ธรรมะสมสมัย

หลวงพ่อไสว ชมไกร



AI กับพระพุทธศาสนา: ภัยหรือโอกาสในยุคดิจิทัล

ขอจำเริญพร ธรรมะสบายๆ สไตล์วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี ธรรมะง่ายๆ ฟังสบายๆ แต่ได้สาระธรรม สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ปัจุบันนี้ถามโยมว่า AI กับพระพุทธศาสนา: ภัยหรือโอกาสในยุคดิจิทัล ในยุคที่ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial Intelligence (AI) กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์แทบทุกด้าน พระพุทธศาสนาเองก็ไม่อาจยืนอยู่นอกกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ คำถามสำคัญจึงมิใช่ว่า “เราจะหลีกเลี่ยง AI ได้หรือไม่” แต่คือ “เราจะใช้ AI อย่างไรโดยไม่หลงทางจากพระธรรม”

แท้จริงแล้ว เทคโนโลยีไม่เคยเป็นศัตรูของศาสนา หากแต่เป็นเพียงเครื่องมือ เครื่องมือจะเป็นคุณหรือเป็นโทษ ย่อมขึ้นอยู่กับเจตนาและสติของผู้ใช้ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้เราพิจารณาทุกสิ่งด้วยปัญญา มิใช่ด้วยความกลัวหรือความหลงใหล


ภัยที่แฝงมากับความสะดวก

AI สามารถสร้างบทความธรรมะ แต่งคำเทศน์ สรุปพระไตรปิฎก หรืออธิบายหลักธรรมได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากข้อมูลต้นทางคลาดเคลื่อน หรือการตีความขาดความเข้าใจในพระวินัย ก็อาจทำให้คำสอนถูกบิดเบือนโดยไม่รู้ตัว

ธรรมะที่ถูกผลิตอย่างรวดเร็ว อาจขาดความลึกซึ้ง ขาดบริบท และขาดประสบการณ์ภายในของผู้ปฏิบัติ เมื่อผู้คนเสพ “ธรรมะสำเร็จรูป” มากขึ้น แต่ภาวนาน้อยลง ความรู้ก็อาจเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปัญญากลับไม่งอกงาม

ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีสมัยใหม่ยังสามารถสร้างภาพ เสียง หรือข้อความเลียนแบบบุคคลได้ หากถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด อาจก่อให้เกิดความสับสน ทำลายศรัทธา และสร้างความแตกแยกในหมู่พุทธบริษัท


พระพุทธศาสนาไม่ใช่เพียงข้อมูล

พระพุทธศาสนาไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร แต่คือ “การฝึกจิต” และ “การเปลี่ยนแปลงภายใน” การสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ การได้เห็นแบบอย่างแห่งศีลาจารวัตร การสัมผัสบรรยากาศแห่งความสงบในวัด ล้วนเป็นสิ่งที่ AI ไม่อาจทดแทนได้

หากวันหนึ่งมนุษย์คุ้นเคยกับการถามคำถามจากเครื่องจักรมากกว่าการใคร่ครวญด้วยตนเอง ปัญญาภายในอาจค่อย ๆ อ่อนแรง เพราะขาดการฝึก “โยนิโสมนสิการ” คือการพิจารณาโดยแยบคาย

พระพุทธเจ้ามิได้ทรงสอนให้เราเชื่อเพราะใครกล่าว แต่ให้ไตร่ตรอง ทดลอง และเห็นจริงด้วยตนเอง การพึ่งพา AI โดยปราศจากสติ อาจทำให้เราห่างไกลจากหลักการนี้โดยไม่รู้ตัว


จากภัย สู่โอกาส

อย่างไรก็ตาม หากใช้ด้วยสติและปัญญา AI ก็สามารถเป็น “ธรรมทูตยุคดิจิทัล” ได้เช่นกัน เช่น ช่วยจัดเก็บและสืบค้นพระไตรปิฎกอย่างเป็นระบบ., แปลคำสอนสู่หลายภาษา เพื่อเผยแผ่สู่สากล, สนับสนุนงานวิชาการทางพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ สิ่งสำคัญคือ การมีกรอบจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี ยึดหลักศีลเป็นพื้นฐาน มีสมาธิเป็นเครื่องกำกับ และใช้ปัญญาเป็นเครื่องตัดสิน

หากผู้ใช้มีโลภะ AI ก็จะเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์

หากผู้ใช้มีโทสะ AI ก็จะเป็นเครื่องมือทำลายกัน

หากผู้ใช้มีโมหะ AI ก็จะเป็นเครื่องมือสร้างความหลงผิด

แต่หากผู้ใช้มีศีล สมาธิ ปัญญา AI ก็จะกลายเป็นเครื่องมือแห่งการเกื้อกูล


เท่าที่เฝ้าสังเกตการณ์จากแหล่งข้อมูล ภัยที่แท้จริงมิได้อยู่ที่ปัญญาประดิษฐ์ แต่อยู่ที่ “กิเลสของมนุษย์” เทคโนโลยีเป็นเพียงกระจกสะท้อนคุณภาพจิตของผู้ใช้ ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน พระพุทธศาสนายิ่งต้องยืนอยู่บนรากฐานที่มั่นคง คือไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อรากมั่นคงแล้ว กิ่งก้านย่อมยืดหยุ่นรับลมแห่งความเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่หักโค่น AI อาจเป็นคลื่นลูกใหม่ของโลกยุคดิจิทัล แต่สติและปัญญา คือหางเสือของชีวิต หากเราจับหางเสือไว้มั่น คลื่นใหญ่เพียงใด ก็ไม่อาจทำให้เราหลงทิศทางได้ และถ้าเรามองจากฐานข้อมูลทางธรรมตามแนวทางที่พระพุทธเจ้ากล่าวนั้น เราก็จะเข้าใจได้ถึงคำว่า "ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ เป็นสามัญลักษณ์ของสิ่งทั้งปวง กำลังเป็นไปตามกฏแห่งไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นั่นเองฯ

ขอเชิญร่วมสมทบทุนทอดผ้าป่าสามัคคีเนื่องในวัน "มาฆบูชา" กำหนดการทางวัดจัดกิจกรรม ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ศกนี้ เพื่อสนับสนุนถวายบำรุ่งส่งเสริมเติมค่าน้ำ ค่าแก๊ส ค่าไฟฟ้า และเพื่อพัฒนาเสนาสนะที่อยู่อาศัยของวัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี ได้โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร