16 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศแคนาดา กำลังเผชิญคุณภาพทางอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก หลังจากที่ ควันไฟป่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอปกคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างทั่วเมืองโตรอนโต ขณะที่ควันไฟป่าได้แผ่ขยายวงกว้างเข้าสู่หลายรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ จนต้องออกประกาศเตือนด้านสุขภาพอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ควันไฟป่าแคนาดา ลุกไหม้อยู่มากกว่า 800 จุด ทั่วประเทศแล้ว
สำนักงานสิ่งแวดล้อมแคนาดา รายงานว่า ดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพ ของนครโตรอนโต อยู่ที่ระดับ 10+ ซึ่งจัดอยู่ในระดับ "เสี่ยงสูงมาก" พร้อมคาดว่าสภาพอากาศที่เป็นอันตรายอาจยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงคืนนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น)
ขณะที่บริษัท IQAir ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดอันดับให้ นครโตรอนโต มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก แซงหน้าเมืองกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย สาเหตุหลักมาจากควันไฟป่า
ด้านบริษัทการรถไฟแห่งชาติแคนาดา เปิดเผยว่า ได้อพยพพนักงานและประชาชนในเมืองอาร์มสตรอง รัฐออนแทรีโอ พร้อมระงับการเดินรถไฟในพื้นที่ชั่วคราว หลังเกิดไฟป่าลุกลามเข้าใกล้เส้นทางรถไฟอีกด้วย
เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืนสำหรับดราม่าวงการนางงาม เมื่อ อาย กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว " Miss Supranational Thailand 2026 ออกมาเปิดหน้าแลก งัดหลักฐานสวนกลับ แจ็ค ไททัส Mister Supranational Thailand 2026 พ่วงด้วยตำแหน่ง ND กองประกวดจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แบบหมัดต่อหมัด หลังถูกประกาศปลดจากตำแหน่งสายสะพายไทยแลนด์กลางดึก โดย"อาย กัญญาลักษณ์" เธอฉะแหลกว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความไร้วินัยของเธอ แต่เป็นเพราะความไม่เป็นมืออาชีพของกองประกวดที่จ้องจะเล่นงาน และพยายามบีบให้เธอเป็นเหยื่อเพื่อฟอกขาวโดยเธออธิบายว่า
พาสปอร์ตไม่ได้หาย แต่อู้งานอยู่ที่เอเจนซี่ของกอง
จากกรณีที่กองประกวดอ้างว่าเธอโกหกเรื่องพาสปอร์ตหายเพื่อเลี่ยงงาน อายกัญงัดความจริงแฉว่า พาสปอร์ตของเธอถูกยื่นทำวีซ่าผ่านเอเจนซี่ที่คุณ A และ B (ซึ่งเป็นคนของกองประกวดเลือกมากับมือ) ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. เมื่อวีซ่าผ่านจึงฝากเก็บไว้เพราะเธอต้องวุ่นกับการฟิตติ้งชุด คืนวันที่ 11 ก.ค. อายไข้ขึ้นสูงจนเบลอยา เลยโทรเช็กพิกัดพาสปอร์ตตอนเที่ยงคืน พอเช้ามาเวลา 11.33 น. ก็ได้คืนทันที มันคือความคลาดเคลื่อนตอนไข้ขึ้นสูง ไม่ใช่ของหาย ของอยู่กับคนของคุณ เช็กปุ๊บก็เจอ จะมาสาดโคลนว่าให้ข้อมูลเท็จเพื่อหาเรื่องปลด ถามจริงไม่อายปากหรอ?"
ป่วยปางตาย แพ้ยาจนหน้าแหก เจ็บจริงไม่ได้สำออยเทกอง
อายกัญโชว์หลักฐานใบรับรองแพทย์และประวัติการแอดมิตที่ รพ.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังมีอาการไข้สูงริ่วและเกิดอาการแพ้ยาฆ่าเชื้อขั้นรุนแรงจนหน้าบวม ผื่นคันขึ้นท่วมตัว หมอต้องอัดสเตียรอยด์กู้ชีพ โดยในคืนนั้น แม่แจ๊ค ND กองประกวด ได้เดินทางมาดูอาการถึงห้องพักฟื้น และได้ตกลงร่วมกันให้เลื่อนวันเดินทางเป็นวันที่ 12 ก.ค. เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวซึ่งค่าเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินอายกัญเป็นคนควักเนื้อจ่ายเองทุกบาท ส่วนค่าน้ำหนักกระเป๋าที่กองออกให้ก่อน เธอก็เตรียมเงินสดไปคืนวันเดินทาง คนเจ็บเจียนตายขนาดนี้ยังสู้เพื่อสายสะพายไทยแลนด์ ใครกันแน่ที่ไร้มนุษยธรรม?
เทงานสปอนเซอร์? งานไหนยังไม่เคยเห็นตาราง!
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าละเลยและเทงานผู้สนับสนุน (สปอนเซอร์) อายกัญท้าชนทันทีว่าขอระบุชื่อมาเลยว่าเป็นเจ้าไหน? เพราะที่ผ่านมาทีมงานของเธอให้ความร่วมมือ 100% ตลอด ไม่เคยอิดออด แต่ความจริงคือ ตารางงานอย่างเป็นทางการจากกองประกวด อายยังไม่เคยเห็นแม้แต่ใบเดียว อยู่ๆ มาโกรธลมโกรธแล้งตั้งข้อหาจับผิด แบบนี้เรียกจ้องจะเล่นงานกันชัดๆ
ดีลลับหลังบ้าน ส่งมือมืดบังคับกราบขอโทษฟอกขาว
หลังจากกองประกวดประกาศปลดเธอสะเทือนวงการกลางดึกคืนวันเสาร์ (11 ก.ค.) แต่อายกัญก็ยังใจสู้พร้อมบินไปประกวดต่อในวันที่ 12 ก.ค. ทว่าในวันรุ่งขึ้นกลับมี "คนกลาง" โผล่เข้ามาเจรจาลับ ยื่นข้อเสนอสุดประหลาดว่า ให้อายออกมาไลฟ์สดกราบขอโทษสังคมเรื่องพาสปอร์ต แลกกับการกู้ภาพลักษณ์คืนให้ ซึ่งเธอปฏิเสธทันทีเพราะมองว่านี่คือกระบวนการกดดันฟอกขาว ทำไมเธอต้องกราบขอโทษเพื่อเอาใจใคร ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด
พร้อมกราบถ้าผิดจริง ท้ากางกฎข้อไหนที่บอกว่าร้ายแรงซ้ำซาก?
หมัดสุดท้ายอายกัญตอกกลับใบประกาศปลดที่อ้างว่าเธอกระทำผิดกฎร้ายแรงซ้ำซาก โดยตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า "กฎข้อไหนคะ?" รบกวนงัดหลักฐานออกมากางโชว์หน่อย ถ้าทำผิดซ้ำซากจริง ทำไมที่ผ่านมาไม่เคยมีการส่งหนังสือเตือนอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง? อยู่ๆ ใช้กระดาษแผ่นเดียวเขียนข้อความคลุมเครือมาฆ่าอนาคตเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
บทสรุปสงครามนางงามครั้งนี้ อายกัญทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อนว่า สัญชาตญาณนางงามมันต้องสู้ เจ็บตัวเจ็บใจไม่ว่า แต่มาตราหน้าว่าตอแหลและไร้ความรับผิดชอบงานนี้ยอมไม่ได้ เธอพร้อมกางหลักฐานชนทุกเม็ด และจะไม่ยอมตกเป็นแพะรับบาปให้ความไม่เป็นมืออาชีพของใครเพื่อฟอกขาวกองประกวดแน่นอน!
จากกรณีประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับปัญหาการจ่ายเงินเดือนพนักงานล่าช้า รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการอมเงินประกันสังคมของร้านเนื้อชื่อดังอย่าง “เนื้อแท้” ล่าสุดอดีตนักร้องดัง โต ซิลลี่ฟูลส์ หรือ "บังโต " ที่หันไปเอาดีทางด้านธุรกิจร้านอาหาร และ "ตาล นภศูล รามบุตร" ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ "เนื้อแท้" ได้ออกมาแถลงการณ์ชี้แจงและขอโทษอย่างเป็นทางการผ่านช่องทาง “โตตาล Podcast” ยอมรับถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นว่ามีต้นตอมาจากการขยายธุรกิจที่รวดเร็วเกินไปจนทำให้กระแสเงินสดสะดุด พร้อมกางแนวทางแก้ไขปัญหาและทิศทางในอนาคตเพื่อกู้ศรัทธาของแบรนด์กลับคืนมา
งานนี้ "บังโต" ได้เล่าย้อนไปถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 ว่า ทางบริษัทเลือกที่จะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาพนักงานกว่า 500-600 ชีวิตไว้ ส่งผลให้ต้องตัดสินใจขายหุ้นบางส่วนเพื่อนำเงินทุนกว่า 60 ล้านบาทมาพยุงจ่ายเงินเดือนพนักงานอย่างไรก็ตาม เงินลงทุนในระลอกนั้นพ่วงมาด้วย "เงื่อนไขที่บีบให้เร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็วและผลักดันธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์" ซึ่งสวนทางกับแนวคิดเดิมของแบรนด์ที่ต้องการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และเมื่อเปิดสาขาเร็ว ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจำนวนมากจึงวิ่งตามมา ส่งผลให้บริษัทเริ่มขาดสภาพคล่องอย่างหนัก แม้จะพยายามดึงผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาช่วยประคอง แต่ก็ไม่สามารถแก้สถานการณ์ได้ทันท่วงที จนกลายเป็นปัญหาการจ่ายเงินเดือนพนักงานล่าช้าในที่สุด ซึ่งบังโตยอมรับตรงๆ ว่า "เป็นความล่าช้าที่น่าเกลียด" เนื่องจากบริษัทไม่มีเงินหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบและดำเนินธุรกิจ
ข่าวดีสำหรับพนักงานและลูกค้าคือ ปัจจุบันบริษัท "เนื้อแท้" ได้รับเงินทุนสนับสนุนก้อนใหม่จากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เข้ามาช่วยเติมสภาพคล่องเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้บริษัทได้ทยอยจ่ายเงินเดือนที่ค้างให้กับพนักงานทุกคนครบถ้วนแล้ว พร้อมยืดอกยันว่าวัตถุดิบและสินค้าต่างๆ จะทยอยกลับมาจำหน่ายหน้าร้านตามปกติ
สำหรับประเด็นร้อนเรื่องประกันสังคม "บังโต" ชี้แจงว่า ในช่วงที่การเงินติดขัด บริษัทเลือกที่จะนำเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดไปจ่ายเป็นเงินเดือนให้พนักงานกินใช้ก่อนเป็นอันดับแรก จึงทำให้การส่งเงินประกันสังคมเกิดความล่าช้า อย่างไรก็ดี การส่งล่าช้านี้ยังอยู่ภายในระยะเวลาผ่อนผันตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนช่วงไหนที่เคยส่งล่าช้าเกินกำหนดจนเกิดผลกระทบ ทางบริษัทขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่พนักงานต้องสำรองจ่ายไปทั้งหมดเอง
นอกจากพนักงานแล้ว 'บังโต'ยังได้กล่าวขอโทษกลุ่มคู่ค้า โดยเฉพาะ "กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวแดง" ที่ได้รับผลกระทบจากการที่บริษัทจำต้องชะลอการรับซื้อในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าตอนนี้บริษัทมีวงเงินเพียงพอที่จะกลับมารับซื้อวัวตามปกติแล้ว รวมถึงขอโทษลูกค้าที่ต้องเจอปัญหาสินค้าขาดในบางช่วง และยืนยันว่าสถานการณ์ต่างๆ กำลังฟื้นตัวกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว
เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอยเดิม บังโตเผยว่า "เนื้อแท้" กำลังจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยจะทำการลดขนาดองค์กร และลดจำนวนสาขาลงให้เหลือเพียง 6-7 สาขาเท่านั้น เพื่อให้สามารถกลับมาโฟกัสดูแลคุณภาพสินค้าและการบริการได้อย่างเต็มที่และทั่วถึงเหมือนเดิม"บทเรียนครั้งนี้ทำให้ผมเลือกที่จะเป็น 'เจ้าของร้าน' มากกว่าที่จะไปเป็น 'นักธุรกิจ'" บังโต กล่าวทิ้งท้าย พร้อมแสดงความขอบคุณพนักงาน คู่ค้า และลูกค้าทุกคนที่ยังคงให้โอกาสและยืนเคียงข้างแบรนด์ในวันที่ยากลำบากที่สุด
16 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่ เวเนซุเอลา เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลาในรอบกว่า 100 ปี แรงสั่นสะเทือนขนาด 7.2 เกิดขึ้นก่อน ตามด้วยแผ่นดินไหวขนาด 7.5 เพียง 39 วินาที ส่งผลให้อาคารสูงหลายแห่งถล่มกลายเป็นกองซากปรักหักพัง
ล่าสุด ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา ได้ออกมาเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลาล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 4,829 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บยังคงอยู่ที่ 16,740 ราย แต่ส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว
ทางการเวเนซุเอลาได้จัดตั้งค่ายพักพิงชั่วคราว 106 แห่ง ซึ่งขณะนี้รับรองผู้ประสบภัย 20,857 คน โดยพวกเขาเหล่านี้ยังต้องอาศัยกันอยู่อย่างแออัดในค่ายพักพิง หลายแห่งขาดแคลน้ำและระบบสุขาภิบาลที่เหมาะสม ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยอีกกว่า 63,000 นาย
ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติของผู้เสียชีวิตในรัฐลาไกวรา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงการากัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ยังคงเร่งค้นหาร่างของผู้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารต่างๆ ที่กองทับถมกันอยู่ต่อไป แม้จะผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว
เวเนซุเอลา เผชิญแผ่นดินไหวตาม หรือ อาฟเตอร์ช็อก รวมแล้ว 1,284 ครั้งแล้ว นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงติดต่อกัน 2 ครั้งซ้อน เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
15 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การติดเชื้อจาก 'ปรสิตไซโคลสปอรา' ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลระดับรัฐชี้ให้เห็นว่าปี 2026 เป็นปีที่มีจำนวนผู้ป่วยรายงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาแล้ว
มีรายงานผู้ติดเชื้อในกว่า 30 รัฐทั่วประเทศนี้ และ ข้อมูลล่าสุดรัฐมิชิแกนเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วยมากกว่า 3,300 ราย แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อได้แซงหน้าสถิติสูงสุดของสหรัฐฯ ที่ประมาณ 4,700 รายในปี 2019 แล้ว โรคนี้โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตและมักรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังไม่สามารถยืนยันต้นตอของการระบาดได้อย่างแน่ชัด แต่ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่า ผักกาดหอม และผักสลัด อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่เป็นไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ว่าพวกเขาเชื่อว่ากรณีการติดเชื้อในอย่างน้อย 4 รัฐ ได้แก่ มิชิแกน โอไฮโอ เคนทักกี และ เวสต์เวอร์จิเนีย มีความเชื่อมโยงกัน
หลังจากทำการสัมภาษณ์ผู้ป่วยมากกว่า 1,000 ราย "ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผักกาดหอมถูกกล่าวถึงในการสอบสวน" นาตาชา บักดาสาเรียน หัวหน้าผู้บริหารทางการแพทย์ของกรมอนามัยรัฐมิชิแกนกล่าว เนื่องจากความเชื่อมโยงกันและเนื่องจากผักผลไม้เคยเป็นสาเหตุของการระบาดของเชื้อราไซโคลสปอราในอดีต
เจ้าหน้าที่ของรัฐมิชิแกนจึงแนะนำให้ผู้บริโภคซื้อผักกาดหอมทั้งหัว ทิ้งเปลือกนอก และล้างส่วนที่เหลือให้สะอาด นอกจากนี้ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงผักกาดหอมบรรจุถุงและชุดสลัดสำเร็จรูปด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันว่าการสอบสวนมุ่งเป้าไปที่ร้านอาหาร เครือข่ายร้านค้า หรือผู้จัดจำหน่ายรายใดเป็นพิเศษ และยังไม่ยืนยันความเชื่อมโยงกับทาโก้ เบลล์
ด้าน เครือร้านอาหาร ทาโก้เบลล์ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางร้านได้ถอดส่วนผสมบางอย่างออกเป็นการชั่วคราวโดยสมัครใจในร้านอาหารบางแห่ง เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
ด้านองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) กำลังดำเนินการสอบสวนย้อนกลับอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสินค้าเกษตรหลายรายการ รวมถึงสถานที่ที่ผู้ป่วยแจ้งไว้ก่อนที่พวกเขาจะป่วย
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) อธิบายว่า 'ปรสิตไซโคลสปอรา' เป็นปรสิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้ และทำให้เกิดโรค 'ไซโคลสปอเรียซิส' ผู้ป่วยมักมีอาการท้องเสียเป็นน้ำอย่างรุนแรง ถ่ายบ่อย บางรายอาจมีอาการถ่ายพุ่ง ปวดท้อง คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และน้ำหนักลด โดยโรคนี้มักไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต และสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ตามข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ การระบาดมักเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
'ปรสิตไซโคลสปอรา' เป็นปรสิตที่ชอบความร้อนจะเข้าสู่ลำไส้และแพร่กระจายผ่านทางอุจจาระ เคยพบผู้คนติดเชื้อจากการบริโภคผลไม้หรือผักที่สัมผัสกับน้ำชลประทานที่ปนเปื้อนอุจจาระ
'ไซโคลสปอเรียซิส' ซึ่งพบได้น้อยกว่าโรคที่เกิดจากอาหารเป็นพิษจากเชื้อโรคชนิดอื่น เช่น ซัลโมเนลลา และ อีโคไล หลายกรณีไม่สามารถเชื่อมโยงกับอาหารหรือแหล่งที่มาอื่นใดได้ และเป็นเวลาหลายปีที่รายงานการระบาดของเชื้อไซโคลสปอราในสหรัฐฯ มีน้อยมาก แต่จำนวนเริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012