ข่าว
โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ เริ่มเที่ยวบินแรกส่งนักบินอวกาศสู่สถานี ISS

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 จรวดบรรทุกกระสวยอวกาศโบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ ทะยานออกจากศูนย์อวกาศที่แหลมคานาเวรัล ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ โดยสองนักบินอวกาศที่เดินทางไปกับ โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ ได้แก่ บุช วิลเมอร์ และ สุนิตา วิลเลียมส์ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีกำหนดเดินทางเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เกิดปัญหาที่วาล์วปล่อยออกซิเจนของกระสวยอวกาศ ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทาง และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดปัญหาอีกครั้งกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการนับเวลาส่งจรวด ก่อนเวลาที่จะปล่อยจรวดเพียง 4 นาที ทำให้ต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอีกเป็นครั้งที่ 2

ทั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของ โบอิ้ง สตาร์ไลเนอร์ เพื่อนำนักบินอวกาศไปยังไอเอสเอส และเป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนที่นาซาจะรับรองให้โบอิ้งเป็นผู้ดำเนินการขนส่งเสบียงไปและกลับจากสถานีอวกาศนานาชาติเป็นประจำอย่างเป็นทางการ ซึ่งทำให้โบอิ้งจะกลายเป็นบริษัทที่สองต่อจาก สเปซเอ็กซ์ ของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ที่จะปฏิบัติภารกิจส่งมนุษย์ไปยังสถานีอวกาศ

DSI สั่งฟ้องสามีอดีตดาราดัง ข้อหาดักหนัง-เผยแพร่สื่อลามก

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 นายราชพฤกษ์ ชูดำ รองผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 113/2560 พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 121 แฟ้ม รวม 33,681 แผ่น พร้อมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งคดีพิเศษดังกล่าวอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายภูมิพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) สามีอดีตดาราดัง ขณะนี้อยู่ระหว่างคุมขัง กับพวก จำนวน 7 คน ในข้อหาร่วมกันดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิขอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิว เตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรณีการกระทำความผิดที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์งานโสตทัศนวัสดุและภาพยนตร์ต่างประเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์ดัง และเว็บไซต์อื่นๆ อีกหลายเว็บไซต์ มูลค่าความเสียหาย จำนวน 93,090,000 บาท โดยได้สรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 25 ราย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566

ต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ 3 ได้มีคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ พนักงานอัยการได้ส่งคืนสำนวนการสอบสวน พร้อมตัวผู้ต้องหา เพื่อให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการในส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งมีอำนาจพิจารณาในฐานความผิดดังกล่าวต่อไป

การดำเนินการในคดีพิเศษดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับให้มีการดำเนินคดีกับเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ออนไลน์ เนื่องจากเว็บไซต์ดังกล่าวมักจะเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น เว็บไซต์พนันออนไลน์ เว็บไซต์ลามกอนาจาร ซึ่งพี่น้องประชาชนอาจถูกชักชวนให้เล่นการพนันหรือหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารให้กับบุคคลอื่นใช้งาน (บัญชีม้า) อาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินด้วย


สุดสะเทือนใจ!!! แม่บังคับลูกสาวขายกามไอ้เฒ่าแลกค่าเช่าห้อง ซื้อยาบ้า ขัดขืนล่ามโซ่ทุบ-ใช้ธูปจี้

5 มิ.ย.67 ได้เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ เมื่อน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ได้หนีออกจากบ้านเช่าหลังหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์ ไปขอความช่วยเหลือกับนายวรุต ขำเอนก ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อให้โอกาส ที่อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยเธอเล่าทั้งน้ำตาว่า ทนไม่ไหวที่ถูกแม่แท้ๆ บังคับให้ไปนอนกับชายสูงอายุ ซึ่งเป็นเจ้าของห้องเช่าแลกกับเงินครั้งละ 200 – 1,000 บาท เพื่อที่แม่จะเอาเงินดังกล่าวไปจ่ายค่าเช่าห้อง และซื้อยาบ้าเสพ หากเธอไม่ยอมทำตามที่แม่บังคับก็จะถูกแม่ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้ท่อพีวีซี.ตามแขน ขา หลัง

นอกจากนี้ ทั้งใช้ธูปที่จุดไฟจี้ตามร่างกาย บางครั้งก็จับศีรษะโขกกับพื้นจนแตก จนต้องจำใจยอมทำตามที่แม่บังคับมาตลอดรวมประมาณ 10 ครั้ง แล้วเวลาที่เธอดิ้นขัดขืนไม่อยากร่วมหลับนอนกับเฒ่าเจ้าของห้องเช่าคนดังกล่าว ก็จะถูกใช้โซ่ล่ามเอาไว้ บางครั้งก็ใช้โซ่เฆี่ยนตี และใช้มือบีบคอ ล่าสุดถูกกระทำเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.67 ที่ผ่านมา จนเธอรับไม่ไหวทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ จึงตัดสินใจหนีออกไปขอความช่วยเหลือ

น.ส.เอ ยังพูดทั้งน้ำตายด้วยว่า เธอรักแม่มาก ที่ผ่านมาก็ออกหาเก็บของเก่าไปขายเพื่อเอาเงินไปให้แม่ไว้ซื้อกับข้าว จ่ายค่าห้องเช่า แต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แม่เริ่มบังคับให้ตนไปนอนกับเจ้าของห้องเช่าเพื่อแลกกับเงินเพราะแม่บอกว่าไม่มีค่าเช่าห้อง ตนก็จำใจต้องทำเพราะสงสารแม่ แต่แม่ก็บังคับอีกหลายครั้งเพราะอยากเอาเงินไปซื้อยาบ้าเสพ พอตนปฏิเสธไม่อยากทำแม่ก็ใช้ท่อแป๊บทุบตีจนตนทนไม่ไหวอีกแล้ว อยากให้แม่ไปบำบัดรักษาและอยากให้เอาผิดกับเจ้าของห้องเช่าที่ข่มขืนตนเองด้วย

ด้านนายวรุต ขำเอนก ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อให้โอกาส กล่าวว่า ตอนที่น้องอายุประมาณ 12 ปี เคยถูกพ่อแท้ๆ กระทำชำเรา ทางมูลนิฯ จึงได้รับน้องไว้อยู่ในความดูแล จนกระทั่งน้องอายุเกิน 18 ปี แม่จึงรับไปอยู่ด้วย กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.67 ที่ผ่านมาน้องได้มาขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิฯ โดยบอกว่าแม่แท้ๆ บังคับให้ไปให้ชายอื่นข่มขืนเพื่อแลกกับเงิน ก็เลยให้การช่วยเหลือเป็นที่พักชั่วคราวในเบื้องต้นเพื่อจะหาแนวทางช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นก็ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบว่าเรื่องราวที่น้องเล่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากแม่ได้กระทำตามที่ลูกให้ข้อมูลจริงก็ต้องช่วยเหลือตามกระบวนการขั้นตอน


เป็นเรื่องน่าเศร้าใจจริงๆ!! ‘ซันนี่’จำใจขายบ้าน หาทุนแข่งสนุ๊กอาชีพโลก

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 จากกรณีที่ "ซันนี่ สายล่อฟ้า" อรรคนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์ นักสอยคิวไทย ลงทำการ แข่งขันสนุกเกอร์ I-EA-T Asia Oceania Q School 2024 คิวสคูล โซนเอเชีย-โอเชียเนีย ที่สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในรอบรองชนะเลิศ แข่งระบบ 4 ใน 7 เฟรม และสามารถคว้าสิทธิ์ไปเล่นสนุกเกอร์อาชีพโลกได้สำเร็จอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยไปเล่นอาชีพมมาแล้วถึง 6 ปี


ฝีมือมนุษย์! อุณหภูมิทั่วโลกร้อนทุบสถิติ 12 เดือนติด เรียกร้องผู้นำโลกเร่งควบคุม

6 มิถุนายน 2567 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คาร์โล บวนเทมโป ผู้อำนวยการโคเปอร์นิคัส (หน่วยงานสังเกตการณ์สภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป) เปิดเผยข้อมูลว่า ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (มิ.ย.66 - พ.ค.67) อุณหภูมิของโลกทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ทุกเดือนติดต่อกัน และอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 12 เดือน สูงขึ้น 1.63 องศาเซลเซียส จากระดับช่วงก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

"สภาพอากาศร้อนจัดตลอด 12 เดือนเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่ไม่ประหลาดใจ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ และหากไม่มีการลดมลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ทำให้โลกร้อน สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งกว่านี้อีก" คาร์โล บวนเทมโป กล่าว

ทางด้านอันโตนิอู กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่นครนิวยอร์ก โดยเรียกร้องให้ผู้นำโลกเร่งควบคุมวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย หรือจะเผชิญกับจุดพลิกผันที่อันตราย และบอกด้วยว่า เราจำเป็นต้องมีทางออกจากทางหลวงสู่นรกของสภาพภูมิอากาศ เขายังเรียกบริษัทผู้ผลิตพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยว่าเป็นเจ้าพ่อความยุ่งเหยิงของสภาพภูมิอากาศ และเรียกร้องอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกให้ทุกประเทศห้ามเผยแพร่โฆษณาของผลิตภัณฑ์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลของบริษัทเหล่านั้น


ญี่ปุ่นอัตราการเกิดเข้าขั้น ‘วิกฤติ’ ทุบสถิติต่ำสุดตลอดกาล 8 ปีซ้อน

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 กระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น ออกมาระบุว่า อัตราการเกิดของประเทศตอนนี้เข้าขั้น “วิกฤติ” แล้ว หลังจากข้อมูลล่าสุดชี้ว่า อัตราการเกิดทำสถิติต่ำที่สุดตลอดกาลเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ในขณะที่รัฐบาลกำลังหาทางเพิ่มการสนับสนุนครอบครัว เพื่อกระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นชี้ว่า อัตราการเกิด หรือค่าเฉลี่ยจำนวนลูกที่คาดว่าผู้หญิง 1 คนจะมีตลอดช่วงชีวิต อยู่ที่ 1.2 ในปี 2566 โดยลดจากปี 2565 ซึ่งสถิติอยู่ที่ 1.26 ห่างไกลจากตัวเลข 2.1 ที่จำเป็นต้องการคงจำนวนประชากรของประเทศมาก

นี่นับเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันแล้วที่อัตราการเกิดของญี่ปุ่นลดลง โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า อัตราการเกิดตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว โดยเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และความยากลำบากในการทำงานไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงดูลูก

ทั้งนี้ สถานการณ์ของญี่ปุ่นยังนับว่าดีกว่าเกาหลีใต้ ซึ่งอัตราการเกิดอยู่ที่ 0.72 ต่ำที่สุดในโลก แต่พวกเขาก็กำลังเร่งหาทางกระตุ้นการมีลูก เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติจำนวนประชากรที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ในวันพุธที่ 5 มิ.ย. รัฐสภาของญี่ปุ่นเห็นชอบแก้ไขกฎหมายเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่พ่อแม่มากขึ้น, พัฒนาการเข้าถึงบริการสำหรับเด็ก และขยายสิทธิประโยชน์ในการลางานของผู้เป็นพ่อแม่

ขณะเดียวกัน รัฐบาลกรุงโตเกียว ก็เปิดตัวแอปพลิเคชันหาคู่ของตัวเอง เพื่อกระตุ้นอัตราการเกิดเช่นกัน โดยผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาโสดจริงๆ และลงนามจดหมายเพื่อยืนยันว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะแต่งงานด้วย

ชาวเมียนมาร่วมงานศพถิ่น อู ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 ชาวเมียนมาหลายร้อยคนไปร่วมแสดงความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายในงานศพของนายถิ่น อู พันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของนางอองซาน ซูจี และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือพรรคเอ็นแอลดี หลังจากที่เขาเสียชีวิตเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลในนครย่างกุ้ง ขณะมีอายุ 97 ปี

โดยขบวนได้นำศพของนายถิ่น อู ผ่านเส้นทางบริเวณหน้าบ้านพักของนางซูจีไปยังสุสานในย่างกุ้ง โดยมีทหารบางส่วนไปร่วมงานและช่วยเคลียร์เส้นทางให้กับขบวนศพ

ทั้งนี้ นายถิ่น อู เขาได้ช่วยก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี ร่วมกับนางซูจี เมื่อปี 2531 ภายหลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารล้มเหลว เขาดำรงตำแหน่งประธานพรรคและต่อมาได้ถูกกักบริเวณในบ้าน เช่นเดียวกับนางซูจี นายถิ่น อู เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนที่ 4 ของกองทัพเมียนมา โดยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2517-2519 เขายังเป็นนักการเมืองอาวุโสที่ชาวเมียนมาให้ความเคารพอย่างกว้างขวางจากความกล้าหาญยืนหยัดต่อต้านอำนาจรัฐบาลเผด็จการทหารที่ปกครองประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา