ขอจำเริญพร ธรรมะสบายๆ สไตล์วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี ใกล้เทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษาแล้ว ปีนี้อาสาฬหบูชาตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคม (ตรงกับวันเพ็ญเดือน 8 หลัง) ดังนั้นการอธิษฐานเข้าพรรษาของพระภิกษุจึงตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม (ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) โอกาสนี้จึงขอกล่าวถึงการบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา เป็นประโยชน์อย่างไร? การบวชเข้าพรรษา 3 เดือน ตั้งใจเพื่ออุทิศบุญให้ปุพการีผู้ล่วงลับไปสู่สัมปรายภพแล้ว ท่านจะได้รับบุญหรือไม่? และมีพระบาลีหรือพระพุทธพจน์รับรองอย่างไร? วันนี้ขอนำวลีเรื่องการบวชมาสรุป พอให้ชาวบ้านเข้าใจ และเพื่อเป็นแนวทางการศึกษาปฏิบัติ ให้ไปในทิศทางที่เหมาะควร
การบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ถือเป็นบุญกุศลอันยิ่ง เพราะเป็นการสละชีวิตฆราวาสชั่วคราวหรือถาวร เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย ฝึกฝนกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ และสืบทอดพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงยกย่องการบวชว่าเป็น "ชีวิตอันประเสริฐ" (พรหมจรรย์) เพื่อความสิ้นทุกข์
ประโยชน์ของการบวชเข้าพรรษา 3 เดือน
1) ประโยชน์ต่อตนเอง
- ฝึกความอดทน มีระเบียบวินัย
- ศึกษาพระธรรมและนำไปใช้ในชีวิต
- ลดกิเลส สร้างสติ สมาธิ และปัญญา
- ได้สะสมบุญกุศลอันเป็นเหตุแห่งความเจริญทั้งในปัจจุบันและอนาคต
2) ประโยชน์ต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ
- เป็นการตอบแทนพระคุณด้วยการประพฤติธรรม
- อุทิศผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับได้ หากท่านอยู่ในภพภูมิที่สามารถอนุโมทนาได้
3) ประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา
- ช่วยสืบทอดพระธรรมวินัย
- เป็นกำลังของพระศาสนา
- เป็นแบบอย่างแห่งความดีแก่สังคม
ส่วนที่ว่าอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ ท่านได้รับหรือไม่?
คำตอบคือ "ได้รับ" หากท่านเกิดอยู่ในภพภูมิที่สามารถรับส่วนบุญได้ โดยเฉพาะเปรตบางจำพวก (ปรทัตตูปชีวีเปรต) พระพุทธเจ้าทรงรับรองเรื่องนี้ไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร และใน เปตวัตถุ พระบาลีว่า "อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตโย" แปลว่า "ขอผลบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสุข"
และพระบาลีอีกตอนหนึ่งว่า "น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา... เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย" ความว่า การร้องไห้ คร่ำครวญ หรือโศกเศร้า ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับ แต่การทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลต่างหาก เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สามารถอนุโมทนาได้
ถ้าท่านไปเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์แล้ว จะได้รับหรือไม่?
ตามหลักพระพุทธศาสนา หากเกิดเป็น เทวดาหรือมนุษย์ ท่านไม่ต้องอาศัยส่วนบุญเช่นเดียวกับเปรต แต่เมื่อทราบถึงบุญที่ลูกหลานทำ ก็สามารถ อนุโมทนาได้ ซึ่งการอนุโมทนาเป็นกุศลจิต ทำให้เกิดบุญแก่ตนเองเช่นกัน หากเกิดใน นรก หรือ กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน โดยทั่วไปไม่สามารถรับส่วนบุญได้ หากเกิดเป็นเปรตประเภทที่อาศัยส่วนบุญผู้อื่นก็ได้รับเมื่อมีการอุทิศ และเกิดความอนุโมทนา
ดังนั้น บุญที่เราทำไม่สูญเปล่า ผู้ทำย่อมได้รับเต็มที่ ส่วนผู้ล่วงลับจะได้รับมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับภพภูมิและโอกาสในการอนุโมทนา
สรุปให้ชาวบ้านทั่วๆ ไปเข้าใจได้ง่าย คือ
การบวชเข้าพรรษา 3 เดือน เป็นมหากุศล เพราะผู้บวชได้ฝึกตน ศึกษาธรรม สร้างคุณงามความดี และสืบทอดพระพุทธศาสนา บุญที่เกิดขึ้นสามารถอุทิศให้บิดามารดา ปู่ย่าตายาย และผู้มีพระคุณที่ล่วงลับได้ พระพุทธเจ้าทรงรับรองไว้ว่า หากท่านอยู่ในภพภูมิที่รับส่วนบุญได้ ท่านย่อมได้รับและเกิดความสุข แต่ไม่ว่าผู้ล่วงลับจะได้รับหรือไม่ ผู้ที่บวชและผู้ที่ร่วมอนุโมทนาบุญย่อมได้รับอานิสงส์เต็มเปี่ยมอย่างแน่นอน กล่าวโดยย่อว่า
"บวชแล้วได้บุญ ผู้บวชได้ฝึกตน พระศาสนาได้สืบต่อ บิดามารดาและผู้มีพระคุณได้อนุโมทนา หากอยู่ในภูมิที่รับส่วนบุญได้ก็ได้รับความสุข จึงเป็นบุญที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และโดยปรมัตถ์จะได้เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา"
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพผ้าไตรถวายพระจำพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน (ผ้าวัสสิกสาฎก) ในช่วงก่อนวันเข้าพรรษา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 7 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 โดยนิยมถวายในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งตรงกับ วันอาสาฬหบูชา
อีกทั้งยังนิยมทอดผ้าป่าถวายช่วย ค่าน้ำ - ค่าไฟ ตามกำลังบุญกำลังศรัทธา เพื่อสั่งสมบุญถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อสนับสนุนวัดให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535-7849 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012


