

บันทึกจากเบย์แอเรียฉบับนี้ ขอประมวลภาพและข่าวจากวัดพุทธานุสรณ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ในช่วงเช้า ทางวัดได้จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยมี คุณทวิทย์ ปิณฑะแพทย์ ประธานโรงเรียนและประธานวัดพุทธานุสรณ์ เป็นประธานในพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล
คณะสงฆ์ คณะกรรมการวัด คณะครูอาสา ผู้ปกครอง นักเรียน และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีโดยพร้อมเพรียง พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา ถวายสังฆทาน ทำบุญตักบาตร และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ที่ลานวัดหน้าพระอุโบสถ คณะครูอาสาและนักเรียนได้ร่วมแสดงรำถวายพระพร พร้อมบรรเลงดนตรีไทย สร้างบรรยากาศงดงามและเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี
ในช่วงบ่าย มีกิจกรรมเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ได้แก่ ขบวนแห่เทียนพรรษาและผ้าไตรจำพรรษา การทอดผ้าป่าสามัคคี การฟังพระธรรมเทศนา และการเวียนเทียน เพื่อรำลึกถึงพระคุณแห่งพระรัตนตรัย
ขอเชิญชมภาพประกอบคอลัมน์จากงานดังกล่าว และขอขอบคุณช่างภาพ คุณนารีรัตน์ นครศรี คุณอมรวดี ปิณฑะแพทย์ และคุณอัจฉริยา ทวีวิรัช มา ณ โอกาสนี้
เนื่องในช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ผู้เขียนขอน้อมนำเสนอบทกลอนธรรมะของคุณ “แสงประภัสสร” จากชมรมยุวกวีสุนันทา เพื่อเป็นคติธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อันเป็นแนวทางให้ผู้อ่านได้บริหารจัดการจิต และร่วมอนุโมทนาบุญไปด้วยกันค่ะ
ทิศที่ ๑๑ การบริหารจัดการจิต : ๓๙.อย่าสนใจแต่ความคิดตนเอง
กาพย์ยานี ๑๑
๑.หาของปองห่อหุ้ม...............สุมมากมายหลายหลากชิ้น
นานไปไม่รู้ชิน..........................อะไรสินปิ่นเนื้อนา
๒.มิรู้ชูดั้งเดิม..........................เพิ่มสิ่งไหนใหม่เข้ามา
ยิ่งเลือกเปลือกมากพา...............มิรู้ว่าใดเป็นแกน
๓.ถ้าเกิดเพริดหลงภาพ............มายาฉาบฉวยลวงแขวน
ไม่แจ้งของจริงแทน................... สัจจะแก่นแดนเป็นเอง
๔.“ความจริง” ยิ่งยวดแท้......... ไม่รอแน่แค่ตรงเผง
มิต้องลองใครเกรง........................มิรอเก็งเพ่งใครดู
๕.อย่าเชื่อเกื้อคิดตน..................ถูกต้องท้นก่นเพริศหรู
สัจจะไม่รับชู.................................เราต้องรู้กู่รับเอา
๖.มุ่งตรึกความคิดตัว..................... “มิจฉาฯ” ชั่วรัวเกิดเขลา
ปัญญาหาเกิดเกลา............................ ปิดทางเราเงามืดบัง ฯ|ะ
“แสงประภัสสร”
ที่มา: จากหนังสือ ทิศที่ ๑๑ บทที่ ๓๙ หน้า ๔๑ ของ หลวงพ่อชุมพล พลปญโญ
มิจฉาฯ=มิจฉาทิฏฐิ คือการเห็นผิดในทางศาสนา ไม่เชื่อไม่นับถือคำสอน แบ่งเป็น ๑) อกิริยาทิฏฐิ คือเห็นผิดไปว่า ทำแล้วก็แล้วไป ไม่มีผลที่ทำนั้น ๒) นัตถิกทิฏฐิ เห็นผิดไปว่า ผลจากการกระทำต่างๆ ไม่มี ได้แก่ การให้ไม่มีผล, การบูชาไม่มีผล, การเซ่นสรวงไม่มีผล, ผลแห่งวิบากกรรรมที่ทำดีและชั่วไม่มี, โลกนี้ไม่มี, โลกหน้าไม่มี,มารดาไม่มีคุณ, บิดาไม่มีคุณ, สัตว์ที่เกิดผุดขึ้นไม่มี, พราหมณ์ผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ ทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้ง ก็ไม่มีในโลก ๓) อเหตุกทิฏฐิ คือ เห็นผิดไปว่า เหตุทั้งหลายไม่มี
เพ็ญวิภา
รายงาน