ข่าว
"วีเจจ๋า" ขอแจงหลังตกเป็นข่าว แย่งสามี”มัดหมี่”ลูกสาวนายพล

เป็นกระแสข่าวดังขึ้นมาทันทีจากกรณีข่าวซุบซิบถึงนักแสดงระดับนางเอก(จอเงิน) อักษรย่อเป็นภาชนะใส่ข้าว (จ.) ไปแย่งสามีจากลูกสาวนายทหาร พร้อมให้หลักฐานเป็นภาพเป็นเที่ยวบินไปฮ่องกงของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายระหว่างวันที่ 19-21 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในบรรดารายชื่อที่ถูกคาดเดานั้น ดูเหมือนเป้าใหญ่ที่หลายคนสนใจก็คือ "วีเจจ๋า" ณัฐฐาวีรนุช ทองมี" เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าตัวได้มีการโพสต์ภาพระหว่างที่บินไปเที่ยวที่ฮ่องกงพอดี

ขณะที่ในส่วนของคู่กรณีของเธอนั้นหลายคนมองว่าน่าจะเป็นในรายของ มัดหมี่ "มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย" ที่ควงแขนแฟนหนุ่มนอกวงการ "สัว ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย" ไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วนั่นเอง

โดยหลังจากที่ถูกโยงชื่อก็ได้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นในอินสตาแกรมของสาวจ๋ากันอย่างมากมาย ขณะที่เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ระบุว่าตอนนี้ตนไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่จะมีการพูดชี้แจงพร้อมกันในทีเดียวเลย

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าทางด้านของ "สัว ศุภชัย" ก็เตรียมจะชี้แจงข้อเท็จจริงในช่วงสุดสัปดาห์นี้เช่นกัน

“ทักษิณ” ลั่น เพื่อไทย ชนะเลือกตั้ง ก.พ. 62

(22 มิ.ย.) เฟซบุ๊กของสำนักข่าวบีบีซีไทย - BBC Thai ได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายทักษิณกล่าวถึงการเลือกตั้งว่า ตนหวังว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพราะประชาชนน่าสงสาร โดยตนมั่นใจว่าหากมีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะชนะแน่นอน

“สาธุ! ขอให้เกิดเถอะ เพราะสงสารประชาชน จริงๆ” นายทักษิณระบุ และกล่าวต่อว่า หากมีการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะชนะที่หนึ่งแน่นอน ตนมั่นใจ โดยเมื่อเข้าคูหาแล้วประชาชนจะบอกเองว่าคิดยังไง

“วันนี้ประชาชนคนไทยเป็นคนพุทธเป็นส่วนใหญ่ ก็อาจจะเป็นคนที่ยอมอดทนอดกลั้น นั่งนิ่งเฉยไปก่อน คิดว่าวันหนึ่งเขาจะมีพลังแสดงอำนาจอย่างสุจริต แล้ววันนั้นเราก็จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าลูกผู้ชายก็อย่าไปโกง เป็นลูกผู้ชาย โดยเฉพาะเป็นลูกผู้ชายชาติทหารก็อย่าไปคิดโกงเลือกตั้งเด็ดขาด ไม่อายใครก็อายตัวเอง”

นอกจากนี้ นายทักษิณยังกล่าวกับบีบีซี ไทย ด้วยว่า ตนยังติดต่อกับประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอยู่เป็นระยะเพื่อให้ทราบว่าคนเหล่านั้นคิดอะไรอยู่ สำหรับ ส.ส.ที่ถูกดึงตัวออกจากพรรคเพื่อไทยนั้น นายทักษิณบอกว่าเป็นส่วนน้อย และถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีของพรรคที่คนเหล่านั้นออกไป

บีบีซีไทยยังอ้างด้วยว่า นายทักษิณกล่าวถึงนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียด้วยว่า ตนจะอายุครบ 69 ปีในเดือนกรกฎาคม และพยายามจะทำตัวให้แข็งแรงเหมือนมหาเธร์ซึ่งปัจจุบันอายุ 92 ปี

"ผมอายุ 69 อ่อนกว่ามหาเธร์ 23 ปี เพราะฉะนั้นเรียกว่า มันเกิดขึ้นได้ถ้าเรายังแข็งแรงอยู่ สติปัญญายังดีอยู่ แต่ถ้าเราไม่แข็งแรงแล้ว สติปัญญาไม่ดีแล้วก็ไม่ควรจะไปอาสาทำงานที่เป็นสาธารณะ งานประชาชน แต่ว่าผมก็ 69 เดือนหน้า ก็ยังคิดว่าแข็งแรงอยู่ จะพยายามให้แข็งแรงเหมือนมหาเธร์ 92" นายทักษิณระบุ


“ยิ่งลักษณ์” ไม่เคยคิดจะหนี แต่ “ทักษิณ” ไม่ยอมให้ติดคุก

(21 มิ.ย.) นายจอม เพ็ชรประดับ อดีตพิธีกรข่าวที่ไปอาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 โพสต์ข้อความถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ต้องหาหนีคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ตามนโยบายจำนำข้าว ระบุว่า สุขสันต์วันเกิดครับ “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย”

หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมมีโอกาสได้พบคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ Kentucky อเมริกา วันที่เธอและพี่ชาย คุณทักษิณ ชินวัตร ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัย Kentucky มหาวิทยาลัยที่ทั้งสองท่านเคยสำเร็จการศึกษามา มีผู้คนมาพบปะกันเยอะแยะมากมาย บวกกับภารกิจของผมเองที่วุ่นวาย และมีเวลาอันจำกัด เลยไม่ได้จับเข่าพูดคุย ถามไถ่ในหลายประเด็นที่อยากถาม โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่ว่า ทำไมจึงตัดสินใจหนีออกมาจากประเทศไทย

แต่ในวงสนทนาวันนั้น มีผู้นำมาเล่าให้ฟังว่า มีคนถามคำถามนี้ด้วยเช่นกัน คำตอบจากส่วนลึกในหัวใจของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย บอกว่า “เธอไม่คิดจะหนี และพร้อมที่จะเดินเข้าคุก เพราะเธอยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ว่า จะยังดำรงความเป็นธรรมให้กับเธอ และเธอก็ยืนยันเรื่องนี้มาโดยตลอด”

ถึงตรงนี้เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางวงสนทนาทันที ว่า “แต่ผมจะไม่ยอมให้น้องสาวผมติดคุกแม้แต่วันเดียว หรือแม้แต่วินาทีเดียว” และนี่คือ ประตูเปิด เส้นทางการลี้ภัยออกจากประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย และเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่สอง ที่จำต้องลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ เข้าใจ และเห็นใจ ทั้งสองอดีตนายกฯ

พี่ชาย - ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตน้องสาวไม่เพียงเพราะสายเลือดเดียวกัน แต่ด้วยเพราะเป็นผู้นำพาน้องสาวเข้าสู่สมรภูมิการเมืองที่เข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งในประเทศไทย จะทำใจ..และจะมีลมหายใจอยู่ได้อย่างไร ในวันที่น้องสาวต้องเดินเข้าคุก และ ณ วันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนเส้นทางผู้ลี้ภัยของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยทั้งสองท่าน

ทุกวันเวลาที่ผ่านไป กับการใช้ชีวิตใหม่ในแผ่นดินประเทศอื่น ผมยังคงเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความร่าเริง เพิ่มมากขึ้น ไม่เหมือนกับ “คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อสี่ปี่ก่อนในประเทศไทย ดีใจที่เห็นเธอมีความสุข ดีใจที่เธอมีครอบครัวที่ดี มีพี่ชายที่รักเธออย่างที่สุด และดีใจที่เธอยังคิดถึงประเทศไทย และคนไทยผู้รักประชาธิปไตยอยู่ตลอดเวลา สุขสันต์วันเกิดครับ “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย” 21 มิถุนายน 2561


ศาลสั่งจำคุก ชูวิทย์ คดีปกปิดทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2561 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินและแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่สอง ตามที่ ป.ป.ช. เป็นผู้ร้อง นอกจากนี้ ยังห้ามไม่ให้ นายชูวิทย์ ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมือง เป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่นายชูวิทย์ พ้นจากตำแหน่งในวันที่ 9 ธันวาคม 2556

ทั้งนี้ นายชูวิทย์ มีโทษจำคุก 2 เดือน แต่ให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 1 เดือน แต่นายชูวิทย์ เคยถูกจำคุกนานเกิน 6 เดือน และไม่ใช่คดีลหุโทษ อีกทั้งพ้นโทษ ไม่เกินห้าปี ทำให้ศาลไม่รอการลงโทษ

นายชูวิทย์ ให้การรับสารภาพ และไม่ต้องการใช้ทนายไต่สวน แต่ยืนยันว่าไม่ได้จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินตามคำร้องของ ป.ป.ช. แต่เนื่องจากมีทรัพย์สินจำนวนมากกว่า 500 ล้านบาท อีกทั้งจำนวนเงินลงทุนใน ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงน้ำชา ซินกี่ มีจำนวนน้อยเพียง 1.5 แสนบาทเท่านั้น และเป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ปี 2546 นอกจากนี้ ยังได้โอนหุ้นดังกล่าวให้กับบุคคลอื่นไปแล้ว จึงเข้าใจว่าไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์ว่า นายชูวิทย์ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเคยยื่นบัญชีทรัพย์สิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส. ในครั้ง ที่ 1 มาแล้ว จึงเชื่อได้ว่านายชูวิทย์ จะต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ให้ครบถ้วน และถ้อยคำของนายชูวิทย์ขัดต่อถ้อยคำของพยาน ที่ระบุว่าเป็นผู้รับโอนหุ้น ซึ่งยืนยันว่าแม้จะเป็นผู้ถือครองหุ้นแต่มีหน้าที่ขอต่อใบอนุญาตสถานบริการเท่านั้น จึงเชื่อว่านายชูวิทย์มีเจตนาไม่แสดงที่มาของทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นไปเพื่อตรวจสอบ การทำหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และขณะนี้ทนายของนายชูวิทย์อยู่ระหว่างยื่นขอประกันตัว.


‘ทนายตั้ม’โพสต์ถึง‘ปรีชา’ หลังจ่อถูกถอนใบวิชาชีพ

ความคืบหน้ากรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอให้มีคำสั่งสอบสวนวินัย และมีคำสั่งให้พักราชการนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 8 กาญจนบุรี ผู้ต้องหาคดีอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวย 30 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.61 นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา ระบุ ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายปรีชา เบื้องต้นคณะกรรมการสืบสวนฯ สรุปมีมูลผิดจรรยาบรรณวิชาชีพครู

ทั้งนี้ ตามขั้นตอนจะต้องเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ(กมว.) พิจารณา พักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือเพิกถอนใบอนุญาต แต่เนื่องจากขณะนี้ กมว.ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 17/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2558 ที่ให้มีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. ทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จึงได้ส่งเรื่องของนายปรีชา ให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ข้อคิดเห็นว่าจะมีแนวปฏิบัติอย่างไรได้บ้าง ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ ได้ย้ำให้ทางคุรุสภา หาแนวทางแก้ไข โดยอาจจะต้องมีการเสนอขอแก้ไขคำสั่ง คสช. เพื่อให้ กมว. สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ทนายฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า “วันนั้นไปร้องมรรยาทผมที่สภาทนายความ กะให้ผมถูกถอนใบอนุญาตทนายความ วันนี้โดนซะเองแล้ว ขอให้ผ่านเดือนนี้ไปให้ได้ เป็นกำลังใจให้ครับ”

“ผมขอนำเรียนว่า...เดี๋ยวรอกฤษฎีกาตีความทำความเห็นมาก่อน และอาจจะมีการแก้ไขคำสั่ง คสช.อีกนิด ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อครูสุดที่รักของพวกเรา”

กระหึ่ม! “โปรเม” ถูกเสนอชื่อเข้าชิง โปรกอล์ฟยอดเยี่ยม ESPY 3 ปีติด

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ก้านเหล็กสาวขวัญใจชาวไทย ดีกรีมืออันดับ 2 ของโลกคนปัจจุบัน ถูกรับเลือกให้เข้าชิงรางวัล “อีเอสพีวาย อวอร์ดส” (ESPY Award) สาขานักกอล์ฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี โดยจะมีการประกาศผลในวันที่ 18 กรกฎาคม 2561

อีเอสพีวาย อวอร์ดส คือ รางวัลยอดเยี่ยมในวงการกีฬา ซึ่งจะแบ่งแยกออกเป็นแต่ละสาขา โดยคัดเลือกเอานักกีฬาที่มีผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละปีมาเข้าชิงรางวัล จัดโดย อีเอสพีเอ็น (ESPN) สื่อกีฬายักษ์ใหญ่ประจำสหรัฐอเมริกา

ก่อนหน้านี้ เอรียา จุฑานุกาล เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2016 และ 2017 ซึ่งครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่ “โปรเม” ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งในปีนี้นอกจากก้านเหล็กสาวชาวไทยแล้ว ยังมีชื่อของ ปาร์ค อินบี, ปาร์ค ซัง ฮยุน 2 โปรสาวเกาหลีใต้ และ เฟิง ชานชาน จากจีน

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล เพิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์รายการที่สองในชีวิต อย่าง “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น” เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา รวมไปถึงคว้าแชมป์แอลพีจีเอ “คิงส์ มิลล์ แชมเปียนชิพ” ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤษภาคม มาครอง นอกจากนี้โปรสาวจากไทยทำเงินรางวัลสะสมในอันดับ “เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลป” เป็นอันดับที่ 1 ด้วยจำนวน 1,739,672 เหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 60 ล้านบาท

แฟนกอล์ฟชาวไทยสามารถเข้าไปโหวตให้กับโปรเม ได้ที่ http://www.espn.com/espys/story/_/page/voting54/best-sport ในหัวข้อ Best Female Golfer