ข่าว
น่าเวทนา! ทหารช่างไทยใช้รถแม็คโครกู้ร่างทหารเขมร หลังถูกผู้นำเมิน ไร้เหลียวแล

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "มังกร ซ่อนตัว" ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุว่า" กู้ร่างทหารกัมพูชา ติดใต้บังเกอร์—ใช้รถแม็คโครฝ่าความยากลำบาก หลังผู้นำเมินส่งกำลังช่วย หน่วยทหารช่างเร่งปฏิบัติการใช้รถแม็คโครเข้าดำเนินการนำร่างทหารกัมพูชาที่ติดอยู่ภายใต้หลุมบังเกอร์ออกมา ท่ามกลางอุปสรรคด้านสภาพพื้นที่และความเสี่ยงในการทำงาน ภายหลังผู้นำกัมพูชาไม่ได้จัดส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเหลือหรือสนับสนุนการเก็บกู้ร่างวีรชนทหารกล้า ทำให้ภารกิจต้องอาศัยเครื่องจักรหนักและความเชี่ยวชาญของทหารช่างเป็นหลัก เพื่อให้การเก็บกู้เป็นไปด้วยความรอบคอบและให้เกียรติผู้เสียชีวิต"

ไรเดอร์เหงื่อตก เจอตำรวจค้นเจอซองขาวปริศนา สุดท้ายพีคหนัก ฝากถึงแม่ค้าด่วน

กลายเป็นกระแสไวรัลเรียกรอยยิ้มบนโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก "งานจราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช" โพสต์ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจร แต่กลับเจอเรื่องสุดพีคที่ทำเอาพี่ไรเดอร์ถึงกับใจหายใจคว่ำ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พบเห็นพนักงานขับรถส่งอาหาร (ไรเดอร์) รายหนึ่ง ขับขี่รถจักรยานยนต์กระทำผิดกฎจราจรชัดเจนด้วยการ "ขับรถย้อนศร" เจ้าหน้าที่จึงทำการเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามระเบียบ

ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ต้องชะงักเมื่อพบวัตถุต้องสงสัยเป็น ซองพลาสติกใสขนาดเล็ก ภายในบรรจุผงสีขาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับบรรจุภัณฑ์ยาเสพติดที่มักพบเห็นทั่วไป ทำให้บรรยากาศการตรวจค้นตึงเครียดขึ้นมาทันที


'ทัพเจ้าตาก'ปะทะริมน้ำสาย ยึดไอซ์ 245 กก. คุมผู้ต้องสงสัย1ราย

8 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. พลตรีสาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอกสุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มลำเลียงยาเสพติด บริเวณพื้นที่ชายแดน บ้านเวียงหอม หมู่ 4 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดการปะทะกันระหว่าง กลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด กับ ทหารร้อย ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง

โดยการปะทะกันในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 7 มกราคม 2569 กำลังทหาร ร้อย.ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังพลลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด จนกระทั่งมาถึงที่ชายแดนบ้านเวียงหอม หมู่ 4 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจการณ์พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยแบกกระสอบบนบ่า เดินลัดเลาะตามทุ่งนา จำนวนประมาณ 8-10 คน จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที จากนั้นฝ่ายตรงได้อาศัยความชำนาญในภูมิประเทศวิ่งหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อควบคุมพื้นที่้อาไว้

ต่อมาเวลา 07.00 วันที่ 8 มกราคม 2569 หน่วยได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้กระทำผิดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และตรวจพบกระสอบ จำนวน 10 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) กระสอบละ 20 ก้อน น้ำหนักก้อนละ 1 กก. รวมน้ำหนักทั้งสิ้นประมาณ 245 กก. หน่วยจึงได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ สามารถควบคุม ตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คนซุ่มหลบอยู่ใกล้กับจุดปะทะ ทราบชื่อคือนายจ่อย (ไม่มีนามสกุล) เป็นชาวเมียนมา สารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวทางเจ้าหน้าจึงได้ควบคุมตัวเอาไว้

ซึ่งการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้คาดว่า กลุ่มขบวนการอาศัยช่วงไฮซีซั่น หรือฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก จะลำเลียงยาเสพติดปะปนกับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ตอนใดของประเทศจึงได้มีการนำเข้ามาพักไว้ตามบริเวณแนวชายแดน

โดยผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้กำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นยาเสพติดตามช่องทางธรรมชาติ พร้อมเร่งขยายผลหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไป


ทรัมป์ ลงนามคำสั่งถอนสหรัฐฯพ้น 66 องค์กรโลก อ้างขัดผลประโยชน์ของชาติ

8 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งถอนสหรัฐอเมริกาออกจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง แบ่งเป็นองค์กรนอกระบบสหประชาชาติ 35 แห่ง และหน่วยงานในสังกัดสหประชาชาติอีก 31 แห่ง โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ดำเนินงานขัดต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ

บรรดาองค์กร 66 แห่งที่สหรัฐฯ ถอนตัว มีหน่วยงานสำคัญคือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ที่หลายฝ่ายยกให้เป็น รากฐานสำคัญ ของสนธิสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศ และเป็นข้อตกลงปารีสปี 2558

นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังถอนตัวจาก UN Women (องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ) ซึ่งทำงานด้านความเท่าเทียมทางเพศและการเสริมสร้างศักยภาพสตรี และ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เน้นเรื่องการวางแผนครอบครัวรวมถึงสุขภาพมารดาและเด็กในกว่า 150 ประเทศด้วย โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ตัดงบประมาณสนับสนุน UNFPA ไปแล้วในปี 2568

สหรัฐฯ ระบุว่าการถอนตัวออกจากหน่วยงานของ UN หมายถึงการยุติการมีส่วนร่วม หรือการยุติการให้เงินสนับสนุนหน่วยงานเหล่านั้นเท่าที่กฎหมายจะอนุญาต ซึ่งสะท้อนถึงความระแวงที่ 'ทรัมป์' มีมาอย่างยาวนานต่อสถาบันพหุภาคี โดยเฉพาะสหประชาชาติ เขาตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความโปร่งใสขององค์กรระหว่างประเทศ โดยบอกว่า องค์กรเหล่านี้มักล้มเหลวในการรับใช้ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

นับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในปี 2568 'ทรัมป์' พยายามตัดงบประมาณที่สหรัฐฯ มอบให้ UN ยุติการมีส่วนร่วมกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ขยายเวลาการระงับเงินทุนแก่หน่วยงานบรรเทาทุกข์ชาวปาเลสไตน์ (UNRWA) และถอนตัวจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) นอกจากนี้ เขายังประกาศแผนที่จะถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และข้อตกลงปารีสว่าด้วยสภาพภูมิอากาศอีกด้วย

ส่วนหน่วยงานอื่นๆ ที่อยู่ในรายชื่อถอนตัวครั้งนี้ยังมี การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) เวทีพลังงานระหว่างประเทศ (IEF) ทะเบียนอาวุธธรรมดาของสหประชาชาติ (UNROCA) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการค้าอาวุธ และคณะกรรมาธิการสร้างสันติภาพแห่งสหประชาชาติ (PBC)

ด้านทำเนียบขาว ระบุว่า องค์กรจำนวนมากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการถอนตัวออกมาให้เร็วที่สุดนั้น เป็นองค์กรที่ส่งเสริม นโยบายสภาพภูมิอากาศแบบสุดโต่ง การบริหารจัดการโลก และโครงการเชิงอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนองค์กรระหว่างรัฐบาล อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด

การถอนตัวเหล่านี้จะยุติการใช้เงินภาษีของชาวอเมริกันและการเข้าไปมีส่วนร่วมในหน่วยงานที่ผลักดันวาระของกลุ่มโลกาภิวัตน์ มากกว่าลำดับความสำคัญของสหรัฐฯ หรือหน่วยงานที่จัดการปัญหาสำคัญอย่างไม่มีประสิทธิภาพหรือขาดประสิทธิผล ซึ่งเงินภาษีของสหรัฐฯ ควรถูกจัดสรรไปใช้ในทางอื่นที่สนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ดีกว่า


สหรัฐฯยึดเรือน้ำมันติดธงรัสเซีย 2 ลำ หลังไล่ตามมา 2 สัปดาห์

กองทัพสหรัฐฯ สามารถยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาอย่างดุเดือดในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและทะเลแคริบเบียน

เริ่มจากเรือน้ำมัน มาริเนรา (Marinra) หรือชื่อเดิม เบลลา-1 (Bella-1) ถูกยึดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ บริเวณน่านน้ำระหว่างไอซ์แลนด์และสหราชอาณาจักร หลังจากถูกกองเรือสหรัฐฯ ไล่ล่าข้ามมหาสมุทรมานานกว่า 2 สัปดาห์ กองบัญชาการทหารประจำภาคพื้นยุโรปของสหรัฐฯ ระบุว่า ได้เข้ายึดเรือลำดังกล่าวเนื่องจากละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ พร้อมเผยแพร่ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้อยู่ในระยะไกล

ปฏิบัติการยึดเรือลำนี้สร้างความตึงเครียดอย่างมาก เนื่องจากระหว่างที่ถูกไล่ล่า ลูกเรือได้เปลี่ยนชื่อเรือจาก เบลลา-1 เป็น มาริเนรา และเปลี่ยนไปติดธงรัสเซียเพื่อขอความคุ้มครอง โดยมีรายงานว่ามีเรือดำน้ำของรัสเซียแล่นอยู่ใกล้ๆ ในพื้นที่นั้นด้วย แต่ไม่มีการปะทะกันโดยตรง กระทรวงกลาโหมอังกฤษยืนยันว่าได้ส่งเครื่องบินสอดแนมและเรือรบช่วยสนับสนุนภารกิจของสหรัฐฯ ครั้งนี้

ขณะเดียวกัน หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาอีกลำหนึ่งในน่านน้ำลาตินอเมริกา เมื่อวานนี้ โดยกองบัญชาการภาคใต้ของกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่พิเศษ ชื่อ เอ็ม โซเฟีย (M Sophia) ซึ่งติดธงปานามาและอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ถูกสกัดกั้นก่อนรุ่งสาง ขณะกำลังปฏิบัติการในน่านน้ำสากลของทะเลแคริบเบียน และถูกระบุว่าเป็นเรือบรรทุกน้ำมันไร้สัญชาติ (Stateless) ในกองเรือผี (Ghost Fleet) ที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร จากการลักลอบขนส่งน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร โดยเรือกำลังมุ่งหน้าไปส่งน้ำมันที่เอเชีย คาดว่าเป็นจีน โดยใช้โหมดเดินเรือล่องหน หรือปิดเครื่องส่งสัญญาณติดตาม แพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าลูกเรือที่ถูกจับกุมอาจถูกส่งตัวไปดำเนินคดีในสหรัฐฯ ในข้อหาขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่และละเมิดมาตรการคว่ำบาตรทางอาญา

การยึดเรือครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่หน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ บุกจับตัว นิโกลัส มาดูโร อดีตผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมประกาศชัดเจนว่า มาตรการปิดล้อมน้ำมันเวเนซุเอลาจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบทั่วโลก และสหรัฐฯ จะเป็นผู้ควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาเองเพื่อนำรายได้มาใช้ตามที่สหรัฐฯ เห็นสมควร


ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

7 มกราคม 2569 สำนักข่าว เดอะ สแตนดาร์ด (the standard) สื่อประเทศฮ่องกง ได้ออกมารายงานว่า 'เฉิน จื้อ' (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป ถูกจับแล้วในประเทศกัมพูชา เตรียมถูกส่งตัวกลับประเทศจีน ข้อหาฉ้อโกง และฟอกเงิน จากหลายชาติ ที่เกี่ยวพันกับเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3 แสนล้านบาท เชื่อกันว่ามหาเศรษฐีชาวจีนผู้นี้เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังอาณาจักรฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่

รายงานข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ตั้งข้อกล่าวหา เฉินจื้อ ว่าเขาเป็นผู้บงการเครือข่ายหลอกลวงในกัมพูชา ซึ่งมีรายงานว่า มีการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลกเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในสกุลเงินดิจิทัล ทางการได้ยึดบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมโยงกับ เฉินจื้อ นับเป็นการยึดสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ดี เดือนพฤศจิกายน ตำรวจฮ่องกงได้อายัดเงินประมาณ 2.75 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และการฟอกเงิน โดยแหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มอาชญากรดังกล่าวเชื่อมโยงกับ เฉินจื้อ

ทางการไต้หวันยังอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ 1.13 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ของ ปรินซ์กรุ๊ป ที่นำโดย เฉินจื้อ ในเดือนเดียวกัน ซึ่งรวมถึงรถยนต์หรู 26 คัน โรลส์-รอยซ์ และเฟอร์รารี่ ด้วย

โดรนโจมตีทิ้งระเบิด'ฟีนิกซ์ทีม' ร่วมภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา พิทักษ์ผืนแผ่นดินไทย

จากเหตุการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังนเรศวร (กกล.นเรศวร) ได้จัดส่งหน่วยอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิด หรือ “ฟีนิกซ์ทีม” เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจ ด้านความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดน ด้านทิศตะวันออก ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) กองทัพภาคที่ 2 ภายหลังประสบความสำเร็จจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนด้านทิศตะวันตกที่ผ่านมา

การส่งกำลังครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และพิทักษ์อธิปไตยของประเทศ โดยฟีนิกซ์ทีม ถือเป็นหน่วยปฏิบัติการสำคัญที่มีขีดความสามารถด้านการใช้อากาศยานไร้คนขับในภารกิจทางทหาร ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการโจมตีเป้าหมายตามสถานการณ์ที่ได้รับมอบหมาย

“ฟีนิกซ์ทีมไม่ใช่เพียงชื่อเรียกของหน่วยปฏิบัติการ หากแต่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของนักรบผู้กล้า ที่พร้อมลุกขึ้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย สืบสานภารกิจจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ”

ทั้งนี้ กกล.นเรศวร ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างต่อเนื่อง