

ธุรกิจไทยในอเมริกา ระวัง! เว็บไซต์ไม่ผ่าน The Americans with Disabilities Act (ADA) เสี่ยงถูกฟ้องจริง
หลังจากที่ผมได้เขียนบทความเตือนเรื่อง ธนบัตรปลอมที่กำลังระบาดในธุรกิจไทย ไปไม่นาน วันนี้กลับได้รับข่าวใหม่ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยหลายรายต้องปวดหัวซ้ำอีกครั้งเพราะมีธุรกิจคนไทยหลายรายในรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐอื่น ๆ ถูกฟ้องร้อง เพราะเว็บไซต์ของร้าน “ไม่เข้าตามกฎหมาย ADA” ของสหรัฐอเมริกา
นี่แหละครับที่คนไทยเรียกว่า
“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก”
หมายถึง ปัญหาเก่ายังแก้ไม่ทันเสร็จ ปัญหาใหม่ก็โผล่มาซ้ำทันที
จากหน้าร้าน… สู่หน้าเว็บไซต์
ในอดีต การฟ้องคดีลักษณะนี้มักเกิดจาก ผู้พิการ (เช่น ตาบอด เดินไม่ได้ ใช้รถเข็น) เข้าไปใช้บริการที่ร้านอาหาร ร้านนวด ร้านเสริมสวย ฯลฯ แล้วพบปัญหา เช่น
• ห้องน้ำไม่รองรับ
• รถเข็นเข้าไม่ได้
• อ่างล้างมือสูงเกินไป
จากนั้นข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งให้ทนาย และนำไปฟ้องใน ศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย (CA Superior Court)
เจ้าของร้านต้องรีบหาทนาย แก้ต่างภายใน 30 วัน และแน่นอนว่า มีค่าใช้จ่ายตามมา
แต่ ปัจจุบัน… เขาไม่ต้องเข้าร้านแล้ว แค่ เข้าไปดูเว็บไซต์ของคุณ
ถ้าพบว่าเว็บไซต์ไม่รองรับผู้พิการ ก็สามารถยื่นฟ้อง เรียกค่าเสียหาย และบังคับให้แก้ไขเว็บไซต์ได้ทันที
ข้อกฎหมายที่มักถูกใช้ฟ้อง คดีเว็บไซต์ไม่ผ่าน ADA ในแคลิฟอร์เนีย มักอ้างกฎหมายเหล่านี้:
1. Unruh Civil Rights Act
2. California Disabled Persons Act
3. Americans with Disabilities Act (ADA)
พูดง่ายๆ คือ เป็นกฎหมายที่ห้ามธุรกิจ “กีดกันผู้พิการ” ไม่ว่าทางกายภาพหรือทางออนไลน์
เว็บไซต์ที่ “ถูกกฎหมาย ADA” คืออะไร
หมายถึง การออกแบบเว็บไซต์ให้ ผู้พิการทุกประเภทใช้งานได้ อย่างเท่าเทียม เช่น
• ผู้พิการทางสายตา
• ผู้พิการทางการได้ยิน
• ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว
• ผู้พิการด้านการเรียนรู้หรือการรับรู้
มาตรฐานสากลที่ใช้วัด เรียกว่า WCAG ปัจจุบัน (ปี 2026) องค์กรส่วนใหญ่ใช้
WCAG 2.1 หรือ 2.2 ระดับ AA
เว็บไซต์แบบไหน “เสี่ยงโดนฟ้อง”
ปัญหาที่พบบ่อยมาก ได้แก่
• รูปภาพไม่มีคำอธิบาย (Alt Text)
• ใช้คีย์บอร์ดนำทางเว็บไซต์ไม่ได้
• สีตัวหนังสือกับพื้นหลังไม่ชัด
• วิดีโอไม่มีซับไตเติล
• ฟอร์มกรอกข้อมูลไม่มีป้ายกำกับที่โปรแกรมอ่านหน้าจอเข้าใจ
ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักถูกตรวจเจอด้วย โปรแกรมอัตโนมัติ( AI) ของสำนักงานกฎหมาย
ถ้าโดนหมายเรียก ต้องทำอย่างไร
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ห้ามนิ่งเฉย”
ถ้าไม่ตอบสนอง ศาลอาจตัดสินแพ้โดยอัตโนมัติ
ควรทำทันที:
1. ติดต่อทนายที่เชี่ยวชาญคดี ADA
2. เริ่มแก้ไขเว็บไซต์ทันที เพื่อแสดง “ความตั้งใจสุจริต”
3. ลงประกาศ Accessibility Statement บนเว็บไซต์
4. รีบแก้จุดพื้นฐาน เช่น รูปภาพ ฟอร์ม สีตัวอักษร
การปิดเว็บไซต์หนีปัญหา ไม่ช่วย
เพราะความผิดย้อนหลังยังคงอยู่ และอาจถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือ
ค่าใช้จ่าย: แก้ก่อน หรือโดนฟ้อง
• ปรับเว็บไซต์ให้ถูก ADA
ธุรกิจขนาดเล็ก–กลาง: ประมาณ 5,000–20,000 ดอลลาร์
• ค่าใช้จ่ายคดี ADA
มักเริ่มที่ 5,000–20,000 ดอลลาร์
และอาจพุ่งเกิน 100,000 ดอลลาร์ หากสู้คดี
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายย้ำตรงกันว่า
“ป้องกันไว้ก่อน ถูกกว่าถูกฟ้องทีหลังเสมอ”
บทเรียนสำหรับธุรกิจไทยในอเมริกา
วันนี้ เว็บไซต์คือ “หน้าร้าน” ของธุรกิจ
การทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย
แต่คือความรับผิดชอบ และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีในระยะยาว
รู้ก่อน ปรับก่อน ดีกว่าถูกฟ้องก่อน
โชคดีครับ
คิด ฉัตรประภาชัย