14 มกราคม 2569 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลสำรวจจากบริษัทวิจัยโตเกียว โชโกะ รีเสิร์ช พบว่าจำนวนการยื่นขอล้มละลายของบริษัทในญี่ปุ่นสูงเกิน 10,000 แห่งติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ในปี 2025 ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแรงงานและราคาสินค้าพุ่งสูง โดยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ
รายงานระบุว่าการยื่นขอล้มละลายของบริษัทที่มีหนี้สินอย่างน้อย 10 ล้านเยน (ราว 2 ล้านบาท) ในญี่ปุ่นในปี 2025 อยู่ที่ 10,300 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2013 โดยการยื่นขอล้มละลายของบริษัทขนาดเล็กคิดเป็นร้อยละ 76.6 ของทั้งหมด
ขณะเดียวกันปริมาณหนี้สินทั้งหมดของบริษัทที่ยื่นขอล้มละลายในญี่ปุ่นในปี 2025 อยู่ที่ 1.59 ล้านล้านเยน (ราว 3.18 แสนล้านบาท) ลดลงร้อยละ 32.1 จากปีก่อนหน้า
หากแบ่งตามประเภทของอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจการบริการ รวมถึงร้านอาหาร มีการยื่นขอล้มละลายสูงสุดที่ 3,478 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 ตามด้วยกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่ 2,014 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 และกลุ่มธุรกิจการผลิตที่ 1,186 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 จากปีก่อนหน้า
นอกจากนั้นการยื่นขอล้มละลายของบริษัทในญี่ปุ่นโดยมีสาเหตุจากปัญหาขาดแคลนแรงงานในปี 2025 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 397 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 จากปีก่อนหน้า ส่วนการยื่นขอล้มละลายโดยมีสาเหตุจากราคาสินค้าพุ่งสูงอยู่ที่ 767 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3 จากปีก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเครนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร ด่วนดีเซลรางปรับอากาศ ขบวนที่ 21 จากสถานีกรุงเทพอภิวัตน์ มุ่งหน้าสถานีอุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่า รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรอรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์
ทันทีที่นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงได้เดินเข้าไปพูดคุยพร้อมทั้งให้กำลังใจญาติของผู้สูญหายจากเหตุการณ์ จำนวน 3 ราย โดยนายกรัฐมนตรี ขอให้พักผ่อนก่อน ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินการให้ หากมีอะไรคืบหน้าจะรีบแจ้งให้ทราบทันที
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้เดินดูบริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณจุดที่เครนหล่นใส่ขบวนรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟตู้ที่ 2 และ 3 ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมทั้งสำรวจซากชิ้นส่วนของงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่ตกลงมาบนรางรถไฟด้วย โดยระหว่างตรวจสอบพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงสัญญาการก่อสร้างว่าบริษัทใดเป็นผู้ควบคุมงาน และได้ถามหาผู้ควบคุมงานเพื่อจะสอบถามถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงความคืบหน้าล่าสุด ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหา 3 ราย
ขณะที่ ผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง รายงานว่า สาเหตุเบื้องต้นที่ได้สอบถามจากผู้ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ทราบว่าตัวรับน้ำหนักเครนตรงกลางเกิดการทรุดตัวหรือเสียรูป ทำให้ตัวซัพพอร์ตหล่นลงจากตอม่อพอดีกับช่วงที่ขบวนรถไฟผ่านมาพอดี เครนซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 400 กว่าตัน จึงตกใส่บริเวณรถไฟตู้ที่ 2 และตู้ที่ 3 ดังนั้น ต้องใช้เครนขนาดใหญ่ 400-500 ตัน มาช่วยในการเคลื่อนย้าย
ด้าน ผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า รฟท. เร่งการสืบสวนสาเหตุ ซึ่ง รฟท.ตั้งคณะทำงานไว้อยู่แล้ว และอาจจะเชิญวิศวกรผู้ควบคุมงาน วิศวกรผู้รับจ้าง และผู้ดูแลโครงการ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการสืบสวนครั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน ส่วนการเยียวยาเนื่องจากมีจำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยในส่วนของผู้เสียชีวิตรฟท.จะช่วยค่าปลงศพรายละ 40,000 บาท และเงินสมทบอีก 40,000 บาทเป็น 80,000 บาท ขณะที่เจ้าของโครงการมีประกันภัยโครงการเช็คเบื้องต้นวงเงินประกันภัยอยู่ที่ 50 ล้านบาทขณะนี้กำลังประสานงานกับทางผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บต่อไป
ขณะที่ ผู้อำนวยการสำนักงานคปภ. จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เรื่องของการประกันภัย สำนักงานคปภ. นครราชสีมา ได้ประสานกับบริษัทประกันภัยในการดูแลความเสียหายครั้งนี้ เบื้องต้น ผู้บริหารคปภ. บริษัทประกันภัย และบริษัท อิตาเลียนไทยฯ คุยกันว่าสำหรับผู้เสียชีวิตจะเยียวยาเบื้องต้น 150,000 บาท ซึ่งความเสียหายครั้งนี้เป็นความคุ้มครองบุคคลภายนอก 50 ล้านบาทต่อเหตุการณ์
ทำให้ นายกรัฐมนตรี หันมาพูดกับนายพิพัฒน์ ว่าแบบนี้คงไม่ได้ ก่อนบอกกับทางคปภ. ว่า ต้องเป็นหลักล้าน ซึ่งรฟท. จะต้องรีบประชุมบอร์ด และกำหนดทันทีว่าจะเยียวยาอย่างไร ซึ่งรฟท.เป็นรัฐวิสาหกิจ อยู่ดีๆผู้โดยสารมาใช้บริการสาธารณะ แล้วคุ้มครองความปลอดภัยเขาไม่ได้ แล้วจะเยียวยารายละ 40,000 บาท คงเป็นไปไม่ได้ เติมศูนย์อีกตัวยังไม่ได้เลย ดังนั้น รมว.คมนาคม จะต้องสั่งการให้มีการประชุมบอร์ด และต้องเยียวยา ส่วนรฟท. จะไปไล่เบี้ยกับบริษัทผู้รับจ้าง หรือบริษัทประกันก็ว่ากันไป แต่ให้ 80,000 บาทต่อราย มันเป็นไปไม่ได้ ใครเป็นญาติก็คงไม่ยอม
“มันไม่มีเบื้องต้น เบื้องท้ายแล้ว คนตายไป 30 คน ตายก็คือตายไม่มีเบื้องต้น เขาควรจะได้เท่าไร สืบสวนสอบสวนอย่างไรเขาก็ตายแล้ว มันไม่ใช่เบื้องต้น ตายแบบนี้จ่ายแสนนึง ตายแบบนี้จ่ายสองแสน แบบนี้คงไม่ใช่ คปภ.ต้องรักษาความสูญเสีย วันนี้ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินของรฟท. ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินของผู้รับจ้าง เอาเป็นว่าหนึ่งชีวิตต้องได้รับการเยียวยาจากประกันภัยอย่างน้อย 30 คน ต้องมีหลักล้านอยู่แล้ว จะต้องไฟท์ให้ ตรงนี้ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว ผู้รับจ้างผิด 500 ล้านเปอร์เซ็นต์ อยู่แล้ว ผู้ควบคุมงานจะผิดด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบเบื้องต้น ต้องอยู่ที่ผู้รับจ้างผู้รับเหมาในฐานะที่ทำงานไม่ดี“ นายกรัฐมนตรี กล่าว
ขณะที่ นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ผู้บริหารบริษัทฯ ที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้าง กล่าวยอมรับความผิดพลาด และต้องขออภัยทุกท่านที่สร้างปัญหาให้ต้องเดือดร้อน ขออภัยผู้ที่ได้รับผลกระทบผู้เคราะห์ร้ายทุกท่าน รวมถึงรฟท.ที่เป็นผู้ว่าจ้าง สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ จะต้องเปิดเส้นทางให้รฟท.กลับมาใช้ทางได้เร็วที่สุด การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบของบริษัท ตามสัญญามีประกันวงเงินคุ้มครองอยู่ ส่วนอะไรที่เกินเลยจากการดูแลของประกันภัย ทางบริษัทจะรับดูแลโดยแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน ญาติของผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราจะทำดีที่สุดเรื่องการเยียวยา แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ คืนนี้ (14 ม.ค.) จะมีการจัดรถเครน 400 ตัน และ 500 ตัน ซึ่งเป็นเครื่องจักรหนักเข้ามาซึ่งจะมาถึงที่เกิดเหตุภายในคืนนี้ โดยจะเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืน ตั้งเป้าว่าภายใน 3 วันจะเปิดใช้เส้นทางได้เหมือนเดิม
ทั้งนี้ ขณะที่ นายอนุทิน และ นายพิพัฒน์ เดินทางกลับ นายอนุทิน ก็หันมาย้ำกรณีเงินเยียวยา 40,000+40,000 ว่า อย่างน้อยตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ฟัง 40,000 บาท ก็ปัดปากกาทิ้งแล้ว ไม่ยอม ไม่มีทางที่จะจ่าย 40,000 บาท อันนี้ไม่ใช่ตบหน้าญาติ แต่เป็นการตบหน้าตนด้วย นี่คือสิ่งที่ต้องให้ผู้บริหารการรถไฟจะต้องไปคิดเสนอบอร์ดในการเยียวยาตรงนี้อย่างไร
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดย ฉก.นย.จันทบุรี ได้ร่วมอำนวยความสะดวกในการรับ ชาวไทยจำนวน 28 ราย ซึ่งได้ขอรับความช่วยเหลือผ่าน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ กลับเข้าสู่ประเทศไทย หลังถูกควบคุมและแสวงหาประโยชน์จาก ขบวนการไซเบอร์สแกม ในหลายพื้นที่ของราชอาณาจักรกัมพูชา
การรับตัวดังกล่าวดำเนินการผ่าน จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดปลอดภัย และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานด้านการตรวจคนเข้าเมือง
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอย้ำว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์สแกมในกัมพูชายังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นภัยร้ายแรง และสร้างความเสียหายมูลค่าสูงต่อสังคมโลก ทั้งในมิติของการค้ามนุษย์ การหลอกลวงทางเทคโนโลยี และการบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ จากข้อมูลการปฏิบัติงานและความร่วมมือระหว่างประเทศยังชี้ให้เห็นว่า อาชญากรรมลักษณะดังกล่าวไม่อาจดำรงอยู่ได้ หากปราศจากการเอื้อประโยชน์หรือการเพิกเฉยจากผู้มีอำนาจบางส่วนในโครงสร้างภาครัฐของประเทศที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้เครือข่ายเหล่านี้สามารถแสวงหาผลประโยชน์อย่างเป็นระบบและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
กองทัพเรือขอยืนยันว่า จะยังคงไม่ยอมรับและไม่เพิกเฉยต่ออาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคีระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และผลักดัน ให้เกิดความรับผิดชอบในระดับรัฐต่อภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก รวมทั้งจะยังคงยืนหยัดปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "CSI LA" ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "จุกสื่ออังกฤษพาดข่าวอุบัติเหตุเครนตกใส่รถไฟในไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน พร้อมบรรยายแบบตรงไปตรงมาว่า อุบัติเหตุในภาคอุตสาหกรรมและไซต์งานก่อสร้างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย เนื่องจากการบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่หละหลวม จนนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงและการสูญเสียชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เจ็บแต่จริง คำถามคือ ใครต้องรับผิดชอบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นซ้ำไม่รู้จบ? "
14 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ชาวอิหร่านดำเนินการประท้วงต่อไป พร้อมระบุว่า ความช่วยเหลือกำลังเดินทางไปถึง ในขณะที่รัฐบาลอิหร่านยังคงเดินหน้าปราบปรามการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
โดยเขาได้โพสต์ข้อความในแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ระบุว่า กลุ่มผู้รักชาติชาวอิหร่านให้ ดำเนินการประท้วงต่อไป เข้ายึดครองหน่วยงานต่างๆ และย้ำว่าความช่วยเหลือกำลังเดินทางไปถึง โดยที่เขาไม่ได้ระบุชัดเจนว่าความช่วยเหลือนั้นคืออะไร เขาได้ยกเลิกการประชุมทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน จนกว่าการสังหารผู้ประท้วงอย่างไร้เหตุผลจะยุติลง และเขากล่าวในเวลาต่อมา ขอให้ชาวอิหร่าน เก็บรายชื่อผู้ที่ทำร้ายพวกเขาเอาไว้ เพราะคนเหล่านั้นจะต้องชดใช้อย่างสาสม
ต่อมาเขาถูกถามถึงความหมายของประโยคที่ว่าความช่วยเหลือกำลังเดินทางไปถึง 'ทรัมป์' ตอบกับผู้สื่อข่าวว่า นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องไปหาคำตอบกันเอง แต่เขาระบุก่อนหน้านี้ว่าการใช้กำลังทางทหารเป็นหนึ่งในทางเลือกที่กำลังพิจารณาเพื่อตอบโต้อิหร่าน
'ทรัมป์' กล่าวต่ออีกว่า การสังหารดูเหมือนจะมีความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เขายังไม่ทราบแน่ชัดในขณะนี้ พร้อมเสริมว่าเขาจะทราบข้อมูลมากขึ้นหลังจากได้รับรายงานสถานการณ์ในคืนวันอังคาร และยืนยันว่า เขาจะดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ส่วนทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ขอให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากอิหร่านทันที รวมถึงการใช้เส้นทางทางบกผ่านตุรกีหรืออาร์เมเนีย
นายอามีร์ ซาอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ตอบโต้ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของทรัมป์ ระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังยุยงให้เกิดความรุนแรง คุกคามอธิปไตยและความมั่นคง รวมถึงพยายามสร้างความไร้เสถียรภาพให้แก่รัฐบาล เขายังได้เขียนจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคาร โดยระบุว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องรับผิดชอบทางกฎหมายโดยตรงต่อการสูญเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเยาวชน
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012