สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก แจ้งเตือนคนไทย หลีกเลี่ยงพื้นที่คนพลุกพล่าน-ชะลอเดินทาง ไปยัง 18 รัฐ เพื่อความปลอดภัย
ตามที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในหลายรัฐของเม็กซิโก สืบเนื่องจากการเสียชีวิตหลังถูกจับกุมของนาย Nemesio Rubén Oseguera Cervantes หรือฉายา El Mencho ผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากลุ่มค้ายาเสพติด Cártel Jalisco Nueva Generación (CJNG)
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก ขอแจ้งเตือนให้คนไทยที่อาศัยอยู่ หรือมีแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวในรัฐและพื้นที่ต่อไปนี้ ติดตามข่าวสารและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน
1. รัฐ Jalisco State โดยเฉพาะเมือง Puerto Vallarta เมือง Chapala และเมือง Guadalajara
2. รัฐ Baja California โดยเฉพาะเมือง Tijuana เมือง Tecate เมือง Ensenada
3. รัฐ Quintana Roo โดยเฉพาะเมือง Cancún เมือง Cozumel เมือง Playa del Carmen และเมือง Tulum
4. รัฐ Nayarit โดยเฉพาะเมือง Nuevo Nayarit/Nuevo Vallarta และพื้นที่ใกล้เคียงกับเมือง Puerta Vallarta
5. รัฐ Sinaloa โดยเฉพาะเมือง Mazatlán
6. รัฐ Colima
7. รัฐ Guanajuato
8. รัฐ Guerrero
9. รัฐ Estado de Mexico
10. รัฐ Michoacán
11. รัฐ Nuevo León
12. รัฐ Oaxaca
13. รัฐ Puebla
14. รัฐ Querétaro
15. รัฐ San Luis Potosí
16. รัฐ Tamaulipas
17. รัฐ Veracruz
18. รัฐ Zacatecas
ทั้งนี้ ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมีในหลายรูปแบบ อาทิ การเผาสถานที่ในชุมชน การเผารถยนต์ การปิดถนน การระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่รัฐ
สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาเยือนเม็กซิโกในช่วงนี้ อาจพิจารณาหลีกเลี่ยงการเดินทางระยะไกลด้วยรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า
นอกจากนี้ หากไม่มีความจำเป็น อาจพิจารณาชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังรัฐและพื้นที่ข้างต้น เพื่อความปลอดภัย
หากคนไทยในเม็กซิโกประสงค์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตได้ที่หมายเลข 55-2564-2662 หรือที่ LINE ID: thaiconsulate.mx
คลิปไวรัลจากอินเดียเผยนาทีลุ้นระทึก เมื่อหนึ่งในกลุ่มนักบวชของงานเทศกาลโดนช้างประจำพิธีใช้งวงจับเหวี่ยงลงพื้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (26 ก.พ. 2569) เกี่ยวกับช่วงเวลาสุดโกลาหลกลางงานเทศกาลแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย เมื่อช้างในงานพิธีเชือกหนึ่งแสดงความไม่พอใจโดยใช้งวงจับตัวนักบวชที่ยืนอยู่ด้านข้างชูขึ้นแล้วเหวี่ยงลงพื้น
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างงานเทศกาลจุดประทีปวาลิยาวิลัคคุ วัดอันนามานาดา มหาเทพ ในรัฐเกรละ ประเทศอินเดีย คลิปวิดีโอซึ่งกลายเป็นไวรัลเริ่มบันทึกภาพตั้งแต่ช่วงที่ช้างเชือกที่ก่อเหตุซึ่งมีเครื่องประดับสีสันสดใสเต็มตัวไปหมดพร้อมทั้งมีโซ่ล่ามที่ขา กำลังย่อตัวลงเพื่อให้ชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นนักบวชปีนขึ้นไปบนหลังของมัน
ในขณะที่ชายคนนั้นเร่งปีนขึ้นไปทางด้านข้างของตัวช้าง ชายอีกสองคนก็คอยจับช้างเอาไว้ โดยหนึ่งในนั้นใช้มือจับงาของมัน
เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนักบวชปีนขึ้นไปนั่งลงบนหลังช้างได้สำเร็จ มันก็หันมาเล่นงานหนึ่งในผู้ช่วย โดยใช้งวงพันรอบขาของชายที่อยู่ด้านข้างแล้วยกตัวเขาขึ้นไปในอากาศ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้เห็นเหตุการณ์ จากนั้นก็เหวี่ยงชายคนนั้นออกไปด้านข้างอย่างแรง ทำให้เขาตกลงสู่พื้นและได้รับบาดเจ็บสาหัส
ผู้เคราะห์ร้ายซึ่งรายงานข่าวระบุชื่อว่านายวิเวก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน โดยเขายังคงอยู่ในอาการสาหัส
หลังจากเกิดเหตุการณ์ คณะผู้จัดงานได้สั่งระงับการเฉลิมฉลองเป็นการชั่วคราว ในขณะที่ช้างที่ก่อเหตุถูกกักตัวไว้ในบริเวณวัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการส่งทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับช้างเข้ามาประเมินพฤติกรรมของสัตว์และเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ครั้งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับการใช้ช้างที่เลี้ยงไว้ในลักษณะกักขังมาร่วมงานเทศกาลที่วัดต่างๆ จัดขึ้นทั่วภูมิภาค แม้ว่าช้างจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของพิธีกรรมดั้งเดิมมากมาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์เตือนว่า สภาพที่มีเสียงดัง ฝูงชนที่หนาแน่น และการสัมผัสตัวช้างโดยตรง สามารถก่อให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุที่เป็นอันตราย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้ช้างทำร้ายคน และคาดว่าจะมีการทบทวนมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับการดูแลช้างในงานเทศกาลสาธารณะต่อไป
สหรัฐอนุญาตให้บุคลากรการทูตบางส่วนออกจากอิสราเอล หลังการเจรจากับอิหร่านรอบสามที่เจนีวา "ยังไม่มีข้อสรุป"
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงาน โดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่านายไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล ส่งอีเมลภายในถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า ผู้ที่ไม่มีภารกิจจำเป็นและต้องการเดินทางออกจากอิสราเอล “ควรไปภายในวันนี้”
ขณะเดียวกัน ฮัคคาบีเตือนให้ผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับ มุ่งเน้นไปที่การหาที่นั่งเครื่องบินไปยังที่ใดก็ได้ ที่จะสามารถเปลี่ยนเครื่องบิน แล้วเดินทางต่อไปยังกรุงวอชิงตันได้ แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ การต้องออกจากอิสราเอล “ให้เร็วที่สุด”
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ผ่านตัวกลางคือโอมาน ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็น “ความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม” แม้ในตอนแรกดูมีความคืบหน้า แต่ต่อมานายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันต้องเลิก “เรียกร้องเกินกว่าเหตุ” หากต้องการให้ข้อตกลงบรรลุผล
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยื่นคำขาดให้อิหร่านยอมตกลงภายใน 10-15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลวอชิงตันต้องการให้อิหร่านยุติทั้งโครงการนิวเคลียร์ โครงการขีปนาวุธ และหยุดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ มิเช่นนั้นอาจเผชิญกับการโจมตีทางทหารของสหรัฐ
ด้านเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานเพิ่มเติม ว่าสหรัฐต้องการให้อิหร่าน “รื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่ง” และส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดให้แก่รัฐบาลวอชิงตัน.
เจ้าหน้าที่ปากีสถานและทาลิบันเผยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ว่า ปากีสถานได้โจมตีเป้าหมายในเมืองสำคัญของอัฟกานิสถานทั้งกรุงคาบูลและกันดาฮาร์ เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา หลังจากอัฟกานิสาถนได้โจมตีข้ามแดนเข้าไปยังปากีสถาน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งล่าสุดระหว่างทั้งสองประเทศที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน โดยล่าสุด รัฐมนตรีกลาโหมของปากีสถานยืนยันว่าปากีสถานได้เปิดฉากทำสงครามกับอัฟกานิสถานแล้ว
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของปากีสถาน ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวประกอบด้วยปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดิน มุ่งเป้าไปที่ฐานที่มั่น กองบัญชาการ และคลังเก็บกระสุนของทาลิบันในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน...
รายงานข่าวจากทั้งสองฝ่ายระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ทั้งสองฝ่ายกล่าวอ้างแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้
การโจมตีครั้งนี้นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดที่ร้ายแรงที่สุดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในรอบหลายเดือน เสี่ยงต่อการทำลายการหยุดยิงที่เปราะบางตามแนวพรมแดนยาวราว 2,600 กิโลเมตร และซ้ำเติมข้อพิพาทยืดเยื้อจากข้อกล่าวหาของปากีสถานว่า อัฟกานิสถานให้ที่พักพิงแก่นักรบกลุ่มเตห์รีก-อี-ตอลีบัน ปากีสถาน (TTP) ซึ่งทาลิบันปฏิเสธ...
ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิดโฆษกทาลิบัน กล่าวว่า กองกำลังปากีสถานได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในบางพื้นที่ของกรุงคาบูล กันดาฮาร์ และปักเตีย ส่วนโมชาร์ราฟ ไซดี โฆษกรัฐบาลปากีสถาน โพสต์บน X ว่า การตอบโต้ของปากีสถานต่อเป้าหมายในอัฟกานิสถานยังดำเนินต่อไป เพื่อตอบสนองต่อการโจมตีที่ไร้เหตุผลและปราศจากการยั่วยุจากอัฟกานิสถาน
ต่อมามีการเผยแพร่ข้อความของนายชาห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานบนบัญชี X ของรัฐบาลว่า “คนทั้งชาติยืนหยัดอยู่เคียงข้างกองทัพปากีสถาน” พร้อมกับยกย่องกองทัพที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณแห่งชาติ
ชารีฟย้ำว่า ประชาชนและกองกำลังติดอาวุธของปากีสถานพร้อมเสมอที่จะปกป้องความมั่นคง อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศ และ กองทัพปากีสถานมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมให้สันติภาพและความมั่นคงของประเทศถูกบั่นทอน ไม่ว่าภายใต้สถานการณ์ใดก็ตาม
ขณะเดียวกัน ซัลไม คาลิลซาด นักการทูตซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษของสหรัฐเพื่อการปรองดองอัฟกานิสถานระหว่างปี 2018–2021 กล่าวว่า “นี่คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่ต้องยุติลง
“ชาวอัฟกันและชาวปากีสถานผู้บริสุทธิ์กำลังได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางเลือกที่ดีกว่าคือการทำข้อตกลงทางการทูตระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจะไม่ยอมให้ดินแดนของตนถูกใช้โดยบุคคลหรือกลุ่มใดๆ เพื่อคุกคามความมั่นคงของอีกฝ่าย” คาลิลซาดโพสต์บน X และว่า การดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวควรอยู่ภายใต้การติดตามของบุคคลที่สามเช่นตุรกี
ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา คาลิลซาดเป็นหนึ่งในคณะผู้แทนของสหรัฐที่เดินทางเยือนอัฟกานิสถาน เพื่อพบหารือกับเจ้าหน้าที่ของทาลิบัน...
ล่าสุด คาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีกลาโหมของปากีสถานกล่าวว่าปากีสถานกำลังทำสงครามกับอัฟกานิสถาน และบอกว่าความอดทนของปากีสถานได้หมดลงแล้ว หลังความตึงเครียดพุ่งอย่างหนักตลอดคืนที่ผ่านมา...
ทรัมป์" แง้มความลับ UFO ความลับที่ถูกปิดตายกำลังจะเปิดเผย? "โดนัลด์ ทรัมป์" แง้มความลับ UFO ชี้ "มนุษย์ต่างดาว" อาจมีจริง? ยัน! โอบามาก็รู้แต่พูดไม่ได้! กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ชื่อดัง เกี่ยวกับคำถามที่คนทั้งโลกสงสัยว่า "มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่?" โดยทรัมป์ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับทิ้งปริศนาที่ชวนให้คิดต่อว่า เขาได้เห็นข้อมูลบางอย่างที่ "น่าสนใจและน่าทึ่งมาก" ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง และเขามีกำลังพิจารณาที่จะ "ถอนรากถอนโคน" ความลับเหล่านี้เพื่อนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน
ความน่าสนใจอยู่ที่ทรัมป์ได้พาดพิงถึงอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา โดยระบุว่าโอบามาเองก็ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ "วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้" (UAP/UFO) เป็นอย่างดี แต่มีข้อตกลงหรือข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับที่โอบามาเคยให้สัมภาษณ์กึ่งเล่นกึ่งจริงในอดีตว่า "มีภาพถ่ายและบันทึกของวัตถุบนท้องฟ้าที่เราไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร" แต่การที่ทรัมป์ออกมาพูดย้ำในครั้งนี้ ทำให้กระแสเรื่องการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลกกลับมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทางเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงชื่อดังอย่าง Politifact ได้วิเคราะห์ว่า แม้คำพูดของทรัมป์จะสร้างความตื่นเต้น แต่ต้องแยกแยะระหว่าง "ความจริงเชิงประจักษ์" กับ "เทคนิคการจูงใจ" เนื่องจากที่ผ่านมา ข้อมูลเกี่ยวกับ UFO ส่วนใหญ่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผย มักจะสรุปว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือเทคโนโลยีทางทหารที่ยังไม่เปิดเผย มากกว่าจะเป็นยานอวกาศจากต่างดาว แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ภายใต้รัฐบาลของทรัมป์และแรงกดดันจากสภาคองเกรสในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ต้องออกมาเปิดเผยรายงาน UAP มากขึ้นอย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อน
นักวิเคราะห์มองว่าการที่ผู้นำสหรัฐฯ หยิบยกเรื่องนี้มาพูดบ่อยครั้ง อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าในอนาคตอันใกล้ อาจมีการเปิดเผยเอกสารลับครั้งใหญ่ (Declassification) ที่อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ความเข้าใจเรื่องจักรวาลของมวลมนุษยชาติไปตลอดกาล
ที่มา: politifact.com
ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ คร่าชีวิตหมูกว่า 6,000 ตัว เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่ยังไม่ชี้ชัดสาเหตุของเพลิงไหม้
ฟาร์มไฟน์โอ๊ค (Fine Oak Farms) ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ที่มีหมูจำนวน 7,500 ตัว ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 ก.พ.) ตามเวลาในท้องถิ่น โดยไฟโหมกระหน่ำอย่างหนักที่ตัวอาคาร 2 หลังในบริเวณฟาร์ม ส่งผลให้หมูในฟาร์มตายไปกว่า 6,000 ตัว กลุ่มควันสีดำลอยปกคลุมไปทั่วพื้นที่จนสามารถมองเห็นได้จากรัศมีหลายกิโลเมตร
ไบรอัน เบนนิงตัน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเขตดับเพลิงร่วม Central Townships รายงานว่า ทางการสั่งหน่วยดับเพลิงหลายหน่วยในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงให้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ แต่ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยสนธิกำลังร่วมกัน แต่การควบคุมเพลิงกลับใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรง โดยมีความแรงลมราว 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนขึ้นไปแตะถึงความแรงลมสูงสุดที่ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ไฟที่กำลังลุกไหม้ยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรง อีกทั้งฟาร์มแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งมีน้ำไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ดับไฟ เจ้าหน้าที่จึงต้องเปิดปฏิบัติการณ์ขนส่งน้ำเข้ามาจากนอกพื้นที่ไปด้วยระหว่างพยายามควบคุมเพลิง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยมีหมู 1,500 ตัวที่รอดชีวิต ถูกนำออกจากบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว และไม่มีสิ่งปฏิกูลของหมูที่อยู่ใต้อาคารหลุดออกไปปนเปื้อนกับแหล่งน้ำโดยรอบ
หลังเกิดเหตุ 1 วัน สำนักข่าวต่างประเทศได้ลงพื้นที่ไปยังฟาร์มไฟน์โอ๊คเพื่อสำรวจความเสียหาย โดยพบว่าความเสียหายกระจุกตัวอยู่ในบริเวณเดียวของฟาร์ม โดยยังมีกลุ่มควันจาง ๆ ลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพังของอาคารที่ไหม้เกรียม ข้างโรงนาหลายหลังที่มีร่องรอยถูกไฟเผา โดยอาคารในบริเวณอื่นของฟาร์มไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
สํานักงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแห่งรัฐโอไฮโอกำลังดำเนินการสืบสวนหาต้นเหตุของการเกิดเพลิง โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อสงสัยถึงการลอบวางเพลิง
ด้าน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ส่งอีเมล ส่งข้อความทางโทรศัพท์ และข้อความทางโซเชียลมีเดียไปยัง นายเดฟ เฮย์สเลอร์ ผู้เป็นตัวแทนยื่นจดทะเบียนธุรกิจฟาร์มไฟน์โอ๊คต่อสำนักงานเลขาธิการรัฐโอไฮโอในปี 2017 แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ติดต่อโฆษกสภาสุกรแห่งโอไฮโอ เพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมไว้ใช้ประกอบการสืบสวนอีกด้วย
ทั้งนี้ จากสถิติที่รวบรวมโดยสถาบันสวัสดิภาพสัตว์พบว่า ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เหตุไฟไหม้ในฟาร์มที่สหรัฐฯ ทำให้มีสัตว์ตายไปแล้วกว่า 99,000 ตัว โดยส่วนใหญ่เป็นไก่ที่ตายในเหตุเพลิงไหม้ที่ฟาร์มสองแห่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและรัฐจอร์เจีย
เฉพาะภายในปีนี้ ก่อนเกิดเหตุที่ฟาร์มไฟน์โอ๊ค มีไฟไหม้ฟาร์มไปแล้ว 12 ครั้งทั่วสหรัฐฯ โดย 3 ใน 12 ครั้ง เกิดขึ้นในฟาร์มที่รัฐโอไฮโอ
แอลลี่ เกรนเจอร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายของสถาบันสวัสดิภาพสัตว์ เรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโอไฮโอครั้งนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสยดสยอง และเรียกร้องให้มีการสืบสวนโดยละเอียด โดยเธอยังระบุว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด.
ที่มา : AP
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012