

หลายคนมักคิดว่า “โรคหัวใจ” เป็นเรื่องไกลตัว และมักตรวจสุขภาพเมื่อมีอาการผิดปกติแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง โรคหัวใจบางชนิดอาจค่อยๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน การตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้รู้ความผิดปกติได้เร็วขึ้น
หนึ่งในการตรวจพื้นฐานที่ใช้ประเมินการทำงานของหัวใจ คือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้เวลาสั้น ไม่เจ็บ และสามารถช่วยค้นหาความผิดปกติของหัวใจบางอย่างได้
รู้จัก “คลื่นไฟฟ้าหัวใจ” ตรวจเพื่ออะไร สามารถบอกอะไรได้บ้าง
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คือ การบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นขณะหัวใจเต้น แล้วแสดงออกมาเป็นกราฟ เพื่อให้แพทย์ประเมินจังหวะการเต้นของหัวใจ และมองหาความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ
หัวใจไม่ได้ทำงานด้วยการบีบตัวเพียงอย่างเดียว แต่มีระบบไฟฟ้าภายในที่ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เมื่อระบบไฟฟ้านี้ทำงานผิดปกติ อาจส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
แม้จะเป็นการตรวจที่ง่าย แต่สามารถให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการหรือปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง
กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง ใครบ้างที่ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจ ได้แก่
1. คนที่มีอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
หากเคยมีอาการใจเต้นแรง ใจสั่น หัวใจเต้นสะดุด แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อออกแรง อาจเป็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ การตรวจ EKG อาจช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ และวางแผนตรวจเพิ่มเติมได้เหมาะสม
2. ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดมักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย รวมถึงปัจจัยสะสมต่างๆ เช่น ไขมันในเลือด ความดันโลหิต หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยกลางคน การตรวจสุขภาพหัวใจเป็นระยะอาจช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้น
3. ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
พันธุกรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจ หากคนในครอบครัวเคยมีประวัติโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจตีบ หรือภาวะหัวใจผิดปกติ ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและแนวทางตรวจที่เหมาะสม
4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยง
ผู้ที่มีโรคเหล่านี้ควรใส่ใจติดตามสุขภาพหัวใจ เพราะอาจเพิ่มโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจได้ เนื่องจากโรคบางชนิดสามารถส่งผลต่อสุขภาพหัวใจในระยะยาว เช่น
ความดันโลหิตสูง
ไขมันในเลือดสูง
เบาหวาน
ภาวะอ้วน
5. คนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ เช่น การสูบบุหรี่ ไม่ค่อยออกกำลังกาย รับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ พักผ่อนน้อย หรือมีความเครียดสะสม แม้บางคนยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง การตรวจประเมินสุขภาพหัวใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เช็กความผิดปกติเรื่องไหนได้บ้าง
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจสามารถช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติหลายด้าน เช่น
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
หัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ
ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าในหัวใจ
สัญญาณบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจขาดเลือด
อย่างไรก็ตาม EKG เป็นเพียงหนึ่งในการตรวจประเมินสุขภาพหัวใจ หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์หัวใจ หรือการตรวจอื่นๆ ตามอาการของแต่ละบุคคล
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ปลอดภัยไหม
การตรวจ EKG เป็นขั้นตอนที่ง่ายและไม่เจ็บ โดยเจ้าหน้าที่จะติดแผ่นนำสัญญาณไฟฟ้าบริเวณหน้าอก แขน และขา จากนั้นเครื่องจะบันทึกคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ โดยทั่วไปใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และไม่ต้องมีการเจาะเลือดหรือใช้รังสี จึงเป็นการตรวจที่มีความปลอดภัยสูง
อาการแบบไหนควรรีบตรวจสุขภาพหัวใจ
เจ็บหรือแน่นหน้าอก
ใจสั่นบ่อย
เหนื่อยง่ายผิดปกติ
หายใจลำบาก
เวียนศีรษะ หรือรู้สึกหน้ามืด
มีอาการผิดปกติขณะออกกำลังกาย
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้มีอาการ แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเช็กสุขภาพหัวใจให้รู้ทันความเสี่ยง และช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมก่อนที่จะสายเกินไป เพราะบางครั้งร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนเล็กๆ ก่อนที่จะเกิดปัญหาสุขภาพหัวใจที่รุนแรงขึ้น
สุขภาพหัวใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตรวจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลร่วมกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม
อ้างอิงข้อมูล : โรงพยาบาลพระรามเก้า
ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่และทรงพลังกับเทศกาลอาหารระดับเวิลด์คลาส The Oyster World Cup Gastronomy Series 2026 ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ ที่ตอกย้ำการเป็นหมุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับลักชัวรี (Luxury Gastronomy Destination) ตัวจริงเสียงจริง ไฮไลต์เด็ดของงานนี้คือการแข่งขัน Écailler Oyster Competition 2026 ครั้งที่ 2 เวทีเฟ้นหาสุดยอดฝีมือการแกะหอยนางรมระดับประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยบินลัดฟ้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อที่ประเทศฝรั่งเศส!
สรุปผลการแข่งขัน: ใครคือที่สุดแห่งปี 2026?
งานนี้ไม่ได้วัดกันแค่ความเร็วในการแกะเปลือกหอยเท่านั้น แต่กรรมการยังตัดสินจาก เทคนิคการแกะ ความคิดสร้างสรรค์ในการปรุง การจัดจาน และการเล่าเรื่อง (Storytelling) และนี่คือโฉมหน้าผู้ชนะทั้ง 3 อันดับ
รางวัลรายชื่อเชฟสังกัดรางวัลที่ได้รับ
ชนะเลิศ (Champion)เชฟโป้ง – ชาญวิทย์ แซ่ลี้โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศฝรั่งเศส
รองชนะเลิศอันดับ 1เชฟพรรษา คำบุญSofitel Bangkok Sukhumvit
รองชนะเลิศอันดับ 2เชฟขจรยศ จงรักตระกูลThe Standard Bangkok
มากกว่าการแข่งขัน คือเทศกาลหอยนางรมระดับโลก 8 สัปดาห์! ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง France Écaille, Disciples Escoffier Thailand และ EDELWEISS ร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท จาโกต้า บราเดอร์ส เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าวัตถุดิบพรีเมียมอันดับต้น ๆ ของไทย ได้เนรมิตเทศกาลสุดเอ็กซ์คลูซีฟยาวนานถึง 8 สัปดาห์ (มิถุนายน - กรกฎาคม 2569)
Highlight Event: งานนี้ยังได้รับเกียรติจาก Adrien Geay เจ้าของฟาร์มหอยนางรมระดับตำนาน "Geay Oyster" บินตรงจากฝรั่งเศสมาเปิด Masterclass สอนเทคนิคการคัดเลือก เปิด และเสิร์ฟหอยนางรมแบบมืออาชีพให้กับเชฟและผู้ที่รักอาหารในไทยอีกด้วย
ภายในงานคับคั่งไปด้วยบุคคลสำคัญในแวดวงทูตและอาหารระดับประเทศ อาทิ
ฯพณฯ ฌอง-โคลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และภริยา
คุณเฌโรม เดส์กิย็องส์ ผู้อำนวยการหน่วยงานบิสเนส ฟรานซ์ ประเทศไทย
คุณโกปาล จาโกต้า ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท จาโกต้า บราเดอร์ส เทรดดิ้ง จำกัด
คุณสเตซี่ เจมส์ วอลตัน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ
ร่วมออกเดินทางและสัมผัสประสบการณ์ "Feel the Remarkable" ตลอด 8 สัปดาห์กับ 8 ประเทศผู้ผลิตหอยนางรมชั้นนำได้ที่ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ
ครม. อนุมัติหลักการ ถอด “นกกรงหัวจุก” หรือ ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ พร้อมติดตามประชากรในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
วันที่ 21 ก.ค.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยมีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกการกำหนดให้ นกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และส่งเสริมการพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ประชาชนโดยสาระสำคัญคือการถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
รู้จักนกกรงหัวจุก นกตัวเล็กเสียงทอง
นกกรงหัวจุก มีชื่อทางการว่านกปรอดหัวโขน หรือนกปรอดหัวจุก ทางภาคเหนือเรียกนกปิ๊ดจะลิว ภาษาอังกฤษคือ Red-whiskered bulbul ชื่อวิทยาศาสตร์ Pycnonotus jocosus จัดอยู่ในวงศ์นกปรอด เป็นนกขนาดเล็ก โตเต็มที่ประมาณ 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นที่ทำให้จำง่ายคือ มีหงอนขนสีดำตั้งชันขึ้นบริเวณหน้าผากคล้ายคนสวมหัวโขน อันเป็นที่มาของชื่อ แก้มขาว มีแถบสีแดงใต้ตาคล้ายหนวดสีแดง ก้นสีแดง และปลายหางสีขาว โดยตัวเมียจะมีสีอ่อนกว่าตัวผู้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำพวกนก ลำดับที่ 576 ส่งผลให้ผู้ครอบครอง ผู้เพาะพันธุ์ และผู้ค้าต้องขออนุญาตตามกฎหมาย รวมถึงต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในวงกว้าง
ในธรรมชาติ นกชนิดนี้อาศัยหากินตามชายป่า พุ่มไม้ และพื้นที่การเกษตร กินผลไม้ เมล็ดพืช และแมลงเป็นอาหาร มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศในฐานะผู้ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืชป่า จุดที่ทำให้เป็นที่นิยมเลี้ยงคือเสียงร้องที่ไพเราะ จนกลายเป็นวัฒนธรรมการเลี้ยงเพื่อประชันเสียงร้อง คล้ายกับการเลี้ยงนกเขาชวา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสายพันธุ์พิเศษที่เรียกว่านกกรงหัวจุกแฟนซี เช่น สีเผือก สีเทา และสีด่าง ซึ่งมีราคาสูงเพราะความเฉพาะตัว
ก่อนหน้านี้ นกปรอดหัวโขนถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนก ลำดับที่ 576 หมายความว่าผู้ที่ครอบครอง เพาะพันธุ์ หรือค้าขายนกชนิดนี้ ต้องขออนุญาตตามกฎหมาย รวมถึงต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในวงกว้างทำได้ยาก การปรับสถานภาพเป็นการปลดล็อกให้ประชาชนเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้สะดวกขึ้น
ฝ่ายสนับสนุน มองเป็นเศรษฐกิจชุมชนและซอฟต์พาวเวอร์
ฝ่ายที่ผลักดันการปลดล็อก โดยเฉพาะกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงในภาคใต้ มองว่านกกรงหัวจุกคือสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น นายพุฒิธร วรรณกิจ นายกสมาคมอนุรักษ์และเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกแห่งประเทศไทย เคยประเมินว่า หากเปิดตลาดเสรี จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในวงการหลายร้อยล้านบาทต่อปี ครอบคลุมตั้งแต่ฟาร์มเพาะเลี้ยง งานวิจัยด้านวัคซีนและยา ธุรกิจอาหารนก ไปจนถึงการส่งออกสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและยุโรปที่นิยมเลี้ยงนกสวยงามเสียงไพเราะ
รัฐบาลมองว่าการปลดล็อกจะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรนกจากการเพาะเลี้ยง ทดแทนการจับหรือล่าจากธรรมชาติ ต่อยอดเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนวิถีชุมชนการเลี้ยงนกเพื่อประกวดแข่งขันเสียงร้อง โดยฝ่ายผู้เลี้ยงยังยืนยันว่าพร้อมร่วมศึกษากฎหมายลูกและช่วยจัดการกลุ่มที่ลักลอบล่าและค้านกจากป่า
ฝ่ายคัดค้าน นักอนุรักษ์ห่วงซ้ำเติมการลักลอบล่า
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มนักอนุรักษ์คัดค้านมาตลอด โดยเมื่อปี 2565 สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดค้าน ด้วยเหตุผลสำคัญสามข้อ
ข้อแรก ประชากรนกในธรรมชาติลดลงอย่างน่าตกใจ โดยข้อมูลจากการสำรวจของนักดูนกทั่วประเทศระบุว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประชากรนกกรงหัวจุกในธรรมชาติลดลงกว่า 90% ข้อสอง สถิติการลักลอบล่ายังสูงต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2555 ถึง 2563 มีการยึดนกที่ลักลอบจับได้ถึง 18,096 ตัว และแม้แต่ช่วงโควิด-19 ปี 2564 ก็ยังยึดได้อีก 500 ตัว สะท้อนว่ายังมีการล่าจากธรรมชาติแม้นกจะยังมีสถานะคุ้มครองอยู่ ข้อสาม การเพาะเลี้ยงไม่สามารถทดแทนนกในธรรมชาติได้ เพราะนกที่ยึดจากการลักลอบส่วนใหญ่เป็นลูกนกที่มีอัตราการรอดต่ำเพียงราว 20%
นักอนุรักษ์ เช่น นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือหมอหม่อง ประธานชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ยังชี้ว่า เดิมนกชนิดนี้สามารถขออนุญาตเพาะพันธุ์ได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องถอดออกจากบัญชีคุ้มครอง และในร่างทะเบียนชนิดพันธุ์สัตว์ที่ถูกคุกคามของไทยปี 2563 นกปรอดหัวโขนเคยถูกจัดอยู่ในสถานะมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable) เนื่องจากยังถูกลักลอบนำมาค้าขาย แม้ในภาพรวมระดับโลก IUCN จะจัดสถานะเป็นกังวลน้อยที่สุดก็ตาม
มาตรการป้องกันผลกระทบต่อธรรมชาติ
เพื่อลดข้อกังวล คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าได้กำหนดเงื่อนไขให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ติดตามสถานภาพและจำนวนประชากรนกในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด หากพบว่าประชากรลดลงหรือมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จะต้องนำเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาเพื่อกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้ง
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงผ่านระบบกลางทางกฎหมายและเว็บไซต์ของกรมอุทยานฯ ระหว่างวันที่ 11 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นชอบ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อขัดข้องในหลักการ โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การปรับสถานภาพครั้งนี้เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจชุมชน กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย โดยทีมที่เล่นได้คงเส้นคงวาที่สุดตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ได้แก่ ทีมชาติ สเปน ที่ในรอบชิงชนะเลิศก็ยังคงความสุดยอด แม้จะต้องเหนื่อยไล่บดคู่แข่ง อย่าง อาร์เจนตินา ยาวนานถึง 120 นาที แต่ก็ได้ประตูชัยจาก เฟร์ราน ตอร์เรส ตัวสำรอง ในนาทีที่ 106 เอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 คว้าแชมป์ “เวิลด์ คัพ” สมัยที่ 2 ไปครองได้สำเร็จ ต่อจากปี 2010
คนที่น่าเศร้าที่สุดคงหนีไม่พ้น ลิโอเนล เมสซี ที่แบกทัพ “ฟ้าขาว” ตั้งแต่นัดแรก จนถึงนัดสุดท้าย แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ของตัวเองมาครองได้ แถมในนัดชิงชนะเลิศ อาร์เจนตินา ไม่มีโอกาสได้ยิงประตูเลยแม้แต่หนเดียวตลอดทั้ง 90 นาที สถิติการยิงเป็น 0 เรียกได้ว่าเป็น สเปน ที่เหนือกว่าทุกด้านจริงๆ
ในส่วนของทีมแชมป์ อย่าง สเปน ต้องบอกว่าในทัวร์นาเมนต์นี้หากไม่นับแมตช์แรกของรอบแบ่งกลุ่มที่ทำได้แค่เสมอ เคปเวิร์ด 0-0 หลังจากนั้นพวกเขาก็รักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี จนผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งแมตช์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือในรอบรองชนะเลิศ ที่กดเต็งหนึ่ง อย่าง ฝรั่งเศส แทบโงหัวไม่ขึ้น หาบอลกันไม่เจอตลอด 90 นาที
นอกจาก สเปน จะคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์แล้ว นักเตะของพวกเขายังโดดเด่นที่สุดในทัวร์นาเมนต์ แทบจะกวาดรางวัลส่วนตัวไปครองจนเรียบอีกด้วย
เริ่มจาก โรดรี มิดฟิลด์ตัวเก่ง หายบาดเจ็บได้ทันเวลา แม้จะไม่ได้ลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี มานานถึง 15 เดือน แต่เขากลับมาฟิตเต็มถังก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มเพียงไม่กี่เดือน แล้วก็กลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของทีมชาติสเปนในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตัดบอล จ่ายบอลสั้น จ่ายบอลจากแนวลึก เขาทำได้เนียนตาทุกอย่าง จนคว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ไปครอง
ขณะเดียวกันเจ้าตัวยังกลายเป็น 1 ในนักเตะ 11 คนของประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าได้ทั้ง แชมป์โลก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และรางวัลบัลลงดอร์ ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี, โรนัลดินโญ, ริคาร์โด กากา, ริวัลโด, ซีเนดีน ซีดาน, ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์, แกร์ด มุลเลอร์, บ็อบบี ชาร์ลตัน, เปาโล รอสซี และอุสมาน เดมเบเล
ขณะที่ เปา คูบาร์ซี ปราการหลังวัยเพียง 19 ปี จากบาร์เซโลนา เรียกได้ว่านิ่งจนเกินวัย ยืนปักหลัก เล่นครบทุกนาทีให้ สเปน ตั้งแต่นัดแรก รอบแบ่งกลุ่ม กับ เคปเวิร์ด จนถึงรอบชิงฯ กับ อาร์เจนตินา เสียใบเหลืองไปแค่ 1 ใบ คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปครอง ดูแล้วอนาคตของเจ้าหนูรายนี้สดใสแน่นอน
ต่อกันที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู อูไน ซิมอน ก็คว้าถุงมือทองคำไปครอบครอง เพราะตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ เสียไปแค่ 1 ลูก คือในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ทีมเฉือน เบลเยียม 2-1 นอกนั้นนายด่านจาก แอธเลติก บิลเบา รักษาคลีนชีตเอาไว้ได้ตั้งแต่นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม จนถึงรอบชิงชนะเลิศ
อย่างไรก็ดีรางวัลที่ สเปน ไม่สามารถคว้ามันมาครองได้ คือ ดาวซัลโว ประจำทัวร์นาเมนต์ เพราะคนที่ได้ลูกฟุตบอลทองคำไปครอบครองในปีนี้ ได้แก่ คีเลียน เอ็มบัปเป ศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศส ที่กดไปถึง 10 ประตู แถมปัจจุบันเขายังแซงหน้า ลิโอเนล เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ 22 ประตู โดยเวลานี้เจ้าตัวเพิ่งจะอายุ 27 ปี ยังเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้อีกอย่างน้อย 1-2 สมัย มีโอกาสยืดสถิติออกไปมากกว่านี้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่รางวัลที่ไม่ค่อยจะมีผู้ใดจดจำเสียเท่าไหร่ ได้แก่ รางวัลแฟร์เพลย์ หรือทีมมารยาทยอดเยี่ยม โดยในทัวร์นาเมนต์นี้ เนเธอร์แลนด์ คว้าไปครอง เนื่องจากเล่นได้ขาวสะอาดที่สุด ทำฟาวล์คู่แข่งน้อยครั้งที่สุด ได้ใบเหลืองน้อยที่สุด และไม่มีใบแดงเลย แต่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยน้ำมือ โมร็อกโก
พิธีปิดฟุตบอลโลก 2026 ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่สนาม นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ประเทศสหรัฐ ก่อนเกมชิงดำ ระหว่าง อาร์เจนตินา กับ สเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่่ผานมา...
โดยในพิธีปิดครั้งนี้มีศิลปิน และคนดังมาร่วมแสดงมากมายไม่ว่าจะเป็น โพสต์ มาโลน, ลอรา เปาซินี, นิโค เชอร์ซิงเกอร์, ร็อบบี วิลเลียมส์ และ IShowSpeed ยูทูเบอร์คนดัง...
นอกจากนี้ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน นักร้อง และนักแสดงชื่อดังชาวอเมริกัน ยังรับหน้าที่ขับร้องเพลงชาติสหรัฐ ก่อนเริ่มการแข่งขัน เบื้องหน้า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เดินทางเข้ามาชมเกมในนัดชิงดำด้วย...
ส่วน ทอม ครูซ พระเอกตลอดกาลแห่งฮอลลีวูด ก็ได้เดินทางมาเป็นแขกรับเชิญพิธี พร้อมกล่าวสุนทรพจน์เพื่อให้ศึกฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย....
ไฮไลต์ของพิธีปิดคือการแสดงของ โพสต์ มาโลน นักร้องซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ซึ่งได้รับเลือกเป็นศิลปินหลักของงาน โดยโชว์จะเริ่มตั้งแต่เวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย หรือประมาณ 90 นาทีก่อนการแข่งขัน ภายใต้การสร้างสรรค์ร่วมกับ Balich Wonder Studio เพื่อผสมผสานความบันเทิงระดับโลกเข้ากับมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
นอกจากโพสต์ มาโลนแล้ว พิธีปิดยังรวมเหล่าศิลปินและคนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลอรา เปาซินี , นิโคล เชอร์ซิงเกอร์ , ร็อบบี วิลเลียมส์ และสตรีมเมอร์ชื่อดังจอมเกรียนอย่าง IShowSpeed รวมถึงการปรากฏตัวพิเศษของ ทอม ครูซที่จะร่วมสร้างสีสันก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ
อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือ เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน เจ้าของรางวัล Emmy, Grammy, Oscar และ Tony จะรับหน้าที่ขับร้องเพลงชาติสหรัฐอเมริกาก่อนเริ่มการแข่งขัน แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้เป็นหนึ่งในคู่ชิง แต่ฟีฟ่าเลือกบรรเลงเพลงชาติของเจ้าภาพ เพื่อสะท้อนบทบาทของสหรัฐอเมริกา ในฐานะเจ้าภาพร่วมของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก
ส่วนในช่วงพักครึ่ง (Halftime Show) จะมีการแสดงโชว์ที่ใช้เวลานานที่สุดถึง 30 นาที ซึ่งจะมี BTS, มาดอนน่า และ ชากีร่า มาร่วมแสดงในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าร่วมชมเกมนัดชิงชนะเลิศด้วย หลังก่อนหน้านี้ ทรัมป์ มีบทบาทและถูกพูดถึงตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะประเด็นอื้อฉาวที่ยกเลิกใบแดงของ ฟลาโลริน บาโลกุน กองหน้าสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยังยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์จะเข้าร่วมพิธีมอบถ้วยแชมป์หลังจบการแข่งขัน โดยมีรายงานว่าฟีฟ่าเปิดโอกาสให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจเองว่าจะอยู่ร่วมกับทีมแชมป์ในช่วงชูถ้วย หรือถอยไปยืนร่วมกับคณะผู้บริหารบนเวที