ข่าว
สันดานเขมร!‘ทภ.1’ซัดไม่มีเจตนายุติขัดแย้ง ยิง BM-21 รวม 40 นัด ถล่มพลเรือน‘บ้านคลองแผง’

25 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่1 (ทภ.1) ประณามฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธจรวด BM-21 โจมตีเข้ามาพื้นที่พลเรือนของฝ่ายไทย “บ้านคลองแผง” อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว รวม 40 นัด ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ตลอดจนระบบสาธารณูปโภค พื้นที่การเกษตร ถนนในหมู่บ้าน ก็ได้รับความเสียด้วย

แสดงให้เห็นว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มีเจตนาที่จะยุติความขัดแย้งนี้ อีกทั้งยังเจตนาที่ละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างร้ายแรง

ชำแหละนโยบาย‘ภูมิใจไทย’ทำได้จริง เน้นมั่นคงมากกว่าการเมืองอุดมการณ์

25 ธันวาคม 2568 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวให้ความเห็นต่อแนวนโยบายด้านความมั่นคงและการต่างประเทศของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า มีจุดเด่นสำคัญจากการจัดวางกรอบนโยบายบนฐานแนวคิดความมั่นคงแบบองค์รวมซึ่งขยายความหมายของความมั่นคงออกจากมิติทางทหาร ไปสู่เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในชีวิตประจำวัน

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความพยายามเชื่อมบทบาทของรัฐเข้ากับประสบการณ์ความไม่มั่นคงที่ประชาชนเผชิญจริง โดยเฉพาะปัญหาชายแดน เศรษฐกิจนอกระบบ และอาชญากรรมข้ามชาติ ผ่านกรอบแนวคิด รั้วของชาติที่ครอบคลุมภัยคุกคามตั้งแต่การลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย แรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไปจนถึงเครือข่ายทุนผิดกฎหมาย

ส่วนนโยบายทหารอาสา 100,000 อัตรา นักวิชาการมองว่า เป็นนโยบายที่ผสานมิติความมั่นคงและสังคมเข้าด้วยกันโดยเปิดโอกาสการจ้างงานบนฐานความสมัครใจ พร้อมการพัฒนาทักษะและเส้นทางอาชีพ ช่วยตอบโจทย์ทั้งการเสริมกำลังรัฐและลดความเปราะบางในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและแรงงานนอกระบบ

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยยังพยายามสร้างภาพลักษณ์ความพร้อมเชิงสถาบัน ผ่านการเน้นประสบการณ์บริหารประเทศในช่วงวิกฤต และการจัดวางทีมบริหารตามความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ การคลัง และการต่างประเทศ ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อการบริหารแบบมืออาชีพและมีเสถียรภาพสำหรับนโยบายต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด ไทยเป็นไท บนเวทีโลก มีความโดดเด่นจากการยกระดับการต่างประเทศให้เป็นฐานของความมั่นคงเชิงโครงสร้าง เชื่อมโยงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความสงบชายแดน และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเน้นการทูตแบบสมดุลในบริบทโลกหลายขั้ว โดยยึดอาเซียนเป็นฐานยุทธศาสตร์ นอกจากนี้นโยบายยังให้ความสำคัญกับการทูตเชิงรุกในประเด็นข้ามพรมแดน อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ควบคู่กับการยืนยันคุณค่าประชาธิปไตย ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกำหนดนโยบายต่างประเทศ

“ภาพรวมนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมีลักษณะเด่นจากการผสานความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด ความมั่นคงในชีวิตมากกว่าการเมืองเชิงอุดมการณ์ สะท้อนการเมืองเชิงบริหารที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ความต่อเนื่อง และการจัดการความเสี่ยง ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการเมืองและสังคมไทยในปัจจุบัน” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว


อินเดียไม่พอใจ! หลังไทยรื้อทำลายรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู

25 ธันวาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย (MEA) ออกมาแสดงท่าทีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ต่อกรณีการรื้อทำลายรูปปั้นพระวิษณุบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า “การกระทำที่ไม่ให้ความเคารพเช่นนี้ได้สร้างความเจ็บปวดต่อความรู้สึกของผู้ศรัทธาทั่วโลก”

รายงานระบุว่า รูปปั้นพระวิษณุถูกกล่าวหาว่าถูกทำลายโดยกองทัพไทยเมื่อวันจันทร์ หลังจากทั้งสองประเทศเผชิญเหตุปะทะทางทหารต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 สัปดาห์

รันธีร์ ไจสวาล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราได้รับรายงานเกี่ยวกับการทำลายรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังดำเนินอยู่ เทพเจ้าฮินดูและพุทธได้รับการเคารพและบูชาอย่างลึกซึ้งจากประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค ในฐานะส่วนหนึ่งของมรดกทางอารยธรรมร่วมกันของเรา”

เขาเสริมว่า “ถึงแม้ว่าจะมีการอ้างสิทธิ์ในดินแดน แต่การกระทำที่ไม่เคารพเช่นนี้ทำร้ายความรู้สึกของผู้ศรัทธาทั่วโลกและเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น”

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดียกล่าวว่า “เราขอเรียกร้องอีกครั้งให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่การเจรจาและวิธีการทางการทูต เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สินและมรดกทางวัฒนธรรมเพิ่มเติม”

มีรายงานว่า รูปปั้นพระวิษณุดังกล่าวถูกสร้างขึ้นในปี 2557 ขณะที่สื่ออินเดียระบุว่า ขณะนี้ประชาชนชาวอินเดียจำนวนหนึ่งที่ได้เห็นวิดีโอการทำลายรูปปั้นพระวิษณุกำลังไม่พอใจอย่างมาก


ฮวาง ฮานา อดีตแฟนสาว พาร์ค ยู ชุน หลังเดินทางกลับจากกัมพูชา

วันนี้ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สื่อต่างประเทศอย่าง sbsstar.net รายงานถึง ฮวาง ฮานา หลานสาวของผู้ก่อตั้งบริษัทอาหารรายใหญ่ อดีตแฟนสาวนักร้องดังของ พาร์ค ยู-ชุน ที่พัวพันกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับยาเสพติดมานาน ถูกจับกุมในเกาหลีใต้ประมาณหนึ่งปีหลังจากหลบหนีการสอบสวนคดีเมทแอมเฟตามีน และถูกขึ้นบัญชีแดงของอินเตอร์โพล ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ฮวาง เดินทางถึงเกาหลีเวลา 7.50 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ ในวันอังคารด้วยเที่ยวบินจากกัประเทศกัมพูชา

ก่อนหน้านี้ขณะที่ตำรวจกำลังรวบรวมลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดของคดี ทางการเคยทำการทดสอบยาเสพติดเบื้องต้นกับฮวางเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และกล่าวว่าพวกเขาพบความผิดที่ต้องสงสัยเพิ่มเติมในระหว่างกระบวนการนั้น เธอเดินทางไปประเทศไทยในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์และไม่กลับมาอีกเลย ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนต้องขอหมายแดงจากอินเตอร์โพลและประสานงานความช่วยเหลือทางกงสุลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ

ซึ่งแหล่งข่าวเรื่องนี้ ระบุว่า ในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ ฮวางพักอยู่ในประเทศไทยในช่วงแรก ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่พนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีรายงานว่าเธอได้พบปะสังสรรค์กับคนรู้จักชาวเกาหลีและจีน และมีข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยันว่าเธอตั้งครรภ์ นอกจากนี้ เธอยังติดต่อกับคนรู้จักหญิงในเกาหลี โดยชักชวนให้พวกเธอไป “ท่องเที่ยวและพักผ่อน” ในประเทศไทยและกัมพูชาด้วยกัน ฮวางมีประวัติการถูกตัดสินลงโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในปี 2019 เธอได้รับโทษจำคุก 1 ปี โดยรอลงอาญา 2 ปี ในข้อหาเสพยาบ้า ในระหว่างที่อยู่ระหว่างการรอลงอาญา เธอถูกฟ้องร้องอีกครั้งในข้อหาเสพยาและลักทรัพย์ และในปี 2022 ศาลฎีกาได้ตัดสินจำคุกเธอเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน


สหรัฐฯพบเอกสารคาดเอี่ยวคดีเอปสตีน เพิ่มอีกกว่า 1 ล้านฉบับ

25 ธันวาคม 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พบเอกสารที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับซึ่งถูกตัดสินความผิดคดีทางเพศ อีกนับล้านฉบับ ทำให้ต้องใช้เวลาตรวจสอบอีก 2-3 สัปดาห์ก่อนจะเผยแพร่ต่อสาธารณะได้

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตนิวยอร์กใต้ ได้แจ้งให้ทราบถึงการตรวจพบเอกสารเพิ่มเติมอีกกว่า 1 ล้านฉบับที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีของเอปสตีน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายความโปร่งใสในคดีเอปสตีน รวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมายและคำสั่งศาลที่มีอยู่ ทางกระทรวงฯ มีทีมกฎหมายที่ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบและคัดกรองเนื้อหา (Redaction) ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อคุ้มครองเหยื่อ และจะเปิดเผยเอกสารเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมหาศาล กระบวนการนี้อาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์ ทางกระทรวงจะยังคงปฏิบัติตามกฎหมายรัฐบาลกลางและคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเปิดเผยแฟ้มข้อมูลเหล่านี้อย่างเต็มที่

การประกาศของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลกำลังทยอยเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีของเอปสตีน ตามกฎหมายความโปร่งใสฉบับใหม่ที่สภาคองเกรสเพิ่งผ่านร่างเมื่อเดือนก่อน เดิมกำหนดเส้นตายในการเปิดเผยเอกสารทั้งหมดในวันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้โพสต์เอกสารชุดใหญ่จำนวนมหาศาล ตามมาด้วยการเปิดเผยข้อมูลอีกครั้งช่วงเช้ามืดวันเสาร์ และเปิดเผยชุดสำคัญอีกครั้งในวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งพบเห็นการอ้างถึงประธานาธิบดีทรัมป์ในหลายจุดที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ดี ความล่าช้าในการเปิดเผเอกสาร ทำให้กลุ่มสมาชิกรัฐสภาจากทั้งสองพรรค รวมถึงกลุ่มผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดของเอปสตีนที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลทรัมป์ บางคนตั้งคำถามเกี่ยวกับการปิดบังข้อความที่ดูเข้มงวดเกินไปและไร้ทิศทาง ซึ่งเหมือนเป็นการช่วยปกป้องคนใกล้ชิดของเอปสตีนจากการถูกตรวจสอบ แต่ก็มีบางส่วนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจเนื่องจาก มีการปิดบังข้อมูลน้อยเกินไป จนส่งผลให้ข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อถูกเปิดเผยออกมา

เปิดคำสารภาพ‘กาน เวลไฟร์’ ปมยิงหนุ่มดับคาเก๋ง ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก

เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ตำรวจศูนย์สืบ บช.น.และตำรวจสืบสวน บก.น.2 ได้ควบคุมตัว นายสงกรานต์ พานภู่ หรือ "กาน เวลไฟร์" ผู้ต้องหาในคดียิงชายวัย 24 ปี เสียชีวิตในรถเก๋ง บริเวณหลังด่านเก็บเงินประชาชื่น มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนประชาชื่น เพื่อให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพ ปมเหตุมาจากการขับรถปาดหน้ากัน ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่เป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน"

ต่อมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาพิมพ์เก็ยลายนิ้วมือตรวจสอบเขม่าปืน พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุม โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) จะทำการแถลงข่าวที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ในเวลา 13.00 น.