ข่าว
จับตาเจรจารอบ2! ทรัมป์ ลั่นมั่นใจสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุด

15 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News ระบุว่า สงครามกับอิหร่านนั้นใกล้จะจบลงแล้ว โดยเขามองว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายหลักในการทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านไปเกือบหมดแล้ว และอ้างว่าหากสหรัฐฯ ไม่เปิดฉากสงครามในครั้งนี้ อิหร่านคงจะมีอาวุธนิวเคลียร์ไปแล้ว และประเมินว่าความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ จะทำให้อิหร่านต้องใช้เวลาถึง 20 ปี ในการฟื้นฟูประเทศ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า การเจรจารอบใหม่กับอิหร่านอาจเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ภายใน 1-2 วันข้างหน้า โดยระบุว่า ฝ่ายอิหร่านเองก็ต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก เช่นเดียวกับรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ยืนยันตามทรัมป์ว่า จะมีการเจรจารอบ 2 กับอิหร่าน และประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ต้องการเพียงข้อตกลงเล็กๆ จากการเจรจารอบ 2 แต่ต้องการบรรลุข้อตกลงขนาดใหญ่กับอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอต่ออิหร่านแล้ว เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่านสู่ระดับปกติ หากอิหร่านเต็มใจจะประพฤติตัวให้เหมือนกับประเทศปกติทั่วไป พร้อมกับยืนยันว่า นโยบายพื้นฐานของทรัมป์มีเพียงการป้องกันอิหร่านจากการมีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ แวนซ์เป็นผู้นำทีมเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านรอบแรกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่า เขาจะยังคงเป็นผู้นำทีมเจรจาสหรัฐฯ ในการเจรจารอบ 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อีกด้านหนึ่ง มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ ที่เริ่มมีผลมาตั้งแต่คืนวันที่ 13 เมษายน กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือเซ็นต์คอม ระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้หยุดยั้งเศรษฐกิจการค้าและการเข้า-ออกทางทะเลของอิหร่านได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยในรอบ 24 ชั่วโมงแรกไม่มีเรือลำใดสามารถฝ่าฝืนการปิดล้อมของสหรัฐฯไปได้ ขณะที่มีเรือสินค้า 8 ลำที่ออกจากช่องแคบฮอร์มุซไปต้องเดินทางกลับเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย ในจำนวนนี้มีเรือบรรทุกน้ำมันของจีนที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรรวมอยู่ด้วย เซ็นต์คอมระบุว่าสหรัฐฯ ใช้เรือรบมากกว่า 12 ลำในปฏิบัติการปิดล้อมนี้ ซึ่งการปิดล้อมมีผลเฉพาะเรือที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรือและชายฝั่งของอิหร่านเท่านั้น

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ยื่นข้อเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม หลังโฆษกรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจในช่วง 40 วัน นับแต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้นอยู่ที่ประมาณ 270,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.67 ล้านล้านบาท) โดยอิหร่านได้ยื่นหนังสือต่อทางสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อเรียกเก็บค่าเสียหายจากสหรัฐฯ และ 5 ชาติอาหรับที่อ้างว่ามีส่วนร่วมในการโจมตี ประกอบด้วยซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) บาห์เรน กาตาร์ และจอร์แดน

นิวยอร์ก ไทม์ สื่อใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านและนักเศรษฐศาสตร์ ที่ได้ประเมินความเสียหายเบื้องต้นเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับของรัฐบาลอิหร่าน อยู่ที่ประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ หรือสูงกว่า (ราว 9.6 ล้านล้านบาท) เมื่อประมาณการบนพื้นฐานจำนวนประชากรอิหร่าน 92 ล้านคน ตัวเลขประมาณการต่ำสุดที่ 150,000 ล้านดอลลาร์ (กว่า 4.8 ล้านล้านบาท) จะตกเป็นรายคนเฉลี่ยประมาณคนละ 1,600 ดอลลาร์ หรือกว่า 51,000 บาท แต่ตัวเลขความเสียหายอาจสูงถึงเกือบ 3,250 ดอลลาร์ หรือกว่า 100,000 บาทต่อคน หากพิจารณาตามประมาณการสูงสุด สะท้อนถึงความมั่งคั่งของชาติที่สูญเสียไปจากการทำลายล้าง, การหยุดชะงักของการผลิต และการค้าที่ชะงักงัน

สื่ออิหร่านรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางอิหร่านเคยแจ้งต่อประธานาธิบดี มาซูด เปเซสเคียน แของอิหร่านว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับความเสียหายจากสงครามอาจใช้เวลากว่า 10 ปี เป็นไปในทางเดียวกับที่ คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจระดับอาวุโสของอิหร่าน ที่ชี้ว่า สงคราม 40 วันระหว่าง ที่สหรัฐและอิสราเอลทำกับอิหร่านซึ่งเศรษฐกิจเปราะบางอยู่แล้ว ทำให้อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประเทศนานถึง 12 ปี

สีลมแทบแตก! เปิดตัวเลขคนแห่เล่นสงกรานต์ใน 3 วัน เห็นแล้วอึ้ง

บรรยากาศเทศกาล สงกรานต์ ปี 2569 ที่ย่าน ถนนสีลม ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นตลอด 3 วัน

เพจเฟซบุ๊กของ สำนักงานเขตบางรัก BangRak District Office ได้สรุปยอดผู้เข้าร่วมงาน “สงกรานต์สีลม 2569” โดยระบุว่า เฉพาะวันที่ 14 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมสูงถึง 252,265 คน

ขณะที่ยอดรวมตลอด 3 วันของการจัดงาน มีรายละเอียดดังนี้

วันที่ 12 เม.ย. 2569 จำนวน 164,583 คน

วันที่ 13 เม.ย. 2569 จำนวน 236,126 คน

วันที่ 14 เม.ย. 2569 จำนวน 252,265 คน

รวมผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 652,974 คน

ทั้งนี้ บรรยากาศตลอดการจัดงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและคึกคัก ท่ามกลางมาตรการดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด เพื่อให้ประชาชนสามารถร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข


คนไทยระทึก ทำไมไม่ลงจอดทันที? ไขคำตอบกัปตันบินวน 1 ชม. หลังเครื่องยนต์ขัดข้องกลางเวหา

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ธนาธร ตรงสิทธิวิทู" ได้โพสต์เรื่องราวสุดระทึก โดยระบุว่า

คืนสงกรานต์ที่ควรจะจบลงด้วยการ “กลับบ้าน” กลับกลายเป็นคืนที่ไม่มีใครบนเครื่อง VZ3691 จะลืมได้…

ทุกอย่างเริ่มต้นเหมือนทริปทั่วๆ ไป พวกเรากว่า 140 ชีวิต คนไทยแทบทั้งลำกำลังจะโบกมือลาเมืองซีหนิง เพื่อกลับสู่บ้านที่รัก

23:40 น. เครื่องเริ่มวิ่งบนรันเวย์ หัวใจทุกคนก็เริ่มนับถอยหลัง… “กลับบ้านแล้วนะ”แต่แล้ว…“ปัง! ปัง!” เสียงระเบิดดังเป็นระยะ จากเครื่องยนต์ด้านขวา เสียงนั้น…ไม่ใช่เสียงที่ควรได้ยินบนเครื่องบิน และที่สำคัญ…เครื่อง “ขึ้นฟ้าไปแล้ว”

ประมาณ 20 นาทีผ่านไปความเงียบที่เต็มไปด้วยความกังวลก็ถูกทำลายแอร์โฮสเตสประกาศ “เครื่องยนต์ขัดข้อง… เราจะบินกลับไปลงที่ซีหนิง” วินาทีนั้น…ไม่มีใครพูดอะไร

มีแต่สายตาที่มองกัน…และคำถามในใจเดียวกัน “จะปลอดภัยไหม…”

เครื่องบินยังคงบินอยู่บนฟ้าเวลาผ่านไปอีก… 20 นาที แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะลงจอด แล้วกัปตันก็ประกาศอีกครั้ง “เราจำเป็นต้องบินวนรอประมาณ 1 ชั่วโมง” โอ้โห…จากที่ลุ้นอยู่แล้ว กลายเป็น “ลุ้นหนักกว่าเดิม” ทุกนาทีบนฟ้า…มันยาวนานกว่าปกติหลายเท่าบางคนหลับตา บางคนสวดมนต์บางคนจับมือคนข้างๆ แน่นโดยไม่รู้ตัว

จนกระทั่ง… 01:25 น. เครื่องบินก็แตะพื้นอย่างนุ่มนวล เสียงปรบมือดังขึ้นทั้งลำ ไม่ได้นัดหมาย…แต่มาจาก “ความโล่งใจล้วนๆ” วินาทีนั้น…ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคำว่า “รอดแล้ว”

แต่เรื่องยังไม่จบ… แอร์โฮสเตสแจ้งอีกครั้ง “เครื่องบินไม่สามารถใช้งานต่อได้ ต้องพักที่ซีหนิงอีก 1 คืน” เห้อ………ความรู้สึกมันปนกันไปหมดทั้งดีใจ ทั้งเหนื่อย ทั้งหัวใจแทบวาย สุดท้ายแล้ว…สิ่งเดียวที่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันคือ “พระคุ้มครองจริงๆ”

และนี่คือคำถามที่ยังค้างอยู่ในใจผม…ทำไมตอนเกิดเหตุฉุกเฉิน สนามบินไม่ให้ลงจอดทันที แต่ต้องบินวนเป็นชั่วโมง? แล้วสายการบินจะดูแล ผู้โดยสาร 100 กว่าชีวิตนี้อย่างไรต่อ? จะได้กลับไทยเที่ยวบินไหน กี่โมง ?

เหตุการณ์นี้สอนผมอย่างหนึ่ง…บางครั้ง “การเดินทาง” ไม่ได้วัดที่ระยะทางแต่วัดที่ว่า…เรากลับมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ คืนนี้…ไม่มีใครได้กลับบ้าน แต่ทุกคน “ได้กลับมา”


กัมพูชาเต้นผาง! โฆษก ฮุน เซน ปัดข่าวขอฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย

15 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โฆษกของ ฮุน เซน ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่กำลังแพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ของไทย ซึ่งอ้างว่าเขายอมรับความผิดเกี่ยวกับคลิปเสียงที่หลุดออกมา และพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศไทยผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ

รายงานจาก Khmer Times ระบุว่า ข่าวลือดังกล่าวถูกแชร์อย่างกว้างขวาง โดยเนื้อหาระบุว่า ฮุน เซน ได้ส่งสารผ่านคนใกล้ชิดไปยังบุคคลสำคัญในกองทัพไทย เพื่อยอมรับความเกี่ยวข้องกับคลิปเสียงสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย รวมถึงประเด็นด้านการทหาร พร้อมเสนอแนวทางฟื้นความสัมพันธ์ ด้วยการส่งเอกอัครราชทูตกัมพูชากลับมาประจำการในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม นาย เจีย ธีริทธิ์ โฆษกส่วนตัวของฮุน เซน ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มหัวรุนแรงในไทย โดยมีเจตนาเพื่อปลุกปั่นและสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้นำกัมพูชา

โฆษกยังเรียกร้องให้สาธารณชน รวมถึงสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อป้องกันความสับสนและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


ญี่ปุ่นสั่งระงับออกวีซ่าแรงงานต่างชาติในธุรกิจร้านอาหาร หลังโควตาใกล้เต็ม

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศระงับการออกวีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะทางสำหรับชาวต่างชาติในภาคธุรกิจร้านอาหาร หลังจำนวนผู้ได้รับอนุญาตใกล้แตะเพดาน 50,000 คน นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้มาตรการจำกัดดังกล่าวตั้งแต่กำหนดโควตา

15 เมษายน 2569 สำนักงานบริการตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น ระบุว่า ได้ระงับการออกใบรับรองคุณสมบัติสำหรับคำขอวีซ่าประเภทแรงงานทักษะเฉพาะทางระดับที่ 1 ที่ยื่นตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ มีแรงงานต่างชาติในภาคอาหารภายใต้วีซ่าประเภทนี้แล้วราว 46,000 คน

อย่างไรก็ตาม คำขอที่ยื่นก่อนวันดังกล่าวจะยังคงได้รับการพิจารณาและออกใบรับรองตามลำดับ จนกว่าจะครบตามโควตาที่กำหนด

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมกราคม 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขยายโครงการแรงงานทักษะเฉพาะทาง รองรับแรงงานต่างชาติสูงสุด 805,700 คน ครอบคลุม 19 สาขา จนถึงเดือนมีนาคม 2572 โดยกำหนดจำนวนรับในแต่ละสาขาตามระดับการขาดแคลนแรงงาน

เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่น ระบุว่า ภาคธุรกิจอาหารมีการจ้างแรงงานต่างชาติอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสาขาอื่น แต่ยังมีข้อถกเถียงว่า ภาคส่วนดังกล่าวได้พยายามจัดหาแรงงานภายในประเทศอย่างเต็มที่หรือไม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของระบบ

ทั้งนี้ ตามกฎหมายควบคุมการเข้าเมืองและการรับรองผู้ลี้ภัย หากมีแนวโน้มว่าจำนวนแรงงานต่างชาติจะเกินโควตา หน่วยงานมีอำนาจระงับการออกใบรับรองคุณสมบัติได้ทันที

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ทางการญี่ปุ่นจะไม่รับคำขอเปลี่ยนงานเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารจากแรงงานต่างชาติรายใหม่เป็นหลัก ยกเว้นผู้ฝึกงานด้านเทคนิคที่ทำงานอยู่ในประเทศแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานทักษะเฉพาะทาง จะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก

ญี่ปุ่นเริ่มใช้โครงการแรงงานทักษะเฉพาะทางตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเรื้อรัง โดยครอบคลุมหลายสาขา เช่น การดูแลผู้สูงอายุ ป่าไม้ และระบบราง

สำหรับวีซ่าประเภทแรงงานทักษะเฉพาะทาง แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ซึ่งอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 5 ปี และระดับที่ 2 ที่สามารถต่ออายุได้ไม่จำกัด และเปิดทางสู่การพำนักถาวร โดยข้อจำกัดด้านโควตาจะใช้กับผู้ถือวีซ่าระดับที่ 1 เท่านั้น

ไฟไหม้อาคารจอดรถ BYD ในเซินเจิ้น โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ

14 เมษายน 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า BYD เปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารจอดรถแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม เมืองเซินเจิ้น

รายงานระบุว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถทดสอบและรถที่ปลดระวางแล้ว โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ได้ออกมารายงานเหตุไฟไหม้ดังกล่าว ขณะที่ภาพวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยรอยเตอร์ แสดงให้เห็นเปลวไฟลุกลามเป็นบริเวณกว้างภายในอาคารหลายชั้น พร้อมกลุ่มควันสีดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยมีรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ระบุว่า การเกิดเพลิงไหม้ในรถยนต์ไฟฟ้ามีลักษณะแตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยมักใช้เวลานานในการควบคุมเพลิง และมีโอกาสกลับมาลุกไหม้ซ้ำได้ง่าย