ธรรมะสมสมัย

หลวงพ่อไสว ชมไกร



การปลูกศีลธรรมแก่ยุวชน คือการพัฒนาสังคมให้เกิดจริยธรรมยั่งยืน

ขอจำเริญพร ธรรมะสบายๆ สไตล์วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี การปลูกศีลธรรมแก่ยุวชน คือการพัฒนาสังคมให้เกิดจริยธรรมยั่งยืน "เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า แต่ผู้ใหญ่ในวันหน้า จะเป็นคนเช่นไร ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังศีลธรรมในวันนี้" การพัฒนาประเทศมิได้วัดเพียงความเจริญทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น หากแต่ต้องวัดจากคุณภาพของคนในสังคมด้วย เพราะ "คน" คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของชาติ และคุณภาพของคนย่อมเกิดจากการได้รับการอบรมด้านคุณธรรมและจริยธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ ดังนั้น การปลูกศีลธรรมแก่ยุวชนจึงมิใช่เพียงการสอนให้เด็กเป็นคนดี แต่เป็นการวางรากฐานของสังคมที่มั่นคง สงบสุข และยั่งยืน

ศีลธรรม หมายถึง หลักแห่งความประพฤติที่ดีงาม เป็นกรอบในการควบคุมกาย วาจา และใจ ให้ดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง

จริยธรรม คือการนำหลักศีลธรรมไปประพฤติปฏิบัติจริงในชีวิต ประจำวัน จนกลายเป็นลักษณะนิสัยและวัฒนธรรมของบุคคล เมื่อศีลธรรมและจริยธรรมผสานเข้าด้วยกัน บุคคลย่อมมีความรับผิดชอบต่อตนเอง เคารพผู้อื่น และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

ในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงวางหลักแห่งการพัฒนามนุษย์ไว้เป็นลำดับ คือ ศีล สมาธิ และปัญญา โดยมี "ศีล" เป็นรากฐานสำคัญ เพราะหากชีวิตปราศจากศีลแล้ว การพัฒนาด้านอื่นก็ย่อมขาดความมั่นคง เปรียบเสมือนการสร้างอาคารสูงบนพื้นดินที่ไม่แข็งแรง ย่อมเสี่ยงต่อการพังทลายในที่สุด

ยุวชน เป็นวัยแห่งการเรียนรู้และซึมซับพฤติกรรมจากสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว หากได้รับการปลูกฝังให้รู้จักความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ความรับผิดชอบ ความเสียสละ และการเคารพกฎระเบียบตั้งแต่วัยเด็ก คุณธรรมเหล่านี้ย่อมเติบโตเป็นรากฐานของชีวิต เมื่อเติบใหญ่ขึ้นก็จะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ไม่ใช้ความรู้เพื่อเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น แต่ใช้ความรู้ควบคู่กับคุณธรรมในการสร้างประโยชน์แก่สังคม

ในทางตรงกันข้าม หากสังคมมุ่งเน้นเพียงการสร้างความเก่ง แต่ละเลยการสร้างความดี ย่อมก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การทุจริต การใช้ความรุนแรง การเห็นแก่ตัว การเสพติดอบายมุข และการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม ปัญหาเหล่านี้ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะกฎหมายควบคุมพฤติกรรมภายนอก แต่ศีลธรรมควบคุมจิตสำนึกภายใน เมื่อจิตใจมีศีลธรรม บุคคลย่อมละอายต่อความชั่ว เกรงกลัวต่อผลแห่งการกระทำ และเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีผู้ใดเห็น

การปลูกฝังศีลธรรมจึงควรเริ่มจากสถาบันหลักของสังคม ได้แก่ ครอบครัว โรงเรียน วัด และชุมชน พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างแห่งความซื่อสัตย์ ครูควรเป็นผู้ปลูกฝังคุณธรรมควบคู่กับความรู้ พระสงฆ์ควรเป็นผู้นำทางจิตใจและเผยแผ่หลักธรรมอย่างเหมาะสม ส่วนชุมชนควรร่วมกันสร้างสิ่ง แวดล้อมที่ส่งเสริมการทำความดี เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน เด็กและเยาวชนจะเติบโตท่ามกลางบรรยากาศแห่งคุณธรรม และสามารถแยกแยะถูกผิดได้ด้วยตนเอง

ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เยาวชนต้องเผชิญกับสิ่งยั่วยุ และค่านิยมที่หลากหลาย การปลูกศีลธรรมจึงไม่ใช่การบังคับให้เชื่อหรือปฏิบัติตาม แต่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ให้รู้จักคิด วิเคราะห์ และเลือกสิ่งที่ดีงามด้วยเหตุผล เมื่อจิตใจมีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ก็จะไม่หลงไปกับกระแสแห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหลาย

พระพุทธศาสนาสอนว่า "ศีลเป็นรากฐานแห่งความสุข" เพราะผู้มีศีลย่อมมีความสงบภายใน มีความไว้วางใจจากผู้อื่น และสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข หากเยาวชนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับการปลูกฝังศีลธรรมอย่างจริงจัง ย่อมส่งผลให้สังคมมีความซื่อสัตย์ ลดปัญหาอาชญากรรม ลดความขัดแย้ง และเกิดความสามัคคี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง

การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนจึงมิใช่เพียงการสร้างอาคาร ถนน หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ต้องสร้าง "คนดี" ให้มีจำนวนมากขึ้นในสังคม เพราะคนดีจะสร้างครอบครัวที่ดี ครอบครัวที่ดีจะสร้างชุมชนที่ดี และชุมชนที่ดีจะรวมกันเป็นประเทศที่มั่นคง หากต้องการเห็นสังคมแห่งอนาคตเต็มไปด้วยความสงบ ความยุติธรรม และความเอื้ออาทร สิ่งที่ควรลงทุนมากที่สุด คือการลงทุนด้านการศึกษาและการปลูกฝังศีลธรรมแก่เด็กและเยาวชน

กล่าวได้ว่า "การปลูกศีลธรรมแก่ยุวชน คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความดีลงในหัวใจของคนรุ่นใหม่ เมื่อเมล็ดพันธุ์นั้นเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ ย่อมให้ร่มเงาแห่งสันติสุขแก่สังคมทั้งมวล" นี่คือการพัฒนาสังคมให้เกิดจริยธรรมที่มั่นคงและยั่งยืน สมดังพระพุทธดำรัสที่ว่า "ศีลเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งปวง" เพราะเมื่อศีลงอกงามในใจคน ความเจริญที่แท้จริงของชาติย่อมเกิดขึ้นจากภายใน และจะคงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดผ้าป่าถวายช่วย ค่าน้ำ - ค่าไฟ ตามสมควรแก่กำลัง เพื่อสั่งสมบุญถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อสนับสนุนวัดให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535-7849 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร