

ใครที่ชอบนวดผ่อนคลายต้องระวัง! รู้หรือไม่ว่าบางโรคประจำตัวห้ามนวดเด็ดขาด เช็กด่วน 5 โรคที่ไม่ควรนวด เพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ทั้งเส้นเลือดแตก กระดูกหัก หรือช็อกโดยไม่คาดคิด
การนวดแผนไทย หรือการนวดเพื่อผ่อนคลาย เป็นศาสตร์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหรือออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถรับการนวดได้ เพราะหากคุณมีโรคประจำตัวบางอย่าง การกดจุด ดัด หรือดึง อาจกลายเป็นการกระตุ้นให้อาการกำเริบและเป็นอันตรายถึงชีวิต ข้อมูลจาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ระบุถึงกลุ่มโรคและข้อควรระวังที่ต้องประเมินตนเองก่อนเข้ารับบริการ
เปิดลิสต์ 5 โรคที่ไม่ควรนวด เสี่ยงอันตรายกว่าที่คิด
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการนวดช่วยรักษาได้ทุกอาการปวด แต่ในทางการแพทย์ นี่คือ 5 โรคประจำตัวที่ควรหลีกเลี่ยงการนวด หรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนเสมอ
1. โรคความดันโลหิตสูง (เกิน 160 mmHg)
ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและยังควบคุมไม่ได้ ไม่ควรรับการนวดเด็ดขาด เนื่องจากแรงกดทับจากการนวดจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม เสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดฝอยแตก หรือรุนแรงถึงขั้นหลอดเลือดในสมองแตกจนกลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้
2. โรคหัวใจและหลอดเลือด
การนวดในผู้ป่วยโรคหัวใจอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง เพราะการนวดจะไปกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้สูบฉีดเลือดหนักขึ้น นอกจากนี้ ในผู้ป่วยที่มีลิ่มเลือดอุดตัน แรงกดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันในเส้นเลือดที่ปอดหรือสมอง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
3. โรคเบาหวาน (ระดับน้ำตาลสูงกว่า 180 mg/dL)
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทส่วนปลาย ทำให้การรับรู้ความรู้สึกช้าลง เมื่อถูกนวดแรงๆ อาจไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อฟกช้ำได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยเบาหวานเมื่อเกิดบาดแผลหรือรอยช้ำแล้วจะหายยาก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง
4. โรคมะเร็ง
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ที่เซลล์มะเร็งมีการลุกลามไปที่กระดูกหรือต่อมน้ำเหลือง ห้ามรับการนวดแผนไทยหรือนวดกดจุดโดยเด็ดขาด ข้อมูลทางการแพทย์ชี้แจงว่า การนวดอาจไปกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดหรือระบบน้ำเหลืองได้เร็วขึ้น รวมถึงกระดูกของผู้ป่วยมะเร็งมักจะเปราะบางกว่าปกติ การนวดแรงๆ อาจทำให้กระดูกร้าวหรือหักได้
5. โรคกระดูกพรุนและกระดูกบาง
มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนจะมีมวลกระดูกที่บางและเปราะแตกง่ายมาก การนวดที่ต้องใช้น้ำหนักกดทับ ดัด หรือดึงตัว เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้กระดูกหัก หรือข้อต่อเคลื่อนหลุดโดยไม่รู้ตัว หากผู้สูงอายุต้องการผ่อนคลาย ควรเลือกใช้วิธีลูบเบาๆ หรือทำกายภาพบำบัดภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญแทน
ข้อควรระวังเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจนวด
นอกเหนือจาก 5 โรคข้างต้นแล้ว ผู้ที่มีอาการ ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด รวมถึงผู้ที่มีแผลเปิดหรือแผลอักเสบติดเชื้อ ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ห้ามนวดเช่นกัน
การนวดเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องตั้งอยู่บนความปลอดภัย ก่อนเข้าร้านนวดทุกครั้ง ควรแจ้งประวัติสุขภาพและโรคประจำตัวให้แพทย์แผนไทยหรือนักบำบัดทราบตามความเป็นจริง เพื่อประเมินความเสี่ยงและเลือกวิธีผ่อนคลายที่เหมาะสมกับร่างกายที่สุด ป้องกันไม่ให้การดูแลสุขภาพกลับกลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว
อ้างอิงข้อมูล: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และมาตรฐานความปลอดภัยทางสาธารณสุข
วันแม่ 2569 เช็กลิสต์ 10 เรื่องที่ควรทำกับแม่สักครั้งในชีวิต ไอเดียกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว สร้างความทรงจำอันล้ำค่าและเติมเต็มความสุขให้ผู้เป็นแม่ ทำตามได้ง่ายๆ ที่นี่
10 เรื่องที่ควรทำกับแม่สักครั้ง สร้างความทรงจำดีๆ ก่อนสายเกินไป
ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยความเร่งรีบ หลายคนอาจทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและการสร้างครอบครัวของตนเอง จนบางครั้งอาจหลงลืมการใช้เวลาคุณภาพกับ “แม่” ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาครอบครัวระบุว่า การใช้เวลาร่วมกันไม่เพียงแต่ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวในผู้สูงอายุ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับสมาชิกในครอบครัวทุกวัย
วันแม่ 2569 ทำอะไรดี? แนะนำ 10 เรื่องที่ควรทำกับแม่สักครั้ง
เพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาสำคัญ ไทยรัฐออนไลน์ ขอแนะนำ 10 สิ่งที่ควรทำกับแม่สักครั้งในชีวิต เพื่อสร้างความทรงจำที่ประเมินค่าไม่ได้
1. กอดและบอกรักแม่บ่อยๆ
สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดแต่หลายคนกลับเขินอายที่จะทำ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันสำคัญ การกอดและการบอกรักเป็นการส่งผ่านความอบอุ่นที่ดีที่สุด และเป็นสิ่งที่แม่ทุกคนอยากได้รับจากลูกมากที่สุด
2. เข้าครัวทำอาหารมื้อโปรดร่วมกัน
รสมือแม่คือสิ่งที่หลายคนคิดถึง ลองหาเวลาเข้าครัวเป็นลูกมือให้แม่ หรือสลับบทบาทเป็นคนทำอาหารเมนูโปรดให้แม่ทานดูบ้าง กิจกรรมนี้จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการส่งต่อสูตรอาหารประจำครอบครัว
3. ถ่ายภาพครอบครัวที่สตูดิโอแบบจัดเต็ม
หลายครอบครัวอาจมีแต่รูปถ่ายจากกล้องมือถือ ลองพาแม่ไปแต่งหน้า ทำผม และถ่ายภาพที่สตูดิโอแบบมืออาชีพ เพื่อเก็บไว้เป็นภาพความทรงจำที่สวยงามและสามารถนำมาประดับบ้านได้
4. พาแม่ไปเที่ยวทริปพิเศษแบบสองต่อสอง
การเดินทางช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ลองจัดทริปสั้นๆ หรือทริปต่างประเทศที่แม่เคยบ่นว่าอยากไป โดยเน้นการเดินทางที่สะดวกสบาย ไม่เร่งรีบ การได้ใช้เวลาด้วยกันในสถานที่ใหม่ๆ จะช่วยสร้างบทสนทนาและความทรงจำที่แตกต่างไปจากเดิม
5. พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปีอย่างละเอียด
สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเมื่ออายุมากขึ้น การพาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจคัดกรองโรคเฉพาะทาง เป็นการแสดงความรักและความใส่ใจที่เป็นรูปธรรมที่สุด ช่วยให้วางแผนดูแลสุขภาพระยะยาวได้อย่างถูกต้อง
6. เขียนจดหมายหรือการ์ดบอกความในใจ
บางครั้งคำพูดก็สื่อสารออกมายาก การเขียนความรู้สึกขอบคุณ ขอโทษ หรือบอกรักลงในกระดาษ เป็นสิ่งที่จับต้องได้และมีคุณค่าทางใจ แม่สามารถหยิบมาอ่านได้เสมอในเวลาที่คิดถึงลูก
7. นั่งฟังเรื่องราวในอดีตของแม่อย่างตั้งใจ
ผู้สูงอายุมักมีความทรงจำที่อยากเล่าต่อ ลองชงชาหรือกาแฟร้อนๆ แล้วนั่งฟังเรื่องราวสมัยแม่ยังสาว เรื่องราวการสู้ชีวิต หรือเรื่องตลกในอดีต นอกจากแม่จะมีความสุขที่ได้เล่าแล้ว เราอาจได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของแม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน
8. พาแม่ไปทำสวยและดูแลตัวเอง
ผู้หญิงกับความสวยความงามเป็นของคู่กัน พาแม่ไปทำสปา นวดผ่อนคลาย ทำเล็บ หรือเปลี่ยนทรงผมใหม่ การได้ดูแลตัวเองจะช่วยให้แม่รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และเพิ่มความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
9. สอนแม่ใช้เทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันใหม่ๆ
โลกยุคดิจิทัลอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแปลกแยก การสอนให้แม่ใช้โซเชียลมีเดีย วิดีโอคอล หรือแอปพลิเคชันสั่งอาหาร จะช่วยเปิดโลกใบใหม่ให้แม่ ทำให้แม่รู้สึกว่าตัวเองก้าวทันโลกและติดต่อกับลูกหลานได้ง่ายขึ้น
10. ทำกิจกรรมจิตอาสาหรือทำบุญร่วมกัน
สำหรับคุณแม่สายบุญ การพาไปทำบุญที่วัด บริจาคสิ่งของ หรือทำกิจกรรมจิตอาสากับมูลนิธิต่างๆ จะช่วยเติมเต็มความอิ่มเอมใจ สร้างความสงบทางจิตวิญญาณ และเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว
เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าและไม่อาจย้อนกลับได้ การเริ่มต้นทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกับแม่ตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอบแทนพระคุณ แต่ยังเป็นการเติมเต็มความรักและสร้างรากฐานครอบครัวที่อบอุ่น การสานสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน.
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกในรอบกว่าศตวรรษ ทำให้ประเทศสเปนตกอยู่ในความมืดมิดอันน่าขนลุกของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง
แสงเรืองรองของโคโรนาชั้นนอกของดวงอาทิตย์ที่ส่องประกายออกมาจากขอบของดวงจันทร์ที่มืดมิด ทำให้ผู้คนจำนวนมากต่างส่งเสียงอุทานและโห่ร้องด้วยความประหลาดใจ เพียง 90 นาทีหลังจากที่มันปรากฏขึ้นครั้งแรกในแถบอาร์กติกอันห่างไกลทางตอนเหนือของรัสเซีย
สุริยุปราคาครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกในทวีปยุโรปนับตั้งแต่ปี 2006 ได้ทอดเงาผ่านบางส่วนของกรีนแลนด์ แล้วเคลื่อนตัวลงใต้ไปทับเมืองเคฟลาวิกซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของไอซ์แลนด์ประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นจึงโค้งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังทางตอนเหนือของสเปน
ไอซ์แลนด์ไม่ได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงมาตั้งแต่ปี 1433 และครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นอีกในปี 2196
ในสเปน เงาของดวงจันทร์เคลื่อนตัวเฉียงเป็นเส้นแคบๆ จากชายฝั่งทางเหนือไปยังหมู่เกาะบาเลอริก ซึ่งนักท่องเที่ยวและพลเมืองในพื้นที่จำนวนมากสวมชุดว่ายน้ำและแว่นตากันแสงมารวมตัวกันบนชายหาดเพื่อรอชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
แว่นตาสำหรับชมสุริยุปราคาเป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากสามารถมองเห็นสุริยุปราคาบางส่วนได้ทั่วทั้งยุโรป รวมถึงแคนาดา, ทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา และทางตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา
บนยอดเขาปิกดูมิดี (Pic du Midi) ในเทือกเขาพิเรนีสของฝรั่งเศส เมฆหนาทึบได้แยกตัวออกก่อนเกิดสุริยุปราคาเพียงไม่กี่นาที ทำให้ผู้คนได้เห็นปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ซึ่งดึงดูดผู้คนจำนวนมากในลอนดอน, ปารีส และทั่วทั้งทวีปยุโรปด้วย
ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ สุริยุปราคาและจันทรุปราคาได้ก่อให้เกิดความประหลาดใจ, ความหวาดกลัว และความเคารพยำเกรง จากภาวะการหยุดยั้งธรรมชาติไว้ชั่วขณะ
แกนมืดของเงาหรือ "อัมบรา (umbra)" ที่เกิดจากการเรียงตัวกันของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สร้างช่วงเวลาพลบค่ำที่อุณหภูมิจะลดลง, เงาจะปรากฏขึ้นในมุมที่แปลกประหลาด และสัตว์บางชนิดจะหลับใหล
แต่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่และกินเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยเงาของดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านพื้นผิวโลกด้วยความเร็วประมาณ 3,430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลจากหอดูดาวปารีส
สุริยุปราคาบางส่วนซึ่งเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เริ่มและสิ้นสุดการเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางของดวงอาทิตย์ ทำให้แสงของดวงอาทิตย์ลดลง กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
เหตุการณ์นี้ซึ่งถ่ายทอดสดโดยทั้ง NASA และองค์การอวกาศยุโรป เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาชั้นบรรยากาศและชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นโอกาสอันหาได้ยากในการค้นหาความลับเกี่ยวกับลมสุริยะและสนามแม่เหล็กของดวงดาว
มีความกังวลว่าฝนอาจทำให้ช่วงเวลาสำคัญนี้สูญเสียไปในภูมิภาคเวสต์ฟยอร์ดส์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์
แต่ผู้คนนับหมื่นทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นต่างได้รับรางวัลตอบแทน เมื่อประเทศแห่งนี้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศที่ขรุขระของภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่, ทุ่งลาวา, ธารน้ำแข็ง และแสงเหนือที่ปรากฏให้เห็นเป็นครั้งคราว ได้มืดมิดลง
ขณะที่ท้องฟ้าแจ่มใสช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนในสเปน แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับอุณหภูมิที่สูงและความเสี่ยงจากไฟป่าที่ยังคงมีอยู่ก็ตาม
ความตื่นเต้นเกี่ยวกับสุริยุปราคาที่ครอบงำสเปนทำให้รัฐบาลคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเกือบ 450,000 คน และอาจนำมาซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมูลค่าประมาณ 347 ล้านยูโร
เฟอร์นันโด แกรนด์-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีมหาดไทยสเปนกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 25,000 นายถูกระดมกำลังเพื่อรักษาความเรียบร้อยให้แน่ใจว่าเหตุการณ์พิเศษนี้จะดำเนินไปอย่างราบรื่น
"เส้นทางของสุริยุปราคาเต็มดวงนั้นแคบมาก และมีความกว้างเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่พิเศษสำหรับสเปน เพราะเส้นทางของสุริยุปราคาเต็มดวงพาดผ่านคาบสมุทรสเปนแบบเน้นๆเลยทีเดียว" เกรแฮม โจนส์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษระบุ
ทั้งนี้ สุริยุปราคาเต็มดวงจะเกิดขึ้นอีกครั้งทางตอนใต้ของสเปนและตอนเหนือของแอฟริกาในเดือนสิงหาคมปี 2027 ขณะที่สุริยุปราคาแบบวงแหวนซึ่งเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์มีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะบดบังดวงอาทิตย์ได้อย่างสมบูรณ์นั้น จะเกิดขึ้นที่คาบสมุทรไอบีเรียในปี 2028.
จากประสบการณ์ถูกผึ้งต่อย นำมาสู่อาชีพเสริมของ ‘ป้าทุม’ นางปทุมชาติ ดำคง อายุ 65 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 6 บ้านท่าจีนเหนือ ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ที่ปัจจุบันขายน้ำผึ้งทั้งแบบขวดและรังสด สร้างรายได้เสริมอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยช่วงเดือน 5 มีรายได้หลักหมื่นต่อสัปดาห์
โดยผึ้งที่ป้าทุมเลี้ยงเป็นผึ้งโพรง หรือที่ภาคใต้เรียกกันว่า “มิ้นโต” เป็นผึ้งพื้นเมืองขนาดเล็กกว่าผึ้งป่า หรือผึ้งหลวง ให้ผลผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
ป้าทุมเลี้ยงผึ้งโพรงมาตั้งแต่ปี 2552 จากที่เป็นคนกลัวผึ้งมากเพราะมีประสบการณ์ถูกผึ้งโพรงต่อยหลายครั้งเพียงแค่เดินผ่านโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้รู้สึกผวาและไม่ถูกโฉลก จนกระทั่งได้ไปเห็นวิธีการเลี้ยงผึ้งโพรงของเกษตรกรรายอื่น มองว่าเป็นช่องทางหารายได้เพิ่มเติม จึงเปลี่ยนวิธีคิด
“ก็อยากลองดู แต่ขนาดเดินผ่านผึ้งก็ยังต่อย ก็ต้องอาศัยความกล้าว่าต้องทำให้ได้ เพราะมาคิดว่าถ้าวันนี้ไม่มีคนช่วย ไม่มีใครมาดูแลเราก็ต้องจับเองให้ได้” ป้าทุมใช้ความกล้ากลบความกลัวหันมาเลี้ยงผึ้งโพรงเป็นอาชีพเสริมจนได้
ในช่วงที่เริ่มต้นเลี้ยงป้าทุมทำลังไม้ล่อผึ้งไว้แค่ 3 ลังเพื่อให้ผึ้งมาอาศัย แต่ประสบความสำเร็จมีผึ้งมาทำรังแค่ลังเดียว ได้น้ำผึ้งมาขวดเดียว ที่เหลืออีก 2 ลังผึ้งไม่เข้ามาทำรัง
แต่ป้าทุมไม่รู้สึกท้อ ตั้งใจศึกษาหาความรู้ไปเรื่อยๆ ทั้งจากการสอบถาม ครูพักลักจำเอาจากคนอื่น ประกอบกับข้อมูลความรู้ที่ได้จากองค์กรต่างๆ 17 ปีผ่านไปป้าทุมสามารถขยายลังเลี้ยงผึ้งได้สูงสุดถึง 140 ลัง โดยวางลังผึ้งไว้หลายจุดรอบๆ บ้าน ในสวนปาล์มน้ำมัน และสวนของญาติพี่น้อง
อย่างไรก็ตาม บางลังได้น้ำผึ้งแค่ครึ่งขวดเพราะเจอผึ้งไม่ขยัน ไม่เข้าช่วงจังหวะพอดีของมัน บางทีก็เจอรังแก่ที่ไม่ทันได้ดู แต่ภาพรวมเฉลี่ยทุกวันนี้ช่วงเดือนเม.ย.เพียงเดือนเดียวเก็บน้ำผึ้งได้ลังละ 3-13 ขวด หรือรวมกว่า 500-700 ขวด และบ่มเป็นน้ำผึ้งเดือน 5 ที่มีคุณภาพดีที่สุดและขึ้นชื่อของฟาร์มป้าทุม
เนื่องจากช่วงเม.ย.ความแห้งแล้งทำให้เกสรดอกไม้ในป่าธรรมชาติมีความเข้มข้น น้ำผึ้งที่ได้จึงมีความชื้นต่ำแต่มีรสชาติหวานข้นหนืด สีเหลืองสวย หอมกลิ่นเกสรดอกไม้ชัดเจน จึงเหมาะสำหรับทำยาลูกกลอน และใช้เป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรต่างๆ
ต่อมาได้ไปอบรมกับพัฒนาชุมชน จึงสร้างแบรนด์และทำใส่ขวดขนาดไซซ์อื่นๆ ขาย ขวดเล็กขนาด 200 ซีซี ราคา 180 บาท ส่วนขวดใหญ่ 750 ซีซี ขาย 500 บาท
และพัฒนารูปแบบการขาย จากที่ขายน้ำผึ้งขวดอย่างเดียวก็นำไปสู่การจับรังสดขายเป็นน้ำผึ้งพร้อมรังตัวอ่อน ตัวแก่ หรือรังสดแบบมีน้ำผึ้งล้วนๆ ไม่มีตัวอ่อน ตัดเป็นชิ้นบรรจุกล่อง ขายอยู่ที่ 100-500 บาทแล้วแต่น้ำหนักเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น
และกลายเป็นสินค้าขายดี เนื่องจากลูกค้าบางคนต้องการกินรังผึ้งที่มีตัวอ่อนด้วยเพิ่มความหวานมัน บางคนต้องการให้แน่ใจว่าเป็นรังผึ้งแท้ 100% ซึ่งรังผึ้งสดแบบที่เห็นรังผึ้งขายดีกว่าน้ำผึ้งเป็นขวดมาก แต่สรรพคุณไม่ต่างกัน
น้ำผึ้งเดือน 5 ถือว่ามีสรรพคุณทางยาสูงสุด มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยเพิ่มพลังงาน บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ใช้ทาแผลสด แผลถลอก ช่วยให้แผลหายเร็ว ช่วยให้นอนหลับง่ายเพราะมีสารระงับประสาทอ่อนๆ ทำให้คลายเครียด บรรเทาอาการหงุดหงิดและเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นยอด
ลูกค้าของป้าทุมมีทั้งที่สั่งซื้อผ่านออนไลน์และลูกค้าประจำที่เคยซื้อกันอยู่ พอรู้ว่ามีการจับผึ้งก็จะสั่งจองทั้งแบบขวดและแบบรังสดๆ สั่งจองหมดทุกวัน ซึ่ง 1 ปีจะเก็บน้ำผึ้งขายได้แค่ครั้งเดียว ดังนั้น ช่วงจับผึ้งเดือน 5 จึงมีรายได้หลักหมื่นต่อสัปดาห์ ถ้าเดือนนั้นได้ 100 ขวดก็ได้เงิน 50,000 บาท ซึ่งป้าทุมยังไม่ปรับขึ้นราคามา 17 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม ป้าทุมขายบ้าง แจกบ้าง แบ่งเอาไปทำบุญบ้าง เพราะคิดว่ารายได้เท่าที่ได้มาก็โอเคแล้ว เนื่องจากไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องรดน้ำ
อาชีพเสริมนี้ป้าทุมลงมือทำเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การจับและขายทั้งที่บ้านและผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ “อภิสรา เซเลน่าฮันนี่” นอกจากนี้ ป้าทุมยังทำลังผึ้งขายพร้อมอุปกรณ์ครบชุด ราคาลังละ 600-1,000 บาท
สนใจติดต่อได้ทาง FB/เพจ ปทุมชาติ ดำคง แบรนด์ “อภิสรา เซเลน่าฮันนี่” และที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-2561-9565
ทรงวุฒิ นาคพล
สำหรับการจัดระบบการท่องเที่ยวอัจฉริยะในครั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้อย่างครอบคลุม ทั้งศูนย์ควบคุมดิจิทัลประจำแหล่งท่องเที่ยว ระบบดิจิทัลสำหรับการขี่อูฐกลางทะเลทราย สัญญาณไฟจราจรสำหรับอูฐ ตลอดจนระบบพ่นละอองน้ำอัตโนมัติ ซึ่ง บรรยากาศ ณ จุดบริการขี่อูฐเป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย โดยมีนักท่องเที่ยวต่อคิวขี่อูฐเที่ยวชมทัศนียภาพกลางทะเลทรายตามสัญญาณไฟจราจรสำหรับอูฐอย่างคับคั่ง