8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน อีกครั้งในช่วงกลางดึกของวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งการโจมตีในครั้งนี้นับเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนครั้งที่ 3 ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ รัสเซีย ได้ใช้ขีปนาวุธวิถีโค้งร่วม โดรน ขณะที่ยูเครนยังประสบปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นระบบป้องกันภัยทางอากาศ (แพทริออต) ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ
กองทัพอากาศยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตีรวม 169 ลำ และขีปนาวุธวิถีโค้ง 5 ลูกเข้าโจมตีหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนได้มากกว่า 80% แต่ไม่สามารถสกัดขีปนาวุธวิถีโค้งได้แม้แต่ลูกเดียว เนื่องจากยูเครนกำลังขาดแคลนอาวุธสกัดกั้นที่มีขีดความสามารถรับมือขีปนาวุธวิถีโค้ง การโจมตีครั้งล่าสุดทำให้มีเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน
วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยว่า ขีปนาวุธได้สร้างความเสียหายให้กับโกดังเก็บสินค้าและอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยในพื้นที่สองเขตของเมือง ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำดนีโปร จนเกิดเพลิงไหม้หลายจุด
เมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ก็ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธเช่นกัน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนและโบสถ์ได้รับความเสียหาย ขณะที่ในพื้นที่อื่นของประเทศมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มเติม
ส่วนแคว้นมิโคลาอิฟทางตอนใต้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากการโจมตีด้วยระเบิดนำวิถี ส่วนแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์และแคว้นซาปอริซเซียมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีด้วยโดรน รวมถึงขีปนาวุธ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่การประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังจัดขึ้นที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี โดย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งคาดว่าจะหยิบยกประเด็นการขอรับขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ เนื่องจากปัจจุบันเป็นอาวุธหลักเพียงชนิดเดียวที่ยูเครนสามารถใช้รับมือขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ เพลนารีฮอลล์ 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน Thailand Medical & Wellness Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กรอบ International Healthcare Week 2026 โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากหลายประเทศเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบัน “สุขภาพ” ไม่ใช่เพียงเรื่องการรักษาโรค แต่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนของโลก ประเทศไทยจึงเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน และการสนับสนุนอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ บริการสุขภาพดิจิทัล การผลิตทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมเวลเนส เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลก และเป็นฐานการลงทุนด้านสุขภาพของภูมิภาค
ประเทศไทยมีจุดแข็งจากบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ระบบบริการสุขภาพที่ได้รับการยอมรับ และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เมื่อผสานกับเทคโนโลยีและความร่วมมือจากนานาประเทศ จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ และคนรุ่นใหม่ พร้อมสร้างงานและรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ งาน International Healthcare Week 2026 จะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย และผู้ให้บริการด้านสุขภาพจากทั่วโลก เพื่อขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งจะช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ของภูมิภาค
นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศในฐานะหุ้นส่วนที่น่าเชืรอถือ เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
สำหรับประชาชน Thailand Medical & Wellness Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเข้าชมฟรี ภายในงานมีผู้ประกอบการด้านการแพทย์ สุขภาพ เวลเนส และความงามกว่า 200 ราย นำเสนอเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการสุขภาพ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รวมถึงกิจกรรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น เวทีเสวนาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมและบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub อย่างยั่งยืน
8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเอ็กซ์ @drpezeshkian ระบุว่า พฤติกรรมของรัฐบาลวอชิงตันในฐานะเจ้าภาพฟุตบอลโลก ก็เหมือนกับนโยบายต่างประเทศที่คุ้นเคยของพวกเขา นั่นคือบิดเบือนกติกา รังแกคู่แข่ง สร้างอุปสรรค และ ขี้โกง นี่คือแนวทางของพวกเขา อิหร่านไม่ยอมรับเกมเช่นนี้ และจะยืนหยัดปกป้องสิทธิของตนอย่างมั่นคง
โพสต์ดังกล่าวของ ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน เกิดขึ้นหลังจากที่ กองทัพสหรัฐและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) เปิดฉากโจมตีกันอย่างดุเดือด โดยอิหร่านโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีทางทหารระลอกใหม่ โดยการโจมตีของกองทัพสหรัฐ และการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นการลงโทษ และตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็ได้ประกาศกร้าวในเวทีนาโตว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งลงนามไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนั้น "ได้สิ้นสุดลงแล้ว"หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทั้ง กองทัพสหรัฐฯ และกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ส่งขีปนาวุธโจมตีกันอย่างดุเดือด
8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลงศพของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน 'อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี' เคลื่อนถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาจาฟ ในเมืองนาจาฟ ของอิรัก ท่ามกลางประชาชนเรือนแสนร่วมรับศพของอดีตผู้นำ โดยมี อาลี อัล-ไซดี นายกรัฐมนตรีอิรัก เดินทางมาร่วมรับศพด้วยเช่นกัน
โดยในพิธีรับศพยังมี มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงและประชาชนหลายร้อยคนร่วมไว้อาลัย
ระหว่างทางผู้คนนับล้านชีวิตที่ถือภาพขนาดใหญ่ของผู้นำผู้ล่วงลับมารวมตัวกันตามเส้นทาง และตะโกนว่า Death to America (อเมริกาจงพินาศ) และ Death to Israel (อิสราเอลจงพินาศ) ขณะที่โลงศพของ 'คาเมเนอี' ถูกบรรทุกบนรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านถนนต่างๆ โดยมีธงชาติอิรัก และ ธงชาติอิหร่าน โบกสะบัดอยู่เหนือฝูงชน เคียงข้างธงของกลุ่มติดอาวุธอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งผู้สนับสนุนได้เข้าร่วมขบวนแห่ด้วย
พิธีศพครั้งใหญ่จะจัดขึ้นในเช้าวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่เมืองนาจาฟ ก่อนอัญเชิญโลงศพไปยังเมือง เคอร์บาลา ซึ่งเช่นเดียวกับเมืองนาจาฟ ถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์สำคัญของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ และเป็นจุดหมายของผู้แสวงบุญจากอิรักและหลายประเทศทั่วโลก
ก่อนเริ่มพิธีทางการอิรักได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยส่งกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากประจำตามถนนสายหลักทั่วเมือง พร้อมปิดย่านเมืองเก่าและเส้นทางเข้าสู่ ศาลเจ้าอิหม่ามอาลี เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยตลอดพิธี
8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ออกมากล่าวระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี โดยเขาประกาศอย่างเป็นทางการว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งลงนามไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนั้น "ได้สิ้นสุดลงแล้ว"หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ทั้ง กองทัพสหรัฐฯ และกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ส่งขีปนาวุธโจมตีกันอย่างดุเดือด
เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามถึงสถานภาพขณะนี้ข้อตกลงหยุดยิง 'ทรัมป์' ได้ตอบกลับด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยวพร้อมถ้อยคำเดือดตราหน้ากลุ่มผู้นำอิหร่านว่าเป็น พวกขยะ และ พวกคนบ้า พร้อมกล่าวต่ออีกว่า "สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบลงแล้ว ผมไม่อยากจะข้องแวะกับพวกเขาอีกต่อไป พวกนั้นมันเศษขยะ เป็นคนป่วย และถูกปกครองโดยกลุ่มคนที่มีอาการป่วยทางจิต พวกเขาเป็นพวกโหดร้าย รุนแรง และถ้าพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ พวกเขาจะเอามันออกมาใช้แน่นอน"
"เราอุตส่าห์ทำข้อตกลงกัน ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่พอทำสัญญาเสร็จ พวกเขากลับเดินออกไปล้อเลียนและให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าเราไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ คนพวกนี้สมองมีปัญหา พวกเขาเป็นคนโกหก และการเจรจาด้วยมันเป็นเรื่องเสียเวลาโดยสิ้นเชิง"
หลังจากนั้นเขาได้บอกอีกว่าเขาอาจจะยอมให้ทีมเจรจาของเขาดำเนินการพูดคุยต่อไป แต่อยู่ที่ว่าทางอิหร่านจะยอมกลับมานั่งที่โต๊ะเจรจาอย่างจริงใจหรือไม่ ทันทีที่คำพูดของ 'ทรัมป์' เผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้นทันที 6% แตะระดับ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปร่วงระนาว 1.6% จากความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่
ซึ่งเหตุการณ์นี้รับกับสถานการณ์ที่ สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งเตือนภัยขั้นสูงให้สายการบินพาณิชย์ทั้งหมด หลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าของประเทศอิหร่านและอิรักโดยเด็ดขาดไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ไม่เพียงเท่านี้ ทรัมป์ ยังใช้เวทีของการประชุมสุดยอดนาโต ด่ากราดไปที่ประเทศสมาชิกยุโรปอย่างรุนแรง โทษฐานที่ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่สหรัฐฯ ในช่วงสงครามอิหร่าน โดยทรัมป์ได้หันไปสั่งการ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้ดำเนินการ "ตัดสัมพันธ์ทางการค้าและพาณิชย์ทั้งหมดกับประเทศสเปนทันที"
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า "เราไม่อยากทำธุรกิจการค้าใดๆ กับสเปนอีกต่อไป สเปนเป็นพันธมิตรที่แย่มากในนาโต พวกเขาไม่ยอมเข้าร่วมรบ และพวกเขาก็ไม่ยอมจ่ายเงิน
ด้านทำเนียบนายกรัฐมนตรีสเปน ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควัน โดยพยายามลดกระแสความตึงเครียดว่า สเปนจะมองคำขู่ของ 'ทรัมป์' เป็นเพียง เรื่องปกติที่ต้องเจอในการทำธุรกิจ และยืนยันว่าสเปนยังมีพรมแดนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ดีเยี่ยมกับสหรัฐฯ และไม่ต้องการให้สิ่งใดมาเปลี่ยนมัน
นอกจากสเปนแล้ว 'ทรัมป์' ยังวิจารณ์สหราชอาณาจักรที่ไม่ยอมให้ใช้ฐานทัพทั้งหมด และระบุว่าอิตาลี แย่มาก ในการสนับสนุนด้านฐานทัพ แม้ว่า นายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโตซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ 'ทรัมป์' จะพยายามช่วยชี้แจงว่า ยุโรปได้สนับสนุนสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ โดยมีเครื่องบินรบถึง 5,000 ลำบินขึ้นจากสนามบินในยุโรปเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในอิหร่าน และย้ำว่ายุโรปคือฐานกำลังหลักของสหรัฐฯ ก็ตาม
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012