วันที่ 24 เม.ย. สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่าทางการบังกลาเทศเปิดเผยว่ามีเด็กเสียชีวิตจาก “โรคหัด” ที่เริ่มระบาดตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา อย่างน้อย 194 ราย ส่วนจำนวนเด็กที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อมีมากกว่า 28,000 ราย...
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเด็กเสียชีวิตจากโรคหัดเฉลี่ยวันละ 3-5 ราย โดยมีเด็กเสียชีวิตมากถึง 5 รายเมื่อวันที่ 22 เม.ย. รวมถึง 3 รายในกรุงธากา และพบเสียชีวิตอีก 5 รายเมื่อวันที่ 23 เม.ย.รัฐบาลกล่าวว่าได้เริ่มโครงการฉีดวัคซีนทั่วประเทศอย่างเข้มข้นนับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ซึ่งเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดในประเทศแถบเอเชียใต้ในรอบหลายทศวรรษ...
“เป้าหมายของเราคือการฉีดวัคซีนให้เด็ก 18 ล้านคน” นายซาฮิด ไรฮาน โฆษกกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์สื่อ ก่อนเสริมว่าแต่จนถึงขณะนี้การดำเนินการน้อยกว่า 1 ใน 4 ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ และอาจต้องใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์จึงจะเห็นผลของโครงการฉีดวัคซีนนี้
ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีทาริก ราห์มาน กล่าวต่อรัฐสภาโดยตำหนิรัฐบาลก่อนหน้าของอดีตนายกรัฐมนตรีชีค ฮาซินา ซึ่งถูกโค่นล้มในการปฏิวัติปี 2567 และรัฐบาลรักษาการในเวลาต่อมาว่าล้มเหลวในการผลักดันการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้แก่ประชาชน...
โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ตอนนี้สหรัฐฯ ไม่รู้ว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงของอิหร่าน ขณะที่ยืนยันว่า เขาไม่คิดจะใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่าน ชี้ไม่ต้องพึ่งนิวเคลียร์ก็ทำลายอิหร่านไปมากแล้ว
เมื่อ 23 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาวสหรัฐฯ ว่า คณะทำงานของเขาไม่ทราบว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงในอิหร่าน หลังจากเขาใช้เรื่องความแตกแยกในรัฐบาลเตหะราน เป็นหนึ่งในเหตุผลให้ขยายการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด
“พวกเขาพยายามประวิงเวลา เพราะพวกเขา—เราไม่รู้ว่าจะต้องเจรจากับใคร” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับยืนยันว่าสงครามจะจบลงในเวลาอีก “ไม่นานนัก”
“พวกเขารู้ว่าใครคือผู้นำในประเทศนี้ แต่เราไม่รู้ว่าใครคือผู้นำในอิหร่าน” ทรัมป์กล่าวเสริม จำเรื่องการเปลี่ยนระบอบการปกครองได้ไหม อยาตอลเลาะห์ อาลี ฮอสเซนี คาเมเนอี ไม่อยู่แล้ว เขาไปสู่สุขคติแล้ว เขาไม่อยู่ และทีมงานของเขาทั้งหมดก็ไม่อยู่แล้ว จากนั้นกลุ่มที่สองก็เข้ามา พวกเขาก็ไปหมดแล้ว และตอนนี้คุณมีกลุ่มที่สาม ซึ่งพวกเขาก็เริ่มกังวลนิดหน่อยว่าจะต้องจากไปเหมือนกัน”
เมื่อถูกถามว่าเขาจะพิจารณาการใช้อาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ทรัมป์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่”
“ทำไมถึงถามคำถามที่งี่เง่าแบบนั้น? ทำไมผมต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ด้วย?” ทรัมป์กล่าว พร้อมโต้แย้งว่าสหรัฐฯ ได้ “ทำลายล้าง” อิหร่านไปมากแล้วโดยไม่ต้องพึ่งพาการโจมตีด้วยนิวเคลียร์
ทั้งนี้ คำกล่าวของทรัมป์เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่ว่า “อารยธรรมทั้งมวลจะดับสูญในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า เขากำลังสื่อถึงการโจมตีด้วยนิวเคลียร์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงก่อนที่ทรัมป์จะดำเนินการตามคำขู่นั้น
ปัจจุบัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงพุ่งสูง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้กองทัพเรือ “ยิงทำลาย” เรืออิหร่านลำใดก็ตามที่วางทุ่นระเบิดในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้แล้ว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn
สื่อรัฐบาลอิหร่านยืนยัน "อับบาส อารักชี" เดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ท่ามกลางความหวังเปิดทางเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง
วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวทางการของอิหร่านรายงานยืนยันว่านายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนปากีสถาน ในวันนี้ เพื่อหารือกับผู้นำปากีสถานเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและความคืบหน้าความขัดแย้งกับสหรัฐ
รายงานข่าวระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนหลายประเทศ ซึ่งครอบคลุมกรุงอิสลามาบัด มัสกัต และมอสโก โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือทวิภาคีและติดตามสถานการณ์สงครามที่อิหร่านระบุว่าเกิดจากสหรัฐและอิสราเอล
ทางด้านแหล่งข่าวฝ่ายปากีสถานระบุว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูง ที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกได้ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงอิสลามาบัด เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญสู่การรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ หลังจากการเจรจารอบก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
รายงานข่าวระบุว่า นายอารักชีได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอิชาค ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ซึ่งย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายอิหร่านชื่นชมบทบาทของปากีสถานในการเป็นตัวกลาง แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสหรัฐเกี่ยวกับการส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมเจรจารอบใหม่ แต่มีรายงานว่า สหรัฐยังคงเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือหากเงื่อนไขเอื้ออำนวย
ก่อนหน้านี้ สหรัฐภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าจะไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หากยังไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อม.
ที่มา AFP
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงต่อ "ก๊ก อาน" สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา และเครือข่ายนอมินีรวม 29 ราย หลังพบหลักฐานเป็นเบื้องหลังเครือข่ายสแกมเมอร์ยักษ์ใหญ่ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยม "หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน" ดูดเงินชาวอเมริกันรวมกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์
สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกประกาศขึ้นบัญชีดำ นายก๊ก อาน (Kok An) สมาชิกวุฒิสภากัมพูชาและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมด้วยบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 29 ราย ในฐานะผู้บงการและให้การสนับสนุนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่พลเมืองอเมริกัน
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ระบุว่า "การขจัดปัญหาการฉ้อโกงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงการคลังจะเดินหน้าจัดการกับมิจฉาชีพและศูนย์สแกมเมอร์ที่ขโมยเงินของชาวอเมริกันผู้ขยันขันแข็ง ไม่ว่าพวกมันจะดำเนินงานที่ไหนหรือจะมีเส้นสายทางการเมืองที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม"
ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2024 ชาวอเมริกันสูญเสียเงินจากแก๊งหลอกลวงในภูมิภาคนี้ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 66% จากปีก่อนหน้า โดยหนึ่งในรูปแบบที่พบบ่อยคือการหลอกลงทุนคริปโต
รายงานระบุว่า เครือข่ายของนายก๊ก อาน ใช้อาคารภายในกาสิโนและนิคมสำนักงานหลายแห่งในเมืองปอยเปต, สีหนุวิลล์ และบาเวต เป็นฐานปฏิบัติการ โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมทำความสนิทสนมหรือความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือ "โรมานซ์ สแกม" เพื่อล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีอยู่จริง
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังพบความโหดร้ายภายในค่ายสแกมเมอร์เหล่านี้ โดยระบุว่าพนักงานส่วนใหญ่คือเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ถูกหลอกไปทำงาน ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกบังคับให้ทำผิดกฎหมายภายใต้การขู่เข็ญด้วยความรุนแรง หากทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกทำร้ายร่างกายหรือบังคับประเวณี
นายก๊ก อาน ใช้บริษัทในเครืออย่าง Crown Resorts และ Anco Brothers Co Ltd เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และกาสิโนเพื่อเป็นฐานให้มิจฉาชีพเช่า และใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองในการควบคุมพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการรายสำคัญอย่าง ริตธี รักสะไม (Rithy Raksmei) เจ้าของเครือ K99 Group และนักลงทุนชาวพม่าที่ได้สัญชาติกัมพูชาอย่าง Aik Paung และ Sai Aung Linn ซึ่งดูแลทั้งกาสิโนและธนาคาร Heng Feng Cambodia Bank เพื่อใช้ในการฟอกเงิน
ในส่วนของปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ กระทรวงยุติธรรมพบว่ามีกลุ่มสมรู้ร่วมคิดในสหรัฐฯ คอยรับโอนเงินจากเหยื่อก่อนส่งต่อไปยังกัมพูชา โดยมีรายงานว่า หลัว หง (Luo Hong) เจ้าของบริษัทก่อสร้างในกัมพูชา ได้รับเงินโอนโดยตรงจากกลุ่มนี้กว่า 1.3 ล้านดอลลาร์
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกันของหน่วยงานระดับสูงหลายภาคส่วน ทั้ง FBI, หน่วยสืบราชการลับ และกระทรวงยุติธรรม โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอเงินรางวัลสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การยึดทรัพย์สินจากศูนย์สแกมเมอร์ในพม่า และอีก 4 ล้านดอลลาร์ สำหรับการจับกุมนายดาเรน ลี (Daren Li) ผู้ต้องหาฟอกเงินที่อยู่ระหว่างหลบหนี และสั่งยึดโดเมนเว็บไซต์ปลอมที่ใช้หลอกลงทุนคริปโตจำนวน 503 แห่ง และแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ใช้รับสมัครเหยื่อค้ามนุษย์
จากการขึ้นบัญชีดำในครั้งนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของนายก๊ก อาน และเครือข่ายที่อยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลสัญชาติอเมริกันจะถูกระงับทันที และห้ามไม่ให้บุคคลอเมริกันเข้าทำธุรกรรมใดๆ กับรายชื่อเหล่านี้ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องเผชิญโทษหนักทั้งทางแพ่งและอาญา
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกดดันรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกัมพูชา พม่า และลาว ให้เร่งจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก.
ที่มา U.S. Department of the Treasury
วันที่ 24 เม.ย. รอยเตอร์ รายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) อนุมัติเงินกู้ 90,000 ล้านยูโร (หรือกว่า 3.4 ล้านล้านบาท) ให้แก่ยูเครนอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศมาตรการคว่ำบาตรฉบับใหม่ต่อรัสเซีย โดยเป็นความเคลื่อนไหวก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศสมาชิกอียูในไซปรัสซึ่ง ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน จะเข้าร่วมด้วย
เงินกู้ดังกล่าวจะครอบคลุมความต้องการของยูเครนได้มากถึง 2 ใน 3 ในช่วง 2 ปีข้างหน้า โดยจะถูกจัดสรรให้ยูเครนครึ่งหนึ่งในปีนี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยจ่ายในปี 2570 เงินกู้ส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไว้สำหรับค่าใช้จ่ายทางทหาร ราว 645,000 ล้านบาทต่อปีจะเป็นงบประมาณทั่วไป เช่น สาธารณสุขและการศึกษา...
ด้านนักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่ายูเครนจะเริ่มขาดแคลนเงินภายในเดือนมิ.ย. หากไม่ได้รับเงินกู้จากอียูภายในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งจะทำให้ต้องลดงบประมาณด้านบริการสาธารณะลงอย่างมาก
นางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า “ในขณะที่รัสเซียเพิ่มความก้าวร้าวมากขึ้น เราก็กำลังเพิ่มการสนับสนุนให้กับยูเครนผู้กล้าหาญเพื่อให้ยูเครนสามารถปกป้องตนเองและกดดันเศรษฐกิจสงครามของรัสเซีย”...
รายงานระบุด้วยว่าเอกอัครราชทูตของชาติสมาชิกอียูลงมติอนุมัติเงินกู้และมาตรการคว่ำบาตรเมื่อวันพุธที่ 22 เม.ย. หลังฮังการีถอนการใช้สิทธิ์ยับยั้งหรือวีโต้ และทำให้การอนุมัติเป็นผลเมื่อ 23 เม.ย.
นายเซเลนสกีโพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ว่า “มาตรการนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพของเรา ทำให้ยูเครนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และทำให้เราสามารถปฏิบัติตามพันธกรณีทางสังคมต่อชาวยูเครนได้ตามที่กฎหมายกำหนด” นายเซเลนสกีกล่าวอีกว่ายูเครนจะหารือกับพันธมิตรเกี่ยวกับการกดดันรัสเซียเพิ่มเติม
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012