ช่วงนี้คนไทยในแอลเอและทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับการออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รวมทั้งการลงประชามติในประเด็นคำถามเกี่ยวกับการจัดให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 นี้ ซึ่งขณะนี้ผู้ที่ได้รับเอกสารจากสถานกงสุลใหญ่ฯ ก็ได้ใช้สิทธิ์ในการออกเสียงนอกราชอาณาจักรและส่งเอกสารคืนกลับมา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสได้เริ่มส่งเอกสารกลับไปยังประเทศไทยเพื่อรวมนับกับบัตรลงคะแนนที่คูหาในวันเลือกตั้งทั่วไปแล้ว 3 ครั้ง ๆ แรกในวันที่ 23 มกราคม จำนวน 1,981 ซอง ครั้งที่ 2 ในวันที่ 27 มกราคม จำนวน 3,161 ซอง และครั้งที่ 3 ในวันที่ 29 มกราคม เป็นจำนวน 861 ซอง รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 6,003 ซองหรือ 82.69% ของจำนวนเอกสารของผู้มีสิทธิ์ที่มาลงทะเบียนทั้งหมด โดยมีกำหนดจะส่งออกไปอีกครั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งทางกงสุลฯหวังว่าจดหมายทั้งหมดจะถูกส่งกลับมาทันเวลาดังกล่าว ดังนั้นตอนนี้หากใครส่งมาไม่ทันและอยู่ไม่ไกลจากสถานกงสุลใหญ่ฯ ก็สามารถนำเอกสารมาส่งได้ด้วยตัวเองที่กล่องรับด้านล่าง ณ ตึกที่ทำการกงสุลฯ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอยู่
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง นำโดย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะและนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ซึ่งเป็น 2 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง และคณะได้มาพบปะพูดคุยกับประชาชนไทยในลอสแอนเจลิสเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับ “สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างแดน” ที่วัดศาลาพระธรรมราชานุวัตร วัดไทยลอสแองเจลิส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 มกราคม) ซึ่งทางหนังสือพิมพ์ไทยแอลเอก็ได้รับเชิญเข้าร่วมฟังข้อมูลและได้เป็นตัวแทนสื่อมวลชนเข้าซักถามข้อสงสัยแทนประชาชนไทยด้วย
ทางกกต.ได้ให้ข้อมูลว่าในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร (ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต) ใช้กฎหมายคนละฉบับกับการลงคะแนนออกเสียงประชามติ ทำให้มีความซับซ้อนไม่ตรงกันในเรื่องวิธีการและห้วงเวลา เช่น ประชาชนในประเทศไทยสามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ประชามติไม่สามารถทำได้ ส่วนประชาชนไทยที่ใช้สิทธินอกราชอาณาจักรโดยทางไปรษณีย์สามารถทำการเลือกได้พร้อมกันและส่งเอกสารมาให้กับสถานกงสุลฯ หรือสถานทูตเป็นตัวกลางในการจัดแยกบัตร โดยบัตรเลือกตั้งผู้แทนฯ ทั้งสองใบ (บัตรสีเขียวสำหรับสส.เขตและสีชมพูสำหรับสส.บัญชีรายชื่อ) จะถูกส่งไปยังประเทศไทย ส่วนบัตรประชามติ (สีเหลือง) จะถูกนำรวมไปนับพร้อมกันที่สถานกงสุลฯ หรือสถานทูตที่มีคนไทยลงทะเบียนอยู่ภายในเวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมงหลังจากมีการนับประชามติที่ประเทศไทย
ขณะนี้มีคนไทยทั่วโลกที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกราชอาณาจักร 129,800 คน โดยมีคนไทยที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ลงทะเบียนสูงสุด ส่วนผู้ลงทะเบียนผ่านสกญ.ใหญ่ฯ แอลเอ ถือเป็นกลุ่มที่ลงทะเบียนสูงที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีจำนวน 7,258 คน ทางกกต.ก็หวังว่าจะได้รับเอกสารทั้งหมดที่ส่งออกไป เพราะทางรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศมาก โดยได้ทุ่มงบประมาณถึง 193 ล้านบาทสำหรับการออกเสียงนอกราชอาณาจักรในครั้งนี้
กกต.ขอยืนยันว่าได้ใช้พยายามอย่างมากในการทำให้กระบวนการเลือกตั้งมีความโปร่งใสและประชาชนสามารถออกมาใช้สิทธิ์ได้มากที่สุดตามข้อกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ โดยหลังจากที่มีการประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม ทางกกต.ก็ได้ประสานงานกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเพื่อเปิดระบบฐานทะเบียนราษฎร์ รวมทั้งมีการจัดการลงคะแนนเสียงประชามติควบคู่กันไปด้วย โดยทางกฎหมาย กตต.จะต้องประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติทั้งหมดภายในวันที่ 8 ดังนั้นจึงไม่สามารถยืดระยะเวลาในการลงทะเบียนเกินกว่าวันที่ 5 มกราคม ได้ ส่วนเรื่องของการรับสมัครสส.ได้เปิดให้มีการรับสมัครในวันที่ 28-31 ธันวาคม และเมื่อปิดรับสมัครแล้วถึงนำเอาชื่อและจำนวนสส.และพรรคทั้งหมดมาพิมพ์ลงบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อที่จะได้ส่งบัตรเลือกตั้งออกไปในวันที่ 9 มกราคม 2569
เพื่อให้กระบวนการในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมีความโปร่งใส การรับเอกสารและส่งเอกสารผ่านทางถุงเมลไปยังเมืองไทยก็มีความรัดกุมแน่นหนา โดยมี 3 หน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ (ผ่านทางอธิบดีกรมการกงสุล) กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และไปรษณีย์ไทย เมื่อสกญ.ฯ ได้รับเอกสารการลงคะแนนมาแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการเปิดซองเอกสารและตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนที่ส่งมา มีการแยกซองบัตรลงทะเบียนสส.ออกไปตามเขตตามภูมิลำเนา ส่วนซองบัตรประชามติถูกนำไปใส่ไว้รวมกันในกล่องเพื่อนับต่อไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังจากทำการแยกซองบัตรและลงข้อมูลทำรายงานผู้มาใช้สิทธิ์ครบแล้ว ซองบัตรลงทะเบียนซึ่งมีการปิดผนึกเซ็นกำกับโดยเจ้าหน้าที่กงสุลฯ ในแต่ละเขตเลือกตั้งจะถูกนำมารวมกันในถุงใสและปิดถุงพร้อมระบุจำนวนบัตรในถุงก่อนปิดผนึกและนำไปรวมกันกับเขตเลือกตั้งอื่นในจังหวัดเดียวกัน เมื่อทำขั้นตอนดังกล่าวครบจนทุกเขตแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะทำการปิดถุงเมลทางการทูตด้วยลวดเหล็กและตราประทับ และนำไปส่งที่ Cargo สนามบินเพื่อจัดส่งในเที่ยวบินไปยังสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป โดยเมื่อถุงเมลไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 หน่วยงานข้างต้นไปตรวจรับถุงเมลที่ปิดผนึกมา และทางปณ.ไทยจะนำเอกสารไปยังศูนย์คัดแยกเพื่อทำการส่งไปยังเขตเลือกตั้งกลางจำนวน 400 เขต และไปรวมนับพร้อมกับบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรดังกล่าว กกต.ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงประชามติในครั้งนี้ด้วย โดยกล่าวว่าการลงประชามติครั้งนี้เป็นการถามความเห็นประชาชนในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกเพื่อถามความเห็นว่าประชาชน “เห็นชอบ” หรือ “ ไม่เห็นชอบ” ในการให้เริ่มมีการจัดทำรัฐธรรมฉบับใหม่ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นว่าต้องการอยากได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าฉบับนี้หรือไม่ โดยหากมีผู้ลงประชามติเสียงส่วนใหญ่ว่าเห็นชอบ กระบวนการต่อไปก็คือจะมีการเสนอวิธีแก้ไข รวมทั้งมีการเลือกสสร. ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็น่าจะเป็นสส.ใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งเข้าไปจะทำหน้าที่ในการถกเถียงและจัดการในขั้นนี้ และหากขั้นตอนที่ 2 สำเร็จเรียบร้อย ได้ “ร่าง” รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทางสภาตกลงกันแล้ว ก็จะมีการนำเอามาเสนอให้กับประชาชนเพื่อลงประชามติอีกเป็นครั้งที่ 3 ว่าจะ “รับ” หรือ “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สภาเสนอมา การลงประชามติครั้งนี้จึงเป็นเพียงแค่การเปิดทางให้มีการแก้ไข ซึ่งมีเรื่องหลายเรื่อง อาทิเช่น วิธีการได้มาของสส. หรือกระบวนการเลือกตั้ง ถ้าหากประชาชนลงมติเห็นชอบเปิดทางก็จะถูกนำไปถกเถียงกันในสภาต่อไป
ในเรื่องของการนับผลคะแนนประชามติ ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่พวกเราชาวแอลเอได้ไปดูการนับคะแนนด้วยตัวเอง ทางสกญ.ใหญ่ฯ แอลเอ จึงขอเชิญชวนประชาชนไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ลานจอดรถของตึกที่ทำการฯ ตั้งอยู่ที่ 611 N Larchmont Blvd, Los Angeles, CA 90004 ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป โดยขอให้ประชาชนที่เข้าร่วมสังเกตการณ์นำบัตรประชาชนไทย/พาสปอร์ตไปด้วยเพื่อยืนยันตัวตน ...แล้วพบกันค่ะ
เรื่อง/ภาพ... วลัยพรรณ เกษทอง
ภาพ : ดอน เจริญสุดใจ