

เชิญชมออนไลน์การแสดงสี่ภาคของ วิทยาลัยนาฏศิลป
สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 เกือบหนึ่งปีเต็มที่ไม่ได้เขียนคอลัมน์นี้ คงยังไม่สายเกินไปที่จะกล่าวต้อนรับปีใหม่ ขอให้เป็นปีที่ท่านผู่อ่านและชาวแก๊งกินรำทำเพลงของพวกเรา พบแต่สิ่งดีงาม มีความสุขกับชีวิตวิถีพอเพียงและ สำราญใจกับเสียงดนตรี ระบำรำฟ้อน รวมทั้งสุขใจกับอาหารที่นำมาซึ่งสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์นะคะ
ปีที่ผ่านมาได้เดินทางไปเมืองไทยสองครั้ง ด้วยเหตุที่คู่ชีวิตของดิฉันป่วยหนักและในที่สุดเขาก็ได้จากครอบครัวเราไปเมื่อเดือนสิงหาคมของปีที่แล้ว ด้วยอายุแปดสิบเก้า แม้จะเศร้าโศกเพียงใดครอบครัวเราก็ทำใจได้ว่า เขาได้ไปดีแล้ว ไม่เจ็บปวดอีกต่อไป ชีวิตต้องดำเนินต่อไป และนั่นก็คือการเดินทางไปเมืองไทยของดิฉันที่ไม่ได้ไปเที่ยว ไม่ได้มีงานเขียนไปชมการแสดงโขนหรือศิลปวัฒนธรรมใดๆ
แต่แม้ว่าในปีนี้ดิฉันจะไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เพื่อนำเรื่องเล่าการไปกินไปชมรำหรือดนตรี แต่ความที่เป็นคนติดตามและชื่นชอบศิลปะดังกล่าวก็สามารถติดตามชมการแสดงใดที่เราสนใจได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก โลกไร้พรมแดนสมัยนี้แค่กดติดตามผลงานศิลปะ และศิลปินที่ชื่นชอบได้ตลอดเวลา เพียงแต่เราจะต้องหาข้อมูลให้ดีๆ ว่าที่ใดมีการแสดงอะไร เมื่อไรและที่ใด ดิฉันมีคุณครูสองสามท่านที่เป็นแหล่งข้อมูลอย่างดีให้ติดตาม ขอขอบคุณ ครูแมว ทรงยศ แก้วดี และ ครูตึ๋ง ชัยรัตน์ วีระชัย อาจารย์จากวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ที่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าว่า ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569 นี้ จะมีการแสดงใหญ่จัดขึ้นที่วิทยาลัยนาฏศิลป ศาลายา นครปฐม อย่าลืมติดตาม เพราะจะมีทั้ง live ทุกวันงาน หากเวลาไม่ตรงกันก็กลับไปดูได้ผ่านเฟซบุ๊กของ วิทยาลัยนาฏศิลป บัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยการแสดงนี้มีชื่อว่า
“มหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย น้อมอาลัยแม่ของแผ่นดิน บัณฑิตพัฒนศิลป์ สืบสานศิลป์ แผ่นดินสยาม” สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 9 ถึงวันที่ 11 มกราคม 2569 ณ วิทยาลัยนาฏศิลป ศาลายา”
เป็นการแสดงรวมกันสี่ภาคของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปทั้วประเทศไทย เหนือ ใต้ กลาง อีสาน
วัตถุประสงค์หลักๆ ก็คือ (ข้อมูลจากสูจิบัตรงาน)
1. เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ
2. เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ และยกระดับมาตรฐานผลงานสร้างสรรค์ทางศิลปวัฒนธรรม ทั้งด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์และทัศนศิลป์ ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับชาติและนานาชาติ
3. เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (Creative Economy) และขับเคลื่อนนโวบายแห่ง “อำนาจละมุน” (Soft Power) ผ่านการส่งเสริมสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม
4. เพื่อบูรณาการความร่วมมือทางวิชาการและการสร้างสรรค์ศิลปะ ร่วมกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานทางวัฒนธรรม
ครั้นถึงวันและเวลาที่มีการแสดง แม้ว่าบางการแสดงจะไม่ตรงกับเวลาในแคลิฟอร์เนีย แต่ดิฉันก็มิได้ย่อท้อ ติดตามเพจของสถาบันตลอด และไม่ผิดหวังเลย เพราะรายการแสดงเป็นสุดยอดของการตระเตรียม งดงามด้วยระบำรำฟ้อน วงดนตรีทั้งไทยและสากล การจัดเวทีและภาพประกอบฉาก ทุกรายการตระการตามากค่ะ
ทั้งสามวันที่มีการแสดง มีมากมายที่จำไม่ถ้วน และมีมากรายการประทับใจ แต่ที่สุดๆ เลยก็คือการแสดงถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ใช้นักแสดงนับร้อย ระบำชุดไทยพระราชนิยม ระบำซอ ระบำโนรา พระบารมีคุ้มเกล้าชาวอีสาน ละครพันทางราชาธิราช ตอนศึกกามนี “ปฐมบท นางเอกนาฏตะลุงหลุง” โขน ตอนรามาวตาร เป็นต้น นี่เป็นแค่น้ำจิ้มที่มาแนะนำในเนื้อที่อันจำกัดนี้
อยากให้ท่านผู้อ่านที่อยู่ไกลบ้านได้มีโอกาสสัมผัสศิลปะนาฏศิลป ดนตรีไทย โขน และละครที่แต่ละภาคของสถาบันได้นำมารังสรรค์ให้ชม มีทั้งที่อนุรักษ์และสร้างสรรใหม่ โดยท่านเข้าไปที่เพจดังที่ผู้เขียนเอ่ยข้างต้น และสำหรับสูจิบัตรซึ่งมีรายละเอียดทุกการแสดง อยู่ในลิงก์นี้ ลอกไปกดดูได้เลยค่ะ
สูจิบัตรงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทย(69).pdf - Google Drive
ขอขอบคุณข้อมูลจากสูจิบัตรงานค่ะ และเนื่องจากภาพจากงานอาจจะมีลิขสิทธิ์ ดิฉันจึงขอแค่ลงภาพประกอบที่ได้รับมาจากเฟซบุ๊ก คุณครูชัยรัตน์ ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ขอให้ท่านสนุกและมีความสุขกับการรับชมงานดังกล่าวด้วยค่ะ และเมื่อชมแล้วติดใจ ปีหน้าเขาจะจัดกันอีกที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป จังหวัดพัทลุงค่ะ พบกันใหม่โอกาสหน้านะคะ