ธรรมะสมสมัย

หลวงพ่อไสว ชมไกร



อยู่ในโลก อย่าให้โลกขังใจ

ขอจำเริญพร ธรรมะสบายๆ สไตล์วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี ชีวิตของเราทุกวันนี้ ล้วนต้องอยู่ “ในโลก” มีหน้าที่ มีครอบครัว มีความรับผิดชอบ มีเรื่องให้คิด ให้แก้ ให้ทำไม่รู้จบ โลกไม่ได้ผิด ปัญหาอยู่ที่ “ใจเรา” เผลอให้โลกเข้ามาขังไว้หรือไม่? พระพุทธเจ้าตรัสรู้ท่ามกลางโลก มิได้หนีโลกไปไหน ใต้ร่มไม้แห่งการตรัสรู้ พระองค์ทรงเห็นชัดว่า โลกภายนอกไม่ใช่เครื่องพันธนาการ แต่ความยึดมั่นถือมั่นในโลกต่างหาก คือกรงขังที่มองไม่เห็น

พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงชี้ทางไว้ด้วยหลักอริยสัจ ๔ ว่า ทุกข์เกิดขึ้นเพราะตัณหา และตัณหาเกิดขึ้นเพราะความยึดมั่นว่า “นี่คือของเรา” “นี่คือตัวเรา” “นี่คือเรา” เมื่อใจไปยึด โลกก็กลายเป็นคุก แต่เมื่อใจรู้ทัน โลกก็กลายเป็นสนามฝึกปัญญา

ในฐานะเจ้าอาวาสวัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี ตลอดมานั้นสอนญาติโยมเสมอว่า การปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ต้องรอเข้าป่า ไม่ต้องรอเกษียณ ไม่ต้องรอว่างงาน "หรือแม้ไม่ต้องรอวันหยุด" เพียงแต่ในทุกขณะที่เราทำงาน อบรมเลี้ยงดูลูก ดูแลพ่อแม่ ลองถามใจตนเองว่า

“เราทำด้วยสติ หรือทำด้วยความกังวล ?”

“เราพูดด้วยเมตตา หรือพูดด้วยอารมณ์ ?”

โลกจะขังเราไม่ได้ ถ้าใจมีสติเป็นประตู มีปัญญาเป็นกุญแจ คำว่า “นิพพาน” มิใช่สถานที่ไกลโพ้น แต่คือสภาวะใจที่ดับความเร่าร้อน ดับไฟโลภ โกรธ หลง ลงได้เป็นขณะ ๆ บางคนคิดว่า นิพพานเป็นเรื่องของพระ แต่แท้จริงแล้ว นิพพานคือเป้าหมายของทุกชีวิต เพียงแต่เราจะเดินช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมปล่อยของหนักในใจเมื่อไร ลองสังเกตดูเถิด ความโกรธหนึ่งครั้ง เหมือนเรายกก้อนหินก้อนใหญ่ขึ้นมาแบก ความอิจฉาหนึ่งครั้ง เหมือนเราล็อกประตูใจตนเอง ความยึดมั่นหนึ่งครั้ง เหมือนเราสร้างกำแพงรอบตัวเองเพิ่มอีกชั้น โลกไม่ได้ขังเรา แต่เราเอาอารมณ์มาขังตนเอง พระธรรมสอนให้เรา “อยู่กับโลกอย่างรู้เท่าทัน” เหมือนดอกบัวที่เกิดในโคลนตม แต่ไม่เปื้อนโคลนตม ดอกบัวไม่ได้เกลียดโคลน ไม่ได้หนีโคลน เพียงแต่ไม่ยอมให้โคลนขึ้นมาปิดกลีบใจ

ในยุคที่ข่าวสารรวดเร็ว การแข่งขันสูง ความคาดหวังมากมาย ถ้าใจไม่มีที่พัก โลกจะดูวุ่นวายจนเหมือนหาทางออกไม่พบ แต่หากเราหยุดวันละเล็กละน้อย นั่งนิ่ง ๆ หายใจเข้าออกอย่างมีสติ แม้เพียง ๕ นาที ใจจะเริ่มเห็นว่า สิ่งที่เราวิ่งไล่ตามมาตลอดนั้น บางอย่างไม่จำเป็นเลย

ประตูแห่งนิพพานไม่ได้อยู่สุดขอบฟ้า แต่อยู่ที่การ “รู้แล้ววาง” ในขณะปัจจุบัน วางไม่ได้ทั้งหมด ก็วางทีละน้อย วางไม่ได้ทุกเรื่อง ก็วางบางเรื่อง อย่างน้อยวางอารมณ์ก่อน แล้วปัญญาจะตามมา การอยู่ในโลกอย่างมีธรรม ไม่ใช่การปฏิเสธหน้าที่ แต่คือการทำหน้าที่โดยไม่ให้หน้าที่กลืนใจเรา มีทรัพย์ได้ แต่ไม่ให้ทรัพย์เป็นเจ้าของใจ มีชื่อเสียงได้ แต่ไม่ให้ชื่อเสียงกำหนดคุณค่าในตน มีปัญหาได้ แต่ไม่ให้ปัญหากลายเป็นตัวตนของเรา "เมื่อใจเบา โลกก็เบา เมื่อใจโปร่ง หนทางก็โปร่ง"

วันหนึ่งข้างหน้า เราทุกคนต้องวางทุกอย่างลง ทั้งบ้าน รถ เงินทอง ตำแหน่ง และคำชื่นชม สิ่งเดียวที่ติดตามเราไป คือกรรมและคุณภาพของใจ หากวันนี้เราฝึกใจให้ไม่ถูกโลกขัง วันนั้นเราจะเดินผ่านประตูแห่งความสงบได้อย่างไม่หวาดหวั่น ขอเพียงเริ่มจากวันนี้ เริ่มจากลมหายใจนี้ เริ่มจากการให้อภัยหนึ่งครั้ง เริ่มจากการปล่อยวางหนึ่งเรื่อง อยู่ในโลก แต่ให้ใจอยู่เหนือโลก แล้วประตูแห่งนิพพาน จะค่อย ๆ เปิดออกจากภายในเอง

“วันนี้หรือแม้จะวันไหนๆ วันธรรมดาอาจดูเรียบง่าย แต่หากเติมความรัก ความเมตตา ความมีน้ำใจ การแบ่งปันสิ่งที่ดีต่อกันเข้าไป มันจะกลายเป็นวันที่พิเศษเสมอ” การสนับสนุนของท่านสร้างลมหายใจที่อ่อนโยนให้วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี สง่างามและมั่นคง ร่วมถวายปัจจัยเติมแก๊ส สร้างแสงสว่างไฟฟ้า และเพื่อพัฒนาเสนาสนะที่อยู่อาศัยของวัดได้โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535-7849 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร