วันที่ 12 มิ.ย.2569 สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน หรือ กษศัตริย์จิกมี แห่งภูฏาน ทรงโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck” ระบุว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ทรงทราบข่าวการสวรรคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา แห่งประเทศไทย ด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่ง อาลัยสุดซึ้ง ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ น้อมรำลึกถึง ‘พระเชษฐภคินี’
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระชนม์ชีพ เพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชน ผ่านพระราชภารกิจในการส่งเสริมความยุติธรรม สนับสนุนสวัสดิภาพของสตรีและเด็ก และพระราชภารกิจอันโดดเด่นในกองทัพไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความรู้สึกรับผิดชอบอย่างลึกซึ้งและความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น การอุทิศตนเพื่อบริการสาธารณะของพระองค์ทำให้พระองค์ได้รับความเคารพและชื่นชมอย่างกว้างขวาง
ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าอย่างยิ่งนี้ เราขอแสดงความเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชวงศ์ไทย และประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย เราขอร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้ซึ่งอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อรับใช้ชาติและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่รู้จัก และกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของพระองค์
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง “พระองค์ภา” สิ้นพระชนม์ 11 มิถุนายน 2569 สิริพระชันษาปีที่ 47 เปิดให้สรงน้ำพระศพ เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง 13 มิถุนายน 2569
ตามที่สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้
1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกา
2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. - 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตน์ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. - 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็น เจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน
…สำนักพระราชวัง 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569...
นายอนุทิน ชาญวีกรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ ชี้ประชาชนทำมาหากินได้ตามปกติช่วงไว้อาลัย มั่นใจทุกคนทราบข้อปฏิบัติดี แจงงานรื่นเริง-คอนเสิร์ต จัดได้ปกติ
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การประชุม ครม. วันนี้ มีวาระเดียวคือการเตรียมการดำเนินการงานพระราชพิธีต่างๆ โดยมอบหมายให้แต่ละกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนและให้การดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานให้ดีที่สุด โดยแนวทางการไว้อาลัยขอให้เป็นไปตามแถลงการของสำนักพระราชวัง...
เมื่อถามถึงภารกิจของนายกฯ ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องปรับอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับภารกิจต่างประเทศที่เตรียมการนัดหมายผู้นำประเทศต่างๆ ไว้แล้ว ก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และตนได้แจ้งให้รัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆ ว่า หากมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ขอให้เน้นที่ตัวภารกิจและพยายามตัดกำหนดการที่ไม่ใช่ประเด็นหลักและให้ไปในระยะเวลาที่สั้นที่สุด...
เมื่อถามต่อว่าการจัดงานต่างๆ ของประชาชนสามารถดำเนินการต่อได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการใช้ชีวิต การทำมาหากิน การสร้างรายได้ต่างๆ คิดว่าประชาชนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติ ไม่มีอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเก็บความเศร้าโศก ทุกคนมีความเศร้าโศก มีความเสียใจเป็นอันมากอยู่แล้ว แต่เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ การใช้ชีวิต การทำมาหากิน ขอให้เป็นเรื่องปกติ ตนมั่นใจว่าพวกเราทุกคนทราบดีว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรที่เหมาะสมในช่วงเวลาการไว้ทุกข์ และในแถลงการณ์พระราชวังแถลงมาชัดเจน และถือเป็นช่วงเหลื่อมล้ำ เพราะในส่วนราชการก็ไว้ทุกข์ในวาระของสมเด็จพระพันปีหลวงอยู่แล้ว ...
เมื่อถามอีกว่าสำหรับงานรื่นเริงคอนเสิร์ตยังสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่าทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติเหมือนสมัยสมเด็จพระพันปีหลวง ก็สามารถจัดได้ งานทุกงานก็จะเริ่มด้วยการยืนถวายความอาลัย ถ้าเราทำตรงนั้นก็ถือว่าเราได้รับทราบและได้ปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสมแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ นายอนุทิน นำ ครม. ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ โดย ครม. เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง และแต่งกายไว้ทุกข์...
แหล่งข่าวตะวันตกระบุ ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และอาจมีการลงนามในวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. นี้ โดยข้อตกลงครอบคลุมการยกเลิกคว่ำบาตร การปลดล็อกทรัพย์สิน และการยุติการสู้รบหลายแนวรบ ขณะที่ประเด็นนิวเคลียร์จะถูกเลื่อนไปหารือในภายหลัง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงทางการทูตของตะวันตก ว่าร่างบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน อยู่ระหว่างการปรับแก้รายละเอียดในขั้นสุดท้าย และอาจมีการลงนามได้ “อย่างเร็วที่สุด” คือในวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. นี้
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการยืนยันสถานที่จัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายมองว่า เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์มีความเป็นไปได้มากที่สุด
สำหรับผู้แทนของแต่ละฝ่ายในการลงนามนั้น มีการคาดการณ์ว่า รองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ จะเป็นผู้แทนของสหรัฐ และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน จะเป็นผู้ลงนามแทนอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า ร่างข้อตกลงจะรวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน การปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ การยุติการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน การถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบอิหร่าน และการจัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์จะมีการเลื่อนออกไปหารือในภายหลัง โดยสหรัฐต้องการหลักประกันว่า อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านยืนกรานมาตลอดว่า ไม่ได้มีเป้าหมายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า อิหร่านจะมอบสิ่งใดตอบแทน ขณะที่สหรัฐยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : REUTERS
ที่มา : AP 12 มิ.ย. 2569 : เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ส่งผลให้กลุ่มควันดำหนาทึบลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพสถานประกอบการใกล้เคียง เร่งควบคุมสถานการณ์
เพลิงเริ่มลุกไหม้ที่ศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท เมดไลน์ ผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ผ่าตัดรายใหญ่ ในเมืองเทรซี ซึ่งอยู่ห่างจากนครซานฟรานซิสโกไปทางตะวันออกราว 88 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ต้องอพยพพื้นที่ส่วนใหญ่โดยรอบ เนื่องจากกระแสลมแรงเพิ่มความเสี่ยงที่สะเก็ดไฟจะปลิวไปยังจุดอื่น โดยคลังสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์จัดส่งสินค้าของบริษัท อเมซอน (Amazon), โฮม ดีโป (Home Depot) และ เฟดเอ็กซ์ (FedEx)
โฆษกของบริษัทเมดไลน์ระบุว่า พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว และไม่มีรายงานผู้สูญหาย โดยทางบริษัทกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน เพื่อประเมินผลกระทบจากเหตุไฟไหม้ พร้อมจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมีความคืบหน้า
ด้านหัวหน้าหน่วยดับเพลิงเปิดเผยว่า การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากระบบสปริงเกลอร์ของอาคารซึ่งดูเหมือนจะขัดข้อง รวมถึงแรงดันน้ำจากหัวจ่ายน้ำดับเพลิงภายในพื้นที่ต่ำกว่าปกติ โดยปัญหาดังกล่าวน่าจะเกิดจากระบบน้ำภายในคลังสินค้า ไม่ใช่ระบบของเมือง และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุ.
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012