ครบเครื่อง ญ.อมตะ 21 กรกฎาคม 2561

‘หมอภาคย์’ หรือ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 หมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ที่ได้เข้าไปทำภารกิจในการช่วยเหลือเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี พร้อมผู้ฝึกสอน รวม 13 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย บริเวณภายในเนินนมสาว ถ้ำหลวง ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. หลังจากที่พบตัวทีมหมูป่าเมื่อวันที่ 2 ก.ค. และในคืนวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา นาทีที่หมอภาคย์เดินออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนส่งรอยยิ้มตามสไตล์ ระหว่างที่เป็นทีมสุดท้ายที่ออกจากถ้ำหลวง ขณะช่วยนักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี พร้อมโค้ช กลับบ้านอย่างปลอดภัย

‘หมวดกิ่ง’ ร.ต.ท.หญิง กฤตยา ชัยสวัสดิ์ เธอเป็นรองสารวัตร สังกัดกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย ทั้งตอนนี้และตอนนั้นหมวดกิ่งถือเป็นตำรวจสาวสวยสุดฮอต มีผู้ติดตาม IG เป็นจำนวนมาก นอกจากจะสวมเครื่องแบบปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนแล้ว ยังสวยและเซ็กซี่ แถมยังมีทัศนคติที่ดีมากๆ ต่ออาชีพอีกด้วย เธอเคยพูดถึงอาชีพตำรวจเอาไว้ว่า “ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าอยากจะรับข้าราชการตำรวจ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใจ ต้องมีใจรักในอาชีพนี้จริงๆ เพราะอาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานเพื่อประชาชนและทำเพื่อสังคม ต้องเป็นอันดับแรกที่เราระลึกอยู่เสมอว่าเรามาทำหน้าที่ตรงนี้ เราทำเพื่อประชาชน ถ้าเรามีใจรัก อะไรก็ทำได้แน่นอน”

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้ต้องขังคดีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เป็นเท็จ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 1 เดือน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.นั้นตอนนี้กรมราชทัณฑ์ได้ย้ายชูวิทย์ไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อช่วยงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ชูวิทย์จะครบกำหนดปล่อยตัวภายในวันพรุ่งนี้แล้ว

ในวันแรก ที ชูวิทย์ ได้เข้าไปในเรือนจำนั้น ได้เจอกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ตั้งแต่คืนแรก โดย ชูวิทย์ได้นอนห้องเดียวกัน กับจตุพร โดยได้พูดคุยกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นการถามเรื่องสาระทุกข์สุขดิบของแต่ละฝ่าย แต่เนื่องจากว่า จตุพรเป็นคนพูดน้อย และชูวิทย์ ซึ่งเป็นคนพูดมาก จตุพร จึงเป็นฝ่ายที่ฟังชูวิทย์ สนทนามากกว่า และในเวลาต่อมา ได้เปลี่ยนห้องนอนชูวิทย์ไปอีกห้อง และล่าสุดได้ย้ายชูวิทย์ไปช่วยงานที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

ติดอันดับเป็นดาราสาวน่าตบที่สุดไปแล้ว สำหรับสาว มารี เบิร์นเนอร์ หลังจากตีบทแตกจนทำเอาคนดูอินสุดๆ จากบท กันยา เมียน้อยสุดแสบจากละคร เมีย 2018 ที่ทั้งเซ็กซี่ น่ารัก แต่แฝงไปด้วยความอยากได้อยากมี เอาสามีของพี่สาวมาเป็นของตัวเอง จนสำเร็จที่ทำให้พี่เขยสุดเจ้าชู้แต่ดูผู้หญิงไม่ออกอย่าง ธาดา ที่รับบทโดยหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ หลงหัวปักหัวปำ กระทั่งทิ้งลูกเมียตัวเองอย่างไม่ไยดี เพื่อมาหาน้องเมียสุดแสบคนนี้ แต่อย่าเพิ่งอินไป นั่นเป็นแค่ละคร แต่นอกจอนั้น ความสวย และความเซ็กซี่ ของสาวมารี นั้นไม่แพ้กันยาเลยนะจะบอกให้ เรียกได้ว่าในจอสวยแล้วนอกจอสวย และเซ็กซี่ขึ้นมาก งานนี้ทำเอาหนุ่มๆ หัวใจตุ๊มต่อมเลยทีเดียว เมื่อได้เห็นความสวยของสาวคนนี้

ลีน่า จังจรรจา เดินทางมาที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ เอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี กรณีนำเด็กและเยาวชนเข้าถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางเจ้าหน้าที่ หลังจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า กลุ่มเด็กๆ เข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต จึงอยากให้ดำเนินคดีเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่ตนเองถูกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งความดำเนินคดี ที่เข้าไปเที่ยวถ้ำพระยานคร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งที่มีการซื้อตั๋วอย่างถูกต้อง โดยมีการแจ้งข้อหาว่า ไม่มีการขออนุญาตในการถ่ายทำ ประกอบกับมีการส่งเสียงดังอื้อฉาว พิจารณาแล้วกรณีดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16(13) มาตรา 16(17) มาตรา 18 และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าด้วยการเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2552

ลีน่าจัง อ้างว่า ตนเองได้รับการประสานจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวว่า การท่องเที่ยวถ้ำพระยานคร ซบเซา จึงอยากไปโปรโมตการท่องเที่ยว เมื่อไปถึงก็พบกลุ่มเด็กที่มากับครอบครัวที่บอกว่า อยากดัง จึงชักชวนให้มีการเต้นและร้องเพลง และนำคลิปเผยแพร่ผ่านเพจส่วนตัว โดยไม่ได้มีเจตนาล้อเลียนทีมหมูป่าอะคาเดมี เพราะไม่ได้มีการพูดถึงชื่อใคร ซึ่งคลิปที่มีการถ่ายทำไม่ได้มีคลิปนี้คลิปเดียว แต่ยังมีการถวายพระพรด้วย ลีน่า จัง ยืนยัน จะให้ตำรวจดำเนินคดีกับโค้ชเอก ที่เข้าไปภายในถ้ำหลวง และทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ในการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กๆ ออกมา และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติต้องเสียหาย

โอ๊ย.....อ่านเรื่องนี้แล้วไม่รู้จะเมนท์ว่าอย่างไรดี แต่ขอสักดอกสั้นๆเถอะ “อีตอแหล”

หลังถูกกดดันให้ตรวจสอบ “20-30 โครงการฉาว” ที่ จ.เชียงราย “ผู้ว่าฯหนึ่ง” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา ไม่ยอมเซ็นเมื่อครั้งเป็นผู้ว่าฯเชียงราย .. แถมยังถูกดักคอว่า ถ้าโครงการพวกนี้เดินต่อ ก็ชัดเจนว่า “ผู้ว่าฯหนึ่ง”ไปเหยียบตาปลาใครเข้า .. ทำให้ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต้องออกมาชี้แจง .. แต่ก็ “เลือกที่จะพูด”เฉพาะบางเรื่องเท่านั้น อย่าง “โครงการก่อสร้างช้างคู่บารมีพญามังราย” บนเกาะกลางแม่น้ำกก ที่ชัดเจนว่าผิด เพราะเป็นที่ดินราชพัสดุ .. ที่เหลือก็พูดรวมๆไปว่า กว่า 20 โครงการ ได้ให้ “บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปสอบข้อเท็จจริงมาแล้ว ปรากฏว่า “ไม่มีการทุจริต” เหตุยังไม่มีการลงนามอนุมัติ .. ฟังดูเหมือนชี้แจงแบบส่งๆ ทั้งที่ “ผู้ว่าฯหนึ่ง” ก็เคยให้ “เบาะแส” ไว้เพียบไปหมด ไม่ว่าจะเป็น “โครงการศิลปะ” ของ “ท้องถิ่น” ที่ตั้งงบประมาณไว้สูงกว่าความเป็นจริงถึง 10 เท่า .. หรืออย่างที่พูดเป็นนัยๆ ถึง “เงินทอน” ประมาณว่า “เชียงรายที่ผ่านมาศักยภาพมันควรจะเจริญขนาดไหน เชียงราย 100 บาทมันควรจะลงให้ถึง 100 บาท หรืออย่างน้อย 90 บาท วันนี้ลงแค่ 30-40 บาท วันนี้ 20 กว่าโครงการผมเซ็นต์ไม่ได้เพราะมันผิดกติกาหมด”

แล้วยังมีเรื่องสำคัญ ที่ใครต่อใครก็รู้ว่าเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย”ทำให้ “ณรงค์ศักดิ์” ต้องย้ายที่ทำงานก่อนกำหนด .. อย่าง “โครงการโรงแยกขยะ” ที่ระบุว่า “ดำเนินการแล้ว” ใช้งบประมาณไปกว่า 300 ล้านบาท แต่เปิดใช้ไม่ได้ .. เป็นเรื่องใหญ่ งบเยอะ ที่ “ท่านป๊อก”ไม่ยักจะพูดถึงแม้แต่คำเดียว .. หรือเกรงว่าถ้าเรื่องแดงขึ้นมา จะกระทบโปรเจกต์เร่งด่วน “ศูนย์จัดการขยะครบวงจร”งบประมาณหลายพันล้าน ของกระทรวงมหาดไทย .. ที่เพิ่งไป “ไหว้วาน”ให้ “นายกฯน้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกข้อสั่งการให้เร่งให้จบใน 1 เดือน เมื่อวันก่อนหรือเปล่า .. แล้วยังอาจชิ่งไปทำให้เสีย เรื่อง โปรเจกต์แสนล้าน โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ที่ข่าวว่า “ลูกชายผู้ใหญ่บางคน” ไปหารับประทานเป็นล่ำเป็นสันล่วงหน้า ทั้งที่โครงการมันยังไปไม่ถึงไหนเลย