เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ประเทศเคเนีย เพลิงนรกโหมลุกไหม้หอพักนักเรียนหญิงในโรงเรียนประจำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 16 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 73 ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุภัยพิบัติสะเทือนใจคนทั่วโลก เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงขึ้นภายในบริเวณอาคารนอนของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นสถานรับเลี้ยงและหอพักสำหรับนักเรียนหญิง ตั้งอยู่ในประเทศเคเนีย
รายงานล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุอย่างน้อย 16 ราย โดยผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียนหญิงที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในหอพัก นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้และการสูดดมควันพิษอีกเป็นจำนวนถึง 73 ราย ซึ่งถูกทยอยนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน
พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงภายในหอพัก ส่งผลให้เด็กนักเรียนต่างพากันวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหลท่ามกลางกลุ่มควันไฟหนาทึบ
ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงจนสงบลงในเวลาต่อมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการปิดกั้นพื้นที่ เพื่อสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือความประมาทเลินเล่อของระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนหรือไม่
ความคืบหน้าและรายชื่อของผู้เสียชีวิต ทางสถานทูตและหน่วยงานในพื้นที่กำลังเร่งตรวจสอบและจะรายงานให้ทราบต่อไป
ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกเตือน การระบาดของอีโบลาในคองโกซับซ้อนหนักจากความขัดแย้ง ความไม่มั่นคง การพลัดถิ่น และความไม่ไว้วางใจของประชาชน
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก(World Health Organization) หรือ WHO เดินทางถึงกรุงคินชาชา ของสาธารณรัฐคองโก พร้อมระบุว่า การระบาดของโรคอีโบลาครั้งล่าสุดในประเทศมีความซับซ้อนอย่างมาก และยากต่อการควบคุม เนื่องจากต้องเผชิญหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความขัดแย้งด้านความมั่นคง การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธ การพลัดถิ่นของประชาชน ภาวะขาดแคลนอาหาร และความไม่ไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในบางชุมชน
นายทีดรอสกล่าวว่า เขาเดินทางมายังคองโกเพื่อส่งสารถึงชุมชนในพื้นที่ระบาดว่า พวกเขาไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว และ WHO พร้อมสนับสนุนภารกิจรับมือการระบาดอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ทีมงาน WHO ลงพื้นที่ปฏิบัติงานแล้วในเมืองบูเนีย เมืองเอกของจังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาดในภาคตะวันออกของประเทศ โดยทีดรอสเตรียมเดินทางต่อไปยังพื้นที่ในวันศุกร์เพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง
ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงในพื้นที่ที่มีการสู้รบ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยและควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างปลอดภัย
สำหรับมาตรการจำกัดการเดินทางที่บางประเทศนำมาใช้กับผู้เดินทางจากคองโก นายทีดรอสระบุว่า WHO ไม่สนับสนุนการห้ามเดินทาง เพราะมีผลเพียงชะลอการแพร่เชื้อได้ในช่วงสั้น และอาจส่งผลเสียต่อระบบสาธารณสุขมากกว่า โดยเฉพาะทำให้ประเทศที่รายงานการระบาดอย่างโปร่งใสรู้สึกว่าถูกลงโทษ และอาจลังเลที่จะเปิดเผยข้อมูลเร็วในอนาคต
กระทรวงสาธารณสุขคองโกระบุว่า จนถึงขณะนี้พบผู้ป่วยต้องสงสัยมากกว่า 1,000 ราย และผู้เสียชีวิตต้องสงสัยแล้วอย่างน้อย 238 ราย การระบาดยังคงลุกลามในหลายพื้นที่ทางภาคตะวันออก.
องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า มีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาอย่างน้อย 906 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) รวมถึงผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออย่างน้อย 223 ราย ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่า ในขณะนี้ มีผู้ติดเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียวที่ได้รับการยืนยันแล้ว 125 ราย ในดีอาร์คองโก รวมถึงผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 17 ราย ในจังหวัดอิตูริ คิวูเหนือ และคิวูใต้
นอกจากนั้น ยังมีผู้ติดเชื้ออีโบลาที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7 รายในยูกันดา ซึ่ง 3 รายถูกนำเข้าจากดีอาร์คองโก และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย อย่างไรก็ตาม ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า ยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดในชุมชน
นางอนาอิส เลแกนด์ จากฝ่ายเชื้อโรคอันตรายสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฉุกเฉินด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อนั้น อยู่ระหว่าง 30-50%
เลแกนด์กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่า คนมากถึง 5 ใน 10 คนมีโอกาสเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่การดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้
หน่วยงานย้ำว่า ในปัจจุบันยังคงไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาใด ๆ ที่ได้รับการอนุมัติโดยเฉพาะ สำหรับเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว.
เครดิตภาพ : REUTERS...
บริษัทอวกาศ Blue Origin ของมหาเศรษฐีเจฟฟ์ เบซอส เจออุบัติเหตุขณะทดสอบ หลังจรวด "นิว เกล็นน์" เกิดระเบิดและไฟลุกไหม้ระหว่างการทดสอบระบบเครื่องยนต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
Blue Origin เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ได้เกิดความผิดปกติ ระหว่างการทดสอบแบบ "Hot-fire test" ซึ่งเป็นกระบวนการจุดเครื่องยนต์จรวดนิว เกล็นน์ (New Glenn) ขณะยึดตัวจรวดไว้กับฐานภาคพื้นดิน เพื่อทดสอบสมรรถนะก่อนปล่อยบินจริง
ภาพที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นจากฐานทดสอบ หลังจรวดเกิดระเบิดอย่างรุนแรง ท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวเพลิงจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่า เจ้าหน้าที่และบุคลากรทุกคนปลอดภัย และสามารถตรวจสอบตัวบุคคลได้ครบทั้งหมด ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้
จรวด New Glenn ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของ Blue Origin โดยบริษัทใช้เวลาพัฒนานานเกือบ 10 ปี และลงทุนไปหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างจรวดขนาดใหญ่สูงเทียบเท่าอาคาร 29 ชั้น
จุดเด่นของ New Glenn คือการออกแบบให้จรวดท่อนแรกสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อแข่งขันกับจรวดตระกูล Falcon ของ SpaceX รวมถึงโครงการ Starship ของ Elon Musk ที่กำลังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์
ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการระเบิด ขณะที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว.
ที่มา : channelnewsasia
29 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเปิดเผยว่าถึงตัวยา 3 ตัวที่ควรให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษในขั้นการทดลอง เพื่ออาจนำไปใช้สำหรับต่อต้าน ไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) อีกทั้งยังแนะว่าโลกควรมีการทดลองยา รวมถึงวัคซีนตัวอื่นๆ ในห้องปฏิบัติการเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งมีความจำเป็นต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว
ขณะนี้พบว่ายังไม่มียารักษาไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียวนี้โดยเฉพาะ ซึ่งตัวยาทดลองที่ องค์การอนามัยโลก ให้ความสำคัญ คือ MBP134 ของ Mapp Biopharmaceutical, Maftivimab ของ Regeneron และ Antiviral Remdesivir ของบริษัท Gilead Science
โดยยา Maftivimab ถูกส่งไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) พร้อมสำหรับการใช้งานหากได้รับไฟเขียวจากทางองค์การอนามัยโลก เพื่อใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยแบบเฉพาะหน้า หรือนำไปวิจัยต่อ
ด้าน Antiviral Remdesivir ของบริษัท Gilead Science ถูกจัดให้มีความสำคัญต่อการใช้ป้องกันการติดเชื้อ ในกลุ่มคนที่สัมผัสกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อ แต่ประสิทธิภาพของตัวยาก็ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
สำหรับวัคซีนนั้น ตัวยาที่ดูมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ rVSV Bundibugyo จำนวน 1 โดส พัฒนาโดย International AIDS Vaccine Initiative คาดว่ากว่าที่วัคซีนดังกล่าวจะพร้อมสำหรับการทดลองนั้นอาจต้องรออีกประมาณ 9 เดือน
วัคซีนอีกตัวหนึ่งที่น่าจับตาคือ ChAdOx1 Bundibugyo พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ที่พร้อมทำการทดสอบในอีก 3 เดือนข้างหน้า แต่ยังต้องมีการเก็บข้อมูลจากการทดลองในสัตว์
องค์การอนามัยโลก กำลังศึกษาโอกาสการใช้วัคซีน Ervebo ของบริษัท Merck ซึ่งเป็นวัคซีนอีโบลาเพียงตัวเดียวที่มีใบรับรองให้ใช้งาน
แต่ทาง องค์การอนามัยโลก ระบุว่า วัคซีนดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้นอกห้องแลบ เพราะยังไม่มีหลักฐานมากพอเกี่ยวกับประสิทธิภาพต่อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ที่แพร่ระบาดอยู่
สหรัฐอเมริกาและอิหร่านแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอย่างรุนแรงระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อความพยายามในการเจรจาเพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ลูกไฟและควันพวยพุ่งออกมาจากอาคารแห่งหนึ่ง หลังเหตุโจมตีของอิสราเอลในเมืองไทร์ ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม (Photo by KAWANT HAJU / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับมาโจมตีกันอย่างรุนแรงระลอกใหม่ แม้กระบวนการทำข้อตกลงสันติภาพกำลังเป็นไปได้ด้วยดี
การปะทะครั้งล่าสุดถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มหยุดยิงในเดือนเมษายน และยังดึงพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างคูเวตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยคูเวตกำลังตอบโต้การยิงโจมตีที่เข้ามาในดินแดนตน ขณะที่ความรุนแรงในแนวรบเลบานอนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หลังจากอิสราเอลประกาศให้พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศเป็นเขตสู้รบ
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า กองกำลังอิหร่านยิงโจมตีใส่เรือ 4 ลำที่พยายามข้ามช่องแคบฮอร์มุซที่พวกเขาปิดกั้นมาตั้งแต่เริ่มสงครามในปลายเดือนกุมภาพันธ์
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังของพวกเขาโจมตีสถานีควบคุมภาคพื้นดินในพื้นที่ท่าเรือทางใต้ของบันดาร์อับบาส ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศอเมริกันที่เป็นแหล่งที่มาของการโจมตี
แม้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่านไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งของฐานทัพดังกล่าว แต่คูเวตซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนกำลังตอบโต้การโจมตี
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และกล่าวว่าสาธารณรัฐอิสลามจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ
กระทรวงฯ เรียกการโจมตีดังกล่าวว่า "การละเมิดข้อตกลงหยุดยิง" แม้ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะอธิบายว่าเป็นเพียงการป้องกันตนเองโดยแท้ และมีจุดประสงค์เพื่อรักษาสภาพการหยุดยิง
การปะทะกันครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนของการเจรจาที่ติดขัดซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างเป็นทางการ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายไม่กระตือรือร้นที่จะกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม และประเด็นสำคัญของข้อตกลงคือการฟื้นฟูการจราจรในช่องแคบฮอร์มุซให้เต็มรูปแบบเพื่อแก้ไขสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาการขนส่งน้ำมันและก๊าซจำนวนมหาศาลลดลง
ราคาน้ำมันโลกดีดตัวสูงขึ้นทันทีที่มีรายงานเกี่ยวกับการโจมตีครั้งใหม่ พลิกกลับจากที่ลดลงในวันก่อนหน้าซึ่งเกิดจากความหวังที่จะบรรลุข้อตกลง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โอมานซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อตกลงระยะสั้นที่อาจอนุญาตให้โอมานและอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
"ไม่ ช่องแคบนี้จะเปิดให้ทุกคน มันเป็นน่านน้ำสากล และโอมานจะต้องปฏิบัติตัวเหมือนกับประเทศอื่นๆ หากไม่แล้วล่ะก็ เราจะระเบิดพวกเขา" ทรัมป์กล่าว
ทั้งนี้ โอมานมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยสงคราม แม้ถูกโจมตีจากอิหร่านเช่นกัน
บากาอีประณามการข่มขู่โอมาน โดยเรียกการกระทำของทรัมป์ว่าเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงของการทำให้ความไร้ระเบียบและการข่มขู่กลายเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อหน่วยงานบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ของรัฐบาลเตหะรานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ในเลบานอน การขยายข้อตกลงหยุดยิงล่าสุดแทบไม่ได้ช่วยหยุดยั้งการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮิซบุลเลาะห์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
กองทัพอิสราเอลได้เริ่มโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบุลเลาะห์รอบเมืองไทร์อีกครั้ง หลังออกคำเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากเมืองทางตอนใต้แห่งนี้
เมื่อวันก่อน อิสราเอลได้ประกาศให้พื้นที่ทั้งหมดทางใต้ของแม่น้ำซาห์รานีในเลบานอน ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร เป็น "เขตสู้รบ" และสั่งให้ประชาชนอพยพ
คำเตือนที่ครอบคลุมนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การหยุดยิงเมื่อวันที่ 17 เมษายน เกิดขึ้นในขณะที่ชาวเลบานอนจำนวนมากพยายามเฉลิมฉลองวันหยุดทางศาสนาอิสลาม
สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอนรายงานว่ามีการโจมตีเมืองนาบาติเยห์หลายครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่อยู่อาศัย
กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานเมื่อวันพุธว่า ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม อยู่ที่ 3,269 ราย
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลรายงานว่าทหารอิสราเอลเสียชีวิต 1 นายเมื่อวันก่อนจากโดรนของฮิซบุลเลาะห์ใกล้ชายแดนเลบานอน ทำให้จำนวนทหารอิสราเอลที่เสียชีวิตในสงครามกับกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็น 24 นาย
ทั้งนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าข้อตกลงสันติภาพใดๆ ก็ตามจะต้องครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย.
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012