเอสวี ไฟซ์ นูร์ โอลิยา' โดยใช้เรือบรรทุกระเบิด ขณะที่กำลังเดินเรือในทะเลแดง จนทำให้เรือจมลง การกระทำเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศอย่างอุกอาจ และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของการเดินเรือ รวมถึงเสรีภาพในการค้าตามเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ ซึ่งลูกเรือทั้ง 14 คนของเรือลำดังกล่าว ได้รับการช่วยเหลือโดยกองกำลังยามฝั่งเยเมนในพื้นที่ทะเลแดง ร่วมกับกองทัพเรือเยเมน และนำตัวส่งถึงท่าเรือโมคาอย่างปลอดภัย พร้อมระบุด้วยว่า การกระทำของกลุ่มฮูตี เป็นการก่ออาชญากรรมในรูปแบบก่อการร้าย ที่ทำร้ายประเทศ ขัดขวางการส่งออก พรากแหล่งรายได้สำคัญของประชาชนชาวเยเมน ที่กระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างเป็นวงกว้าง
6 ส.ค. 2569 เมื่อเวลา17.30น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) เขตดุสิต กทม. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล สถ. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น(ก.กลาง) ครั้งที่7/2569 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ไปยัง ก.จ. ก.ท. และก.อบต.ทั่วประเทศ โดยมีการหารือกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมงว่า จากมติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) เมื่อวันที่5ส.ค.ที่ผ่านมาที่เสนอเข้า ก.กลาง เพื่อรับทราบและพิจารณาในเรื่องของผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ จำนวน 5,925 คน ซึ่งก.กลางมีมติเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าดำเนินการตามที่ กสถ.เสนอ ส่วนกรอบเวลาต่อจากนี้ จะมีการประกาศขึ้นบัญชีใหม่สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบภายในวันพรุ่งนี้(7ส.ค.) ขณะที่ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน5,925คน จะถูกส่งข้อมูลพร้อมกับแนวทางปฏิบัติไปยังจังหวัดต่างๆที่มีการบรรจุไปแล้วประมาณวันที่10ส.ค.นี้ จากนั้นทางจังหวัดจะมีการประชุมแล้วส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)นั้นๆที่มีการบรรจุให้มีการถอดถอนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่31ส.ค.นี้
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มผู้ที่มีคะแนนสอบผ่านไปแล้วแต่ถูกอัพคะแนนเพิ่มขึ้น ที่พบว่ามีการขึ้นบัญชีบรรจุไปแล้วจำนวน97คนนั้น จะยังมีชื่ออยู่ในประกาศใหม่ ถือว่ายังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ แต่มีเงื่อนไขคือให้ปลายทางคืออปท.นั้นๆ ทำเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงประสานข้อมูลกับทางตำรวจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ที่ก็กำลังสืบสวนอยู่ หากพบว่าคนกลุ่มนี้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการทุจริตก็จะดำเนินการในขั้นต่อไป
“สิ่งที่กสถ. และก.กลางมีมติไปคือเรื่องการประกาศขึ้นบัญชีใหม่ ในการที่จะไปชี้ว่าใครทุจริตหรือไม่ทุจริต มันต้องอาศัยกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของตำรวจ และป.ป.ช.ที่กำลังทำงานอยู่ด้วยเช่นกัน” รมช.มหาดไทย กล่าว
เมื่อถามว่ามีการวางกรอบสำหรับ97คนหรือไม่เพราะอาจส่งผลกับบุคคลอื่นที่รอขึ้นบัญชีอย่างสุจริต รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ต้องเร็วที่สุด กรอบเวลาเราไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ เพราะแต่ละที่อาจมีวิธีการ หรือกรอบเวลาในการดำเนินการไม่เหมือนกัน
เมื่อถามว่าบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนประกาศครั้งนี้ สามารถร้องต่อศาลให้คุ้มครองชั่วคราวได้หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ก็มีสิทธิ์ แต่ต้องเรียนว่า กสถ. และก.กลาง ทำงานบนข้อเท็จจริง สามารถพิสูจน์ได้ด้วยนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับผู้ที่โดนถอดถอนทั้ง5,925คน ทางฝ่ายเลขาฯจะมีการส่งตัวหลักฐาน พร้อมกับวิธีการ และแนวทางการปฏิบัติไปยังก.จ. และอปท.ต่างๆที่ดำเนินการถอดถอนไปให้ทราบด้วย เข้าใจดีกว่าอปท.หลายๆแห่งในฐานะปลายทาง มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราก็จะมีแนวทางที่ชัดเจนไปให้ดำเนินการด้วย
เมื่อถามว่าที่ประชุมมีการหารือเกี่ยวกับการรองรับหากถูกบุคคลที่ถูกถอดถอนฟ้องร้องกลับ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทาง สถ.จะตั้งทีมมอนิเตอร์เรื่องนี้ด้วย ทางรักษาการอธิบดีสถ.จัดการเรียบร้อย เมื่อถามว่าหากผู้ที่ถูกถอดถอนฟ้องร้องไปแล้วชนะคดีใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือจะมีการตำแหน่งหรือไม่ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปมองถึงตรงนั้น เอาตรงนี้ก่อนดีกว่า เพราะสิ่งที่เราเจอวันนี้เราเห็นว่าคนเหล่านี้มีคะแนนผิดปกติจริง
Bloomberg รายงาน ไทยพร้อมเปิดตลาดและลดภาษีสินค้าสหรัฐหลายรายการ แต่ย้ำธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ
สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ว่า รัฐบาลไทยจะไม่ยอมเปิดทางให้บริษัทสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้น 100% ในธุรกิจโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) แม้ประเด็นดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ตาม
รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งระบุว่า การเจรจาการค้ารอบต่อไปกับสหรัฐฯ จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และแม้ไทยพร้อมเปิดตลาดในหลายด้าน แต่มีเพียงภาคธุรกิจเดียวที่รัฐบาลไม่ต้องการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นทั้งหมด คือ ธุรกิจบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ เนื่องจากเป็น "ประเด็นด้านอธิปไตยของประเทศ" (sovereign issue)
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ระบุว่า "มีเพียงภาคธุรกิจเดียวที่เราไม่ต้องการให้เข้ามาลงทุน คือบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ เพราะเป็นประเด็นอธิปไตยของประเทศ และโดยพื้นฐานแล้ว บริษัทสหรัฐฯ ที่ต้องการเรื่องนี้จริงๆ มีเพียง SpaceX"
รายงานระบุว่า SpaceX ของนายอีลอน มัสก์ ซึ่งให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink พยายามขยายการให้บริการในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง แต่ติดข้อจำกัดของกฎหมายไทยที่กำหนดเพดานการถือหุ้นของต่างชาติในกิจการโทรคมนาคมบางประเภทไว้ไม่เกิน 49% ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถจัดตั้งบริษัทย่อยที่ถือหุ้นโดยต่างชาติทั้งหมดได้
Bloomberg ยังอ้างด้วยว่า ไทยเคยปฏิเสธข้อเสนอของ SpaceX ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 โดยในเวลานั้น หนังสือพิมพ์ The Nation รายงานว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไม่เห็นชอบให้บริษัทจัดตั้งบริษัทย่อยที่ต่างชาติถือหุ้น 100% เพื่อดำเนินธุรกิจดาวเทียมในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ไทยยังคงเดินหน้าเสนอสัมปทานทางการค้าแก่สหรัฐฯ ในหลายด้าน เพื่อให้การเจรจาลดภาษีศุลกากรบรรลุผล ได้แก่ เพิ่มการจัดซื้อเครื่องบินจากสหรัฐฯ, เพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG), เพิ่มการนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวโพด, ลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หลายรายการเหลือ 0% ,ยอมรับมาตรฐานสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ สำหรับเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แต่ไทยยังไม่พร้อมเปิดตลาดเนื้อหมูตามข้อเรียกร้องของฝ่ายสหรัฐฯ
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า เป้าหมายหลักของไทยในการเจรจาการค้าคือ การรักษาอัตราภาษีสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 19% ท่ามกลางการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการสอบสวนทางการค้าหลายฉบับกับประเทศคู่ค้า
6 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ประกาศเตือนว่า ไต้ฝุ่น ดอลฟิน (Dolphin) ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังแรง มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่โอกินาวา และหมู่เกาะอามามิ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น คาดลมกระโชกแรงสูงสุด 216 กม.ต่อชม. คลื่นสูง 9 เมตร พร้อมขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับลมกระโชกแรง คลื่นสูง และฝนตกหนัก
เมื่อเวลา 03.00 น. วันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) ศูนย์กลางของไต้ฝุ่นดอลฟินอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยพายุเริ่มเคลื่อนห่างจากหมู่เกาะโอกาซาวาระ แต่คาดว่าจะเข้าใกล้โอกินาวาและอามามิในระดับความรุนแรงสูง
พายุไต้ฝุ่นดอลฟินมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก และจะทำให้ทะเลบริเวณโอกินาวามีคลื่นลมแรงในวันพุธ ก่อนส่งผลกระทบต่อพื้นที่อามามิในวันพฤหัสบดี พร้อมคาดว่า ในวันพฤหัสบดี ลมแรงสูงสุดในจังหวัดโอกินาวาอาจเพิ่มเป็น 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขณะที่พื้นที่อามามิอาจมีลมแรงสูงสุด 82.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงสูงสุด 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางพื้นที่ของจังหวัดโอกินาวาอาจเผชิญลมแรงระดับที่สามารถสร้างความเสียหายหรือทำให้บ้านเรือนบางหลังพังถล่มได้ พร้อมแนะนำให้ประชาชนเข้าไปหลบภัยในอาคารที่มีความแข็งแรง
ขณะเดียวกัน บางพื้นที่ในญี่ปุ่นยังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด โดยอุณหภูมิในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันตก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) คาดว่าเมืองคุมาโมโตะ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว จะมีอุณหภูมิสูงสุด 39 องศาเซลเซียส ขณะที่นครโอซากาและเมืองซางะอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 38 องศาเซลเซียส
6 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลยุทโธปกรณ์ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเตือนว่า คลังอาวุธและกระสุนสำรองของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังลดลงสู่ระดับที่ "น่าเป็นห่วง" หลังต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการปฏิบัติการทางทหาร หลังคลังขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศลดลงอย่างหนักจากการสู้รบกับอิหร่าน ขีปนาวุธสกัดสำหรับระบบ THAAD ถูกใช้งานไปเกือบ 80% ของจำนวนที่มีอยู่ก่อนสงคราม ขณะที่ขีปนาวุธสำหรับระบบ Patriot ถูกใช้ไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง
ความคืบหน้าล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่า คลังกองทัพสหรัฐนั้นอยู่ในระดับที่ 'น่าเป็นห่วง' โดยเขาอ้างว่า สหรัฐอเมริกานั้นมีอาวุธยุทโธปกรณ์อีก "จำนวนมหาศาล" หลังจากมีรายงานจากสื่อต่างๆทั่วโลกว่า คลังอาวุธของกระทรวงกลาโหมที่ร่อยหรอลง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐมี 'กระสุน' อีกจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระสุนบางประเภท นอกจากนี้ ยังมีการผลิตและจัดส่งกระสุนจำนวนมากไปยังสหรัฐฯ ตามความต้องการ ซึ่ง 'ทรัมป์' ได้ออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าวบนทรูธ โซเชียล @RealDonaldTrump ระบุข้อความว่า "สหรัฐฯ มีคลังกระสุนและยุทโธปกรณ์ จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะบางประเภท นอกจากนี้ยังมีการผลิตและขนส่งเข้ามายังสหรัฐฯ ในปริมาณมากเท่าที่สหรัฐฯต้องการตามความจำเป็น
บริษัทด้านกลาโหมกำลังสร้างโรงงานและโรงงานผลิตจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์เรา ผู้ที่ปล่อยข้อมูลรั่วไหล ซึ่งเป็นถ้อยแถลงที่เป็นการเข้าข่ายการทรยศต่อประเทศชาติ กำลังถูกติดตามตัวอยู่และจะมีการเรียกร้องให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลานาน - ประธานาธิบดี DJT"
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012