ครบเครื่อง
ญ. อมตะ



ห้ามพลาดชม 10 ม.ค.นี้ ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี ปรากฏสุกสว่างตลอดคืน

7 มกราคม 2569 เฟซบุ๊กเพจ 'NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ' โพสต์ข้อความระบุว่า คืน 10 มกราคม นี้ "ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี" ปรากฏสุกสว่างตลอดคืน ชวนชมความสวยงามผ่านกล้องโทรทรรศน์ฟรี ในงาน NARIT AstroFest 2026 มหกรรมดาราศาสตร์ในวันเด็กแห่งชาติที่หอดูดาว NARIT ทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ

วันที่ 10 มกราคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) หมายถึง ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวพฤหัสบดี เรียงอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน มีโลกอยู่ตรงกลาง ส่งผลให้ดาวพฤหัสบดีอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 633 ล้านกิโลเมตร

ในวันดังกล่าว เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏสว่างทางทิศตะวันออก สังเกตได้ด้วยตาเปล่า นานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตเห็น "ดวงจันทร์กาลิเลียน" ทั้ง 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด คัลลิสโต รวมถึง แถบเมฆ ที่สวยงามของดาวพฤหัสบดี และหากใช้กำลังขยาย 100 เท่าขึ้นไป จะสามารถเห็น "จุดแดงใหญ่" พายุหมุนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 1.3 เท่า ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ NARIT เตรียมตั้งกล้องโทรทรรศน์หลากหลายขนาด จัดกิจกรรมชมดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี ภายในงาน NARIT AstroFest 2026 มหกรรมดาราศาสตร์ครั้งใหญ่แห่งปี ในวันเด็กแห่งชาติ 2569 คืนวันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 18:00 - 22:00 น. ดูดาวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 5 แห่งทั่วประเทศ ดังนี้

เชียงใหม่ : อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ โทร. 084-0882261

โคราช : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา โทร. 086-4291489

ขอนแก่น : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น โทร. 063-8921854

ฉะเชิงเทรา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา โทร. 084-0882264

สงขลา : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา โทร. 095-1450411


คลิปตื่นตา! พบ'เสือไฟ'แมวป่าในตำนาน ปรากฏตัวหน้ากล้องดักถ่ายเขาใหญ่

6 มกราคม 2569 คนไทยตื่นตาเมื่อเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ - Khao Yai National Park โพสต์คลิปเสือไฟ หรือแมวป่าสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ เดินผ่านกล้องดักสัตว์ ระบุว่า

ต้อนรับต้นปี 2569 ด้วย “เสือไฟ” สัตว์ป่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ เสือไฟ มีรูปร่างเพรียว ขายาว มีขนสีน้ำตาลแกมแดง ไม่มีลายและจุดดำตามตัว แต่มีเส้นดำ 2 - 3 เส้นวิ่งตามยาวลงมาที่หน้าผาก ไม่มีจุดขาวที่หลังหู ด้านบนของหางมีสีน้ำตาลเข้ม แต่ตรงปลายหางด้านล่างเป็นสีขาวเห็นได้ชัด เสือไฟเวลาเดินจะยกหางขึ้นข้างบน เสือไฟกินสัตว์เล็กๆ เป็นอาหาร และอาศัยอยู่ป่าทั่วไปหรือป่าโปร่ง

เสือไฟ (Asiatic Golden Cat) เป็นสัตว์จำพวกแมวป่าที่มีขนาดใหญ่กว่าแมวบ้านทั่วไป มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Catopuma temminckii เสือไฟถือเป็นสัตว์ที่มีความลึกลับและมีเรื่องเล่าขานมากมายในวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะความเชื่อเรื่อง เขี้ยวเสือไฟ หรือ หนังเสือไฟ ที่คนสมัยก่อนเชื่อว่ามีอำนาจด้านมหาอำนาจและช่วยป้องกันสิ่งลี้ลับครับ

ลักษณะเด่นของเสือไฟ

สีขน: แม้จะชื่อว่าเสือไฟ แต่สีขนมีหลากหลายมาก ตั้งแต่สีทองแดงอมแดง (สีไฟ) สีน้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีเทา หรือสีดำสนิท

ใบหน้า: มีลักษณะเด่นคือมี แถบสีขาว เหนือตาและแก้ม ซึ่งช่วยให้แยกแยะจากสัตว์ตระกูลแมวชนิดอื่นได้ง่าย

ขนาด: ตัวยาวประมาณ 75–105 เซนติเมตร (ไม่รวมหาง) และมีน้ำหนักประมาณ 9–16 กิโลกรัม

นิสัย: เป็นสัตว์ที่รักสันโดษ มักหากินตัวเดียว ออกหากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีความปราดเปรียวสูง สามารถปีนต้นไม้ได้ดีแต่ชอบล่าบนพื้นดินมากกว่า

สถานะและการอนุรักษ์

ในปัจจุบันเสือไฟเผชิญกับภัยคุกคามหลายด้าน การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยจากการตัดไม้ทำลายป่า การล่าทั้งเพื่อเอาหนังและความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง โดยสถานะทางกฎหมายในประเทศไทย เสือไฟจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

ความเชื่อเกี่ยวกับเสือไฟ

ชาวบ้านในอดีตเชื่อว่าเสือไฟเป็น 'พญาสัตว์' ที่เสือโคร่งยังเกรงใจ มีความเชื่อว่าหากพกขนหรือชิ้นส่วนของเสือไฟไว้ จะช่วยป้องกันสัตว์ร้ายและภูตผีปีศาจได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนประชากรของมันในธรรมชาติ


"กรีนแลนด์" ขุมทรัพย์ "แร่หายาก" สมรภูมิใหม่ "สหรัฐ-จีน" ที่เดิมพันด้วยเทคโนโลยีโลก

ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์สมัยใหม่ "กรีนแลนด์" ไม่ได้เป็นเพียงดินแดนแห่งน้ำแข็งอันห่างไกลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของ "สงครามแร่หายาก" (Rare Earth Elements - REE) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน แร่ธาตุเหล่านี้เปรียบเสมือน "น้ำมันแห่งศตวรรษที่ 21" เพราะเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งแต่ชิปประมวลผล สมาร์ทโฟน อาวุธนำวิถี ไปจนถึงกังหันลมและแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ปัจจุบันจีนถือครองไพ่เหนือกว่าด้วยการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่หายากมากกว่า 80% ของโลก ความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้าหาเกาะกรีนแลนด์จึงเป็นยุทธศาสตร์การ "กระจายความเสี่ยง" และการคานอำนาจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงการเหมือง Kvanefjeld ทางตอนใต้ของกรีนแลนด์ ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในแหล่งแร่หายากและยูเรเนียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก การที่บริษัทที่มีทุนจีนหนุนหลังพยายามเข้ามามีบทบาทในเหมืองแห่งนี้ ได้กระตุ้นให้วอชิงตันต้องขยับตัวอย่างรุนแรง ทั้งในรูปแบบทางการทูตและการเสนอตัวเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ปักกิ่งยึดครองจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอาร์กติกได้

เมื่อเราย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับกรณี "การซื้ออลาสก้า" (Alaska Purchase) ในปี 1867 เราจะเห็นความคล้ายคลึงที่น่าสนใจ ในอดีตสหรัฐฯ ซื้ออลาสก้าจากจักรวรรดิรัสเซียด้วยราคา 7.2 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนั้นว่าเป็น "ความโง่เขลาของเซวาร์ด" (Seward's Folly) เพราะคนมองว่าเป็นเพียงที่ดินรกร้างและหนาวเหน็บ แต่กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าอลาสก้าคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทั้งในแง่ของทองคำ น้ำมัน และความมั่นคงในช่วงสงครามเย็น

ความต่างที่สำคัญคือ ในกรณีอลาสก้าเป็นการซื้อขายระหว่าง "รัฐต่อรัฐ" ในยุคที่ลัทธิอาณานิคมยังมีอิทธิพล แต่กรณีกรีนแลนด์ในศตวรรษที่ 21 มีความซับซ้อนกว่ามาก เพราะกรีนแลนด์มีอำนาจปกครองตนเองและมีกระแสชาตินิยมที่เข้มแข็ง การครอบครองดินแดนจึงไม่สามารถทำได้ด้วยการ "เขียนเช็คใบเดียว" เหมือนในอดีต แต่ต้องผ่านกระบวนการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Soft Power) และการชิงชัยในระดับบรรษัทข้ามชาติ หากสหรัฐฯ พลาดโอกาสในกรีนแลนด์ ก็เท่ากับปล่อยให้จีนกุมอำนาจเหนือทรัพยากรที่จะกำหนดทิศทางเทคโนโลยีของมนุษยชาติในอนาคต เช่นเดียวกับที่รัสเซียอาจเคยเสียดายอลาสก้าหลังจากพบขุมทรัพย์น้ำมันมหาศาลนั่นเอง


“กรุงเทพฯ” เมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลกในปี 2026

ข้อมูลล่าสุดจาก eDreams ODIGEO แพลตฟอร์มจองการเดินทางระดับโลก ชี้ชัด “กรุงเทพฯ” คือเมืองที่นักท่องเที่ยว

ทั่วโลกค้นหาและอยากเช็คอินมากที่สุดในปี 2026 ขณะที่ “ภูเก็ต” ไม่แพ้กัน ติด Top 10 สะท้อนพลังท่องเที่ยวไทยที่โลกจับตา

ประเทศไทยประกาศศักดาความแรงด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี เมื่อ eDreams ODIGEO แพลตฟอร์มจองการเดินทางชื่อดังจากสเปน เปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองท่องเที่ยวที่ถูกค้นหาและถูกกดวางแผนเดินทางมากที่สุดสำหรับปี 2026 ผลปรากฏว่า "กรุงเทพมหานครฯ" ขึ้นแท่นอันดับ 1 แบบไม่ต้องลุ้น แซงเมืองระดับโลกทุกโค้ง

Dealing With Belly Fat? This Gelatin Routine Is Going ViralHealthFrontline การครองอันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่สะท้อนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวที่ครบเครื่อง ทั้งวัฒนธรรม อาหาร ชีวิตกลางคืน แหล่งช็อปปิ้ง และความสะดวกในการเดินทาง จนกลายเป็นปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ความร้อนแรงยังไม่จบแค่เมืองหลวง เพราะ "ภูเก็ต" ไข่มุกแห่งอันดามัน ก็ติดอันดับ 6 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก ตอกย้ำว่าทะเลไทยยังคงครองใจนักเดินทางสายพักผ่อน ขณะที่เมืองดังในเอเชียอย่าง “บาหลี” จากอินโดนีเซีย ก็ตามมาติดอันดับเช่นกัน ทำให้ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นโซนที่เนื้อหอมที่สุดในสายตานักท่องเที่ยว

10 อันดับเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมปี 2026 จากการค้นหาของนักเดินทางทั่วโลก

1.กรุงเทพฯ (ประเทศไทย)

2.โตเกียว (ญี่ปุ่น)

3.ปารีส (ฝรั่งเศส)

4.ลอนดอน (สหราชอาณาจักร)

5.นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)

6.ภูเก็ต (ประเทศไทย)

7.แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี)

8.บาหลี (อินโดนีเซีย)

9.โรม (อิตาลี)

10.มาดริด (สเปน)

รายชื่อดังกล่าวไม่เพียงเป็นไอเดียสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนทริปข้ามปี แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนว่า ปี 2026 ประเทศไทยกำลังจะเผชิญคลื่นนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต คำถามสำคัญคือ โครงสร้างพื้นฐานและการบริการของไทย พร้อมรับมือกับความนิยมระดับโลกนี้มากแค่ไหน

ผลจัดอันดับจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกชี้ชัด “กรุงเทพฯ” คือเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลกในปี 2026 พร้อมด้วย “ภูเก็ต” ที่ติด Top 10 สะท้อนศักยภาพการท่องเที่ยวไทยที่ยังแรงไม่หยุด ปีหน้าไทยเตรียมรับนักท่องเที่ยวแบบจัดหนัก และบทบาท “เจ้าบ้านของโลก” กำลังกลับมาอีกครั้ง


คุณรู้ไหม?…ไม่ขยับนาน ๆ อันตรายถึงชีวิต!

ไม่ขยับนาน ๆ ระวังเจอ ‘ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก’ อันตรายถึงชีวิต

วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความ ศ.ดร.นพ.พลภัทร โรจน์นครินทร์ ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาบอกถึงอันตรายความเสี่ยงที่ไม่ขยับร่างกายนานๆ มารู้จัก “Traveler’s thrombosis” ซึ่งเป็นชื่อเรียก ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก เนื่องจากการไม่ขยับเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เช่น ระหว่างการเดินทางไกล ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก โดยมากพบที่บริเวณขา ซึ่งหากลิ่มเลือดหลุดไปอุดกั้นในปอด อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ปัจจัยเสี่ยง

1. การนั่งหรือนอนนาน ๆ ทำให้เลือดหยุดนิ่งและเกิดลิ่มเลือดได้

2. ภาวะเลือดแข็งตัวง่าย จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุที่มากขึ้น น้ำหนักเกิน

3. ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การตั้งครรภ์ ฮอร์โมน มะเร็งบางชนิด หรือพันธุกรรม

อาการที่พบบ่อย

● ขาบวม ปวด แดง ร้อน ข้างเดียว

● หายใจถี่ เจ็บหน้าอกกะทันหัน เกิดจากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันที่ปอด

● ในกรณีที่รุนแรง อาจหมดสติและเสียชีวิตได้

การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ต้องขยับร่างกายบ่อย ๆ ไม่นอนหรือนั่งท่าเดิมนาน ๆ

● พยายามลุกขึ้นเดินบ่อย ๆ

● บริหารกล้ามเนื้อขาเป็นระยะ ๆ ขณะที่นั่งอยู่กับที่

● อย่าสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

● ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

● ในคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อหลอดเลือดอุดตัน อาจพิจารณาใช้ถุงน่องรัดขา เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดกลับสู่หัวใจ... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5475302/