ครบเครื่อง ญ. อมตะ 9 พฤศจิกายน 2562

ราวกับเวทมนตร์ “หินพ่อมด” 1 ตัน หายไปร่วมเดือน กลับสู่ผืนป่าแอริโซนา

ราวกับเวทมนตร์ – วันที่ 5 พ.ย. ซีเอ็นเอ็น รายงานความอัศจรรย์ของ หินพ่อมด น้ำหนัก 1 ตัน ที่ถูกขโมยไปและกลับคืนสู่ผืนป่าสงวนแห่งชาติ ในเมืองเพรสคอตต์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ราวกับเวทมนตร์

เจ้าหน้าที่ป่าไม้พบหินพ่อมดกลับมาปรากฏอีกครั้ง ขณะลาดตระเวนลุ่มน้ำ ที่ซึ่งหินพ่อมดเคยตั้งตระหง่าน หลังได้รับแจ้งสูญหายไปเกือบ 1 เดือน

“เราตื่นเต้นที่หินพ่อมดกลับมา และขอบคุณใครก็ตามที่เอาไปและมีจิตสำนึกพอที่จะนำมาคืนเป็นของสาธารณะ” ซาราห์ คลอว์สัน เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า เขตพิทักษ์ป่าแบรดชอว์ ระบุในแถลงการณ์ และว่า

หินพ่อมดสีดำตัดด้วยเส้นแร่ควอตซ์สีขาวมีความหมายพิเศษต่อผู้ชื่นชอบธรณีวิทยาท้องถิ่น ที่เป็นต้อนรับของผู้ขับขี่สัญจรไปมาบนทางหลวงหมายเลข 89 เลียบผืนป่าสงวนแห่งนี้เป็นเวลาหลายปี และกลายเป็นจุดถ่ายภาพเซลฟี่ยอดนิยมด้วย

หินพ่อมดที่หายไปสร้างความมึนงงแก่เจ้าหน้าผู้พิทักษ์ป่า เนื่องด้วยน้ำหนักพอกับรถยนต์เล็กคันหนึ่ง จึงต้องใช้ความพยายามสุดๆ ในการยกออกไปได้

ทั้งนี้ การเอาแร่ออกจากป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตามกฎหมาย หากนำออกไปได้และไม่นำกลับมาคืน จะมีโทษปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (151,000 บาท) หรือจำคุก 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอาจทำให้คนขโมยตัดสินใจเอาหินพ่อมดกลับมาวางที่เดิม

แต่หินพ่อมดจะอยู่ที่เดิมอีกไม่นานนัก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เผยว่า กำลังพิจารณาเคลื่อนย้ายหิมพ่อมดไปตำแหน่งโดดเด่นกว่า เพื่อให้ผู้มาเยือนสนุกกับกิจกรรมที่มีหินพ่อมดดำเป็นฉากหลังมากขึ้น


'ทรัมป์'ถอนตัวจากข้อตกลง'ปารีส' ตอกย้ำความไม่เชื่อเรื่อง'โลกร้อน'

5 พ.ย.2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขอถอนตัวออกจากการร่วมเป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงปารีส ฉบับปี 2558 ซึ่งเป็นความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อช่วยกันควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวไม่น่าแปลกใจเนื่องจากทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์ว่าไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกร้อน และประกาศว่าข้อตกลงปารีสที่สหรัฐลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เป็นข้อตกลงที่เลวร้ายและมีแต่สร้างหายนะให้กับเศรษฐกิจของอเมริกา

ทั้งนี้ กระบวนการการถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวจะใช้เวลาภายใน 1 ปี เท่ากับว่าสหรัฐจะออกจากการข้อตกลงฉบับนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 พ.ย. หรือ 5 พ.ย. ปีหน้า หรือเพียง 1 ถึง 2 วันหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากพรรคเดโมแครตว่า ทรัมป์หวังใช้เรื่องนี้เป็นการหาเสียงในบรรดาชนชั้นแรงงานในรัฐที่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ยังพึ่งพาพลังงานจากถ่านหิน และบรรดาล็อบบี้ยิสต์ด้านถ่านหินหรือไม่


อาเซียนประกาศยึดมั่น ตามข้อตกลงโลกร้อนยูเอ็นและปารีส

กรุงเทพฯ (เอเอฟพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) - สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ประกาศยึดมั่นตามพันธกรณีที่มีต่อกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือยูเอ็นเอฟซีซีซี (UNFCCC) และความตกลงปารีสปี 2558 ขณะที่เลขาธิการยูเอ็นเตือนประเทศในเอเชียให้เลิกเสพติดการใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงาน เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้หลายล้านคนเสี่ยงภัยจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค

อาเซียนออกแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการประชุมรัฐภาคียูเอ็นเอฟซีซีซีครั้งที่ 25 (UNFCCC COP25) เมื่อวานนี้ว่า ผู้นำ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนขอใช้การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ย้ำเรื่องการยึดมั่นต่อพันธกรณีที่มีต่อยูเอ็นเอฟซีซีซีและความตกลงปารีส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการเรื่องความรับผิดชอบร่วมกันแต่แตกต่างกันและศักยภาพของแต่ละประเทศตามสภาพแวดล้อมระดับประเทศที่แตกต่างกัน อาเซียนจะดำเนินมาตรการแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามพิมพ์เขียวประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียนปี 2568 อย่างสอดคล้องกับผลของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2573 ของยูเอ็นและนโยบายการพัฒนาระดับประเทศ

แถลงการณ์กล่าวถึงเรื่องป่าไม้ว่า อาเซียนจะส่งเสริมการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เช่น ปฏิบัติตามมติการประชุมรัฐภาคีเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าการทำให้ป่าเสื่อมโทรมและส่งเสริมการอนุรักษ์ จะส่งเสริมแหล่งกักเก็บคาร์บอนในประเทศกำลังพัฒนาตามกรอบวอร์ซอปี 2556 จะส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การคุ้มครองและฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยาบนบก ริมฝั่ง และทางทะเล

ส่วนเรื่องการใช้พลังงาน อาเซียนจะบรรลุเป้าหมายลดความเข้มข้นของการใช้พลังงานลงให้ได้ร้อยละ 21.9 ของการใช้ในปี 2548 จะเปิดตัวยุทธศาสตร์ภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการขนส่งทางบกที่ยั่งยืน โรดแมปการประหยัดเชื้อเพลิงอาเซียนสำหรับภาคการขนส่งปี 2561-2568 และแนวทางสำหรับการจัดทำดัชนีชี้วัดการขนส่งทางบกที่ยั่งยืนว่าด้วยการประหยัดพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอาเซียน ด้านภัยพิบัติ อาเซียนจะส่งเสริมศักยภาพในการจัดการภัยพิบัติที่เกิดจากสภาพอากาศด้วยกลไกที่มีอยู่ตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการรับมือเหตุฉุกเฉิน จะปฏิบัติตามระยะ หรือเฟสสองของแผนปฏิบัติการประกันและจัดหาเงินลดความเสี่ยงภัยพิบัติอาเซียน จะตั้งเงินทุนประกันภัยความเสี่ยงภัยพิบัติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประการสุดท้ายอาเซียนจะส่งเสริมความร่วมมือกับคู่เจรจา หุ้นส่วน และภายนอกเรื่องการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในอาเซียน

ขณะที่นายอันโตนีโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติหรือยูเอ็น กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนว่า ประเทศในเอเชียจะต้องเป็นแนวหน้าในการเอาชนะการเสพติดถ่านหิน ด้วยการกำหนดราคาการปล่อยคาร์บอนและปฏิรูปนโยบายพลังงาน การดำเนินการเรื่องนี้ล่าช้ามาก หากสามารถลดการใช้ถ่านหินได้ก็จะช่วยยับยั้งอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นได้

ทั้งนี้ ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักของหลายประเทศในอาเซียน ยิ่งเศรษฐกิจเติบโตเร็วยิ่งมีความต้องการใช้มากขึ้นและทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเวียดนามใช้ถ่านหินผลิตพลังงานถึง 1 ใน 3 ของพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด และเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินอีกหลายแห่งภายในปี 2593 ขณะที่ไทยกำลังลงทุนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ก่อนหน้านี้ วารสารเนเจอร์คอมมูนิเคชันส์เผยผลการวิจัยใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า คนทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 300 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจมน้ำภายในปี 2593 มากกว่าตัวเลขที่เคยมีการวิจัยก่อนหน้านี้มาก และในจำนวนนี้หลายเมืองเป็นมหานครในเอเชียที่เสี่ยงน้ำท่วมหนัก เช่น กรุงเทพฯ นครโฮจิมินห์ ของเวียดนาม นครมุมไบ ของอินเดีย


บิณฑ์ถึงกับน้ำตาไหล สันติ ภิรมย์ภักดี เพิ่มเงินเดือนเท่าตัว ให้เดือนละแสนตลอดชีวิต เป็นกำลังใจให้ทำดี

นักแสดงหนุ่มจิตอาสา บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ บอกเล่าเรื่องราวของการทำดีแล้วได้รับสิ่งดีๆ กลับมา โดยได้เผยว่า สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหารบริษัทบุญรอด บริวเวอรี ได้ให้เลขาส่วนตัวติดต่อมาสอบถามเรื่องช่วยน้ำท่วม พร้อมส่งผ่านความห่วงใยมาให้ด้วย

ทั้งนี้ ยังสอบถามถึงเรื่องงานส่วนตัวว่าน่าจะไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ช่วยเหลือพี่น้องชาวอีสาน และยังว่าไม่ต้องห่วงในส่วนนี้ เพราะก่อนหน้าที่เคยได้ให้เงินเดือน เดือนละ 50,000 บาท ก็จะให้เพิ่มอีกเท่าตัวเป็นเดือนละ 100,000 บาท ไปตลอดชีวิต เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคมต่อไป ที่ทำเอาบิณฑ์บอกว่าตื้นตันจนน้ำตาไหล


บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อยู่กับ Ashok Kumaar และอีก 2 คน เมื่อวานนี้ เวลา 00:47 น. ·

" ท่านครับ ทำไมท่านถึงดีกับผมเหลือเกินครับ "

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ ท่านผู้ชายคนนี้ทำให้ผมน้ำตาไหลแต่เช้า ท่าน สันติ ภิรมย์ภักดี ท่านให้เลขาส่วนตัวท่านโทรมามาหาผม มาถามเรื่องมอบเงินให้พี่น้องชาวอีสานเป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยมั้ย ต้องการอะไรเพิ่มมั้ย ท่าน สันติ เป็นห่วง พักผ่อนบ้างนะ ท่านบอกว่าเห็นในข่าวรู้สึกผอมไป อย่าหักโหม เราต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง จะได้ดูแลคนอื่นได้ แล้วงานส่วนตัวล่ะ ช่วงนี้คงไม่ได้ทำเลยใช่มั้ย ท่านบอกว่าไม่ต้องห่วงนะ ดูแลพี่น้องชาวอีสานที่ถูกน้ำท่วมให้ดีที่สุดอย่าให้ตกหล่นแม้แต่ครอบครัวเดียว ปัญหาอะไรค่อยๆแก้ไขไป ทุกคนที่ บริษัท บุญรอด เป็นกำลังใจให้ ทำให้ดีที่สุด สมกับที่เข้าใว้ใจเรา..

นี่คือคำพูดของท่านที่ให้เลขาฯ โทรมาให้กำลังใจผม แต่ที่ผมรู้สึกซาบซึ้งก็คือ..

ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องเงินท่านจะเพิ่มให้เป็นเดือนล่ะ 100,000 บาท จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องงานที่ กทม แต่ท่านให้ส่วนตัวนะ จากเดือนล่ะ 50,000บาท ให้ผมมา 2 ปีแล้ว คราวนี้มอบให้อีก 50,000 บาท เป็นเดือนล่ะ 100,000 บาท ตลอดไปจนกว่าชีวิตผมจะหมดลมหายใจ

ผมขอกราบหัวใจท่านด้วยใจที่บริสุทธิ์ ท่านดีกับผมเหลือเกินครับ ไม่ใช่แค่กับผมนะครับ ท่านได้มอบความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานอื่นอีกมากมาย ท่านคือผู้ให้ที่อยู่เบื้องหลังมาตลอด อย่าโกรธผมนะครับที่ต้องมาบอกกับเพื่อนๆของผม ผมดีใจครับอยากบอกให้ทุกคนทราบครับ ( ท่านบอกว่าไม่ต้องบอกใครอยากให้ผมมีกำลังใจทำงาน ) รักและเคารพท่านที่สุดครับ ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงนะครับ กราบขอบคุณครับท่าน


นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเจอค่าโรมมิ่งอ่วม หลังนกอินทรีที่มีเครื่องติดตามบินไปอิหร่าน

นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเจอค่าโรมมิ่งอ่วม หลังนกอินทรีที่มีเครื่องติดตามบินไปอิหร่าน – BBCไทย

ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่ตามศึกษาเก็บข้อมูลนกอินทรีทุ่งหญ้าสเตปป์ (steppe eagle) แทบถังแตกหมดงบประมาณในการทำโครงการวิจัย หลังจากนกที่พวกเขาติดตั้งอุปกรณ์ติดตามบางตัวได้บินอพยพเข้าไปในเขตประเทศอิหร่านและปากีสถาน ส่งผลให้พวกเขาต้องจ่ายค่าโรมมิ่งการใช้บริการโทรศัพท์มือถือในต่างแดนแพงหูฉี่ จากอุปกรณ์ติดตามนกที่ส่งข้อมูลทางเอสเอ็มเอสกลับมายังรัสเซีย

ทีมนักวิจัยจากศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าในเมืองโนโวซีบีรสค์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไซบีเรีย ได้เฝ้าติดตามศึกษานกอินทรีทุ่งหญ้าสเตปป์ ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จำนวน 13 ตัว ที่มีถิ่นจับคู่ผสมพันธุ์ในไซบีเรียและคาซัคสถาน แต่จะบินอพยพไปยังแถบเอเชียใต้ในฤดูหนาว

พวกเขาใช้อุปกรณ์ส่งข้อมูลผ่านข้อความสั้น หรือ เอสเอ็มเอส ที่ติดไว้ที่ตัวนกเพื่อบอกระยะพิกัด นอกจากนี้ยังใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อดูว่านกบินไปในตำแหน่งที่ปลอดภัยหรือไม่ โดยสายไฟฟ้าถือเป็นภัยคุกคามสำคัญของนกชนิดนี้

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยต้องเจอปัญหาใหญ่ เมื่อ “มิน” หนึ่งในนกที่พวกเขาติดตามนั้น ได้บินจากคาซัคสถานในช่วงฤดูร้อน แต่ในบริเวณนั้นเป็นจุดที่เครือค่ายโทรศัพท์มือถือครอบคลุมไปไม่ถึง ทำให้เมื่อนกบินเข้าไปในเขตประเทศอิหร่าน สัญญาณโทรศัพท์กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เอสเอ็มเอสจากเครื่องติดตามบอกพิกัดนกที่ตกค้างสะสม

หลังได้รับใบแจ้งหนี้ก้อนโต ทีมนักวิจัยจึงได้เปิดการระดมทุนผ่านโซเชียลมีเดียที่ใช้ชื่อว่า “เติมเงินมือถือให้นกอินทรี” ซึ่งมีผู้ร่วมบริจาคเงินจ่ายค่าบริการดังกล่าวกว่า 1 แสนรูเบิล (ราว 4.7 หมื่นบาท)

นอกจากนี้ เมื่อ Megafon บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของรัสเซียทราบเรื่อง จึงได้ยกหนี้ให้ทีมนักวิจัย อีกทั้งยังคิดค่าบริการในอัตราถูกเป็นพิเศษสำหรับโครงการนี้ด้วย เพื่อช่วยให้ทีมงานสามารถเฝ้าติดตามเส้นทางการอพยพ และเก็บข้อมูลที่สำคัญของนกอินทรีทุ่งหญ้าสเตปป์เพื่อช่วยในการอนุรักษ์นกหายากชนิดนี้ให้สามารถดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้

วันที่ 27 ตุลาคม 2019 สำนักข่าว Cnet รายงานว่า นักวิจัยชาวรัสเซียจำใจต้องชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ตมือถือที่เกินงบหลายเท่า หลังนกอินทรีย์ที่ถูกติดตั้งเครื่องติดตาม (เพื่อศึกษาถึงเหตุผลที่พวกมันอพยพย้ายถิ่นฐาน) เกิดบินออกนอกเส้นทางที่ไม่ได้วางแผนไว้ จนระบบเปลี่ยนเป็นการใช้งาน โรมมิ่ง (Roaming) และคิดค่าบริการที่แพงกว่าปกติหลายเท่า

นักวิทยาศาสตร์จาก R.R.R. Conservation Network ระบุว่า พวกเขาได้ทำการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณ SMS กับนกอินทรีทั้งหมด 13 ตัว โดยมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับประชากรนกรัสเซียที่ใกล้สูญพันธุ์

ซึ่งตามแผนที่วางไว้คือ เมื่อไหร่ที่นกอพยพ นักวิจัยก็จะได้รับ SMS บอกพิกัดตำแหน่งที่อยู่ จากนั้นจะใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อดูว่านกอยู่ตำแหน่งไหนแล้ว และเมื่อไหร่ที่เครื่องส่ง SMS บริษัทเครือข่ายสัญญาณของรัสเซีย MegaFon ก็จะคิดค่าบริการและเรียกเก็บเงินจากนักวิจัย

แต่ในระว่างการศึกษา กลับเกิดเหตุที่นักวิจัยไม่คาดคิดมาก่อน เมื่อหนึ่งในนกที่ถูกติดตั้งเครื่องส่ง SMS บินอยู่นอกรัศมี ยาวไปตั้งแต่คาซัคสถานจนถึงอิหร่าน จึงทำให้ค่าบริการโรมมิ่งที่นักวิจัยคำนวณไว้เกินงบไปมาก

นักวิจัยบอกว่า ค่าส่งข้อความนอกเขตตกอยู่ที่ 49 รูเบิลรัสเซีย (ราว 23 บาทต่อครั้ง) ซึ่งรวมแล้วทำให้พวกเขาต้องจ่ายเงินมากกว่าที่คาดไว้ถึง 5 เท่า เลยทีเดียว

ทำให้พวกเขาต้องเปิดระดมทุนจากประชาชนทั่วไป เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าโรมมิ่ง และเมื่อเรื่องนี้เป็นข่าวดัง บริษัท MegaFon ก็เสนอไม่คิดค่าบริการโรมมิ่งบางส่วนให้ และจะให้อัตราค่าบริการพิเศษแก่นักวิจัย เพื่อให้งานวิจัยดำเนินต่อไปได้อีกด้วย

อินทรีย์ทุ่งหญ้าสเตปป์ เป็นนกประจำถิ่นของภูมิภาคเอเชียกลางไปจนถึงทวีปยุโรป สำหรับในประเทศไทยนั้น พวกมันถูกจัดให้เป็นนกอพยพที่พบเห็นได้ยากมากชนิดหนึ่ง โดยมีการพบเห็นปีละไม่เกิน 2 ตัว ในแถบจังหวัดเพชรบุรีและนครสวรรค์ ในช่วงฤดูหนาว และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535


ภาวะโลกร้อน : ธารน้ำแข็งที่กำลังหายไปจากไอซ์แลนด์ – BBCไทย

โครงการศึกษาวิจัยโดยใช้ภาพถ่าย เผยให้เห็นน้ำแข็งปริมาณมหาศาลที่กำลังละลายหายไปจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่หลายแห่งในประเทศไอซ์แลนด์

โครงการนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างทีมงานจากมหาวิทยาลัยดันดี ของสกอตแลนด์ และมหาวิทยาลัยไอซ์แลนด์ รวมทั้งสำนักอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์ ที่เปรียบเทียบภาพถ่ายจากเครื่องบินของธารน้ำแข็งในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1980 กับภาพถ่ายจากโดรนในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ฝั่งใต้ของครอบน้ำแข็งวัตนาเยอคูลล์ (Vatnajökull ice cap) ที่ครอบคลุมเนื้อที่ 7,700 ตารางกิโลเมตร

ทีมงานได้นำภาพถ่ายหลายพันภาพมาประมวลแล้วใช้ซอฟต์แวร์เปลี่ยนภาพถ่ายให้เป็นแบบจำลอง 3 มิติของภูมิประเทศในบริเวณดังกล่าว

โดยในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ชาวไอซ์แลนด์จำนวนมากได้ไปรวมตัวกันเพื่อ แสดงความอาลัยต่อการสูญเสียธารน้ำแข็งโอคเยอคูลล์ (Okjökull glacier) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งแห่งแรกของไอซ์แลนด์ที่สูญเสียสถานะธารน้ำแข็งไป เพราะน้ำแข็งมีความบางเกินกว่าที่จะเคลื่อนตัวได้

ปัญหาธารน้ำแข็งละลายหายไปจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือปัญหาระดับโลก โดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุดเตือนว่า ธารน้ำแข็งขนาดเล็กในยุโรป, แอฟริกา, เทือกเขาแอนดีส และอินโดนีเซีย จะสูญเสียปริมาณน้ำแข็งไปกว่า 80% ของระดับในปัจจุบัน ภายในปี 2100 หากปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ยังคงอยู่ในระดับสูง

IPCC ชี้ว่า ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาธารน้ำแข็งที่ละลายอาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชนนับล้าน