เรียนรู้เรื่องเมดิแคร์ (ต่อ)

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ไม่ได้เจอกันมา 1 สัปดาห์หลังเทศกาลไก่งวง ฉบับนี้เลยขอเขียนยาวหน่อยนะคะ เมื่อฉบับที่แล้วท่านผู้อ่านคงจะได้เรียนรู้ถึงระบบสาธารณสุขสำหรับผู้เกษียณของชาวเมืองลุงแซมหรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า เมดิแคร์ (Medicare) กันไปบ้างแล้วว่าเมดิแคร์คืออะไรและครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลส่วนไหนบ้าง สรุปโดยง่าย ๆ คือ เมดิแคร์พาร์ท เอ คุ้มครองส่วนการรักษาแบบผู้ป่วยในคือค่าใช้จ่ายในระหว่างที่เรานอนโรงพยาบาล ส่วนเมดิแคร์พาร์ท บี คุ้มครองการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และส่วนเมดิแคร์พาร์ท ดี นั้นก็เกี่ยวกับยารักษาโรคที่หมอสั่งให้ค่ะ ทีเนี้ยเราจะรู้ได้ไงว่าจะถึงเวลาจะต้องไปลงทะเบียนหรือยัง ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

บางคนจะได้รับเมดิแคร์พาร์ท เอ และ บี โดยอัตโนมัติ ถ้าหากว่าได้รับเงินโซเชี่ยล (Social Security) หรือได้รับเงินเกษียณอายุจากบอร์ดการรถไฟ (Railroad Retirement Board หรือ RRB) หรือเป็นผู้มีอายุน้อยกว่า 65 ปีและทุพพลภาพ หรือเป็นผู้มีโรค ALS หรือเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเปอโตริโก้และได้รับเงินโซเชี่ยลหรือเงินเกษียณอายุจากบอร์ดการรถไฟ (RRB) ถ้าหากว่าท่านผู้อ่านได้รับเมดิแคร์โดยอัตโนมัติด้วยเงื่อนไขข้างต้น คุณก็จะได้รับบัตรเมดิแคร์ตามรูปซึ่งจะเป็นบัตรแดง ขาว น้ำเงิน ทางไปรษณีย์ 3 เดือนก่อนวันเกิดครบรอบอายุ 65 ปีหรือวันที่ท่านเป็นทุพพลภาพครบ 25 เดือนค่ะ

ส่วนท่านที่ไม่ได้รับเมดิแคร์โดยอัตโนมัติเพราะไม่ได้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว เช่น ยังไม่ได้ขอรับเงินโซเชี่ยลเพราะยังทำงานอยู่จะต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับผลประโยชน์ในเมดิแคร์ พาร์ท เอ และบี ด้วยตัวเองค่ะ วิธีการก็ไม่ยาก ทำได้หลายวิธีคือ

• ลงทะเบียนออนไลน์ที่เวบ https://www.ssa.gov/medicare/

• ลงทะเบียนที่ทำการของโซเชี่ยลในสาขาทั่วประเทศ โดยสามารถหาสาขาใกล้บ้านของคุณได้จากเวบไซด์ https://secure.ssa.gov/ICON/main.jsp

• ลงทะเบียนทางโทรศัพท์และถามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานโซเชี่ยลได้ที่เบอร์ 1-800-772-1213 สำหรับผู้ที่พิการทางหู ควรโทรไปที่เบอร์ 1-800-325-0778

• สำหรับผู้ทำงานกับการรถไฟ ให้โทร.ไปที่เบอร์ 1-877-772-5772 ค่ะ

การลงทะเบียนเข้ารับสิทธิ์ประโยชน์เมดิแคร์ในครั้งแรกนั้นไม่ใช่ทำกันได้ตลอดเวลานะคะ แต่จะมีช่วงเวลาเพียง 7 เดือนที่เรียกว่าช่วงการลงทะเบียนเริ่มต้น (Initial enrollment period) เท่านั้นที่จะสามารถลงทะเบียนสำหรับเมดิแคร์พาร์ท เอ และ บี ได้ คือ 3 เดือนก่อนเดือนเกิดที่คุณอายุครบ 65 ปีบวกกับเดือนที่คุณอายุครบ 65 ปีและ 3 เดือนหลังจากคุณอายุครบ 65 ปี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเกิด 15 เมษายน 1942 และคุณไม่ได้รับเมดิแคร์โดยอัตโนมัติ ช่วงเวลาที่คุณสามารถไปลงทะเบียนได้คือ เดือนมกราคม 2007 จนถึงเดือนสิงหาคม 2007 ค่ะ ในส่วนของเมดิแคร์พาร์ทเอ คุณสามารถลงทะเบียนในช่วงนี้หรือหลังจากช่วงลงทะเบียนเริ่มต้นนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายหากคุณมีเครดิตสะสมเพียงพอและสามารถได้รับสิทธิ์ประโยชน์เมดิแคร์ โดยการคุ้มครองจะเริ่มต้นในวันที่คุณไปลงทะเบียน แต่ถ้าหากว่าคุณมีเครดิตสะสมไม่เพียงพอแต่ต้องการเข้าร่วมโครงการคุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าเบี้ยในส่วนของพาร์ทเอ และหรือพาร์ท บีและคุณจะต้องลงทะเบียนในช่วงลงทะเบียนได้เท่านั้นค่ะ

เรื่องนี้สำคัญมากนะคะ เพราะส่วนใหญ่ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ประโยชน์พาร์ท บี ในช่วงลงทะเบียนเริ่มต้นนี้ คุณจะต้องจ่ายค่าปรับการลงทะเบียนล่าช้า ซึ่งจะทำให้เบี้ยรายเดือนของพาร์ท บี ที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นถึง 10% ทุกช่วง 12 เดือนที่คุณควรจะลงทะเบียนแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน และคุณอาจจะต้องรอลงทะเบียนในช่วงของการลงทะเบียนทั่วไป (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม) ของทุกปี โดยการคุ้มครองจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 กรกฏาคมของปีนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าช่วงการลงทะเบียนเริ่มต้นของท่านสิ้นสุดในวันที่ 31 สิงหาคม 2007 (ตามตัวอย่างข้างต้น) คุณไม่ได้ลงทะเบียนในช่วงดังกล่าว แต่รอไปลงทะเบียนในช่วงการลงทะเบียนทั่วไปในเดือนมีนาคม 2012 เบี้ยประกันเมดิแคร์พาร์ท บี ของคุณจะถูกปรับ 20% (นับรวมจำนวนเดือนทั้งหมดที่ท่านรอ 30 เดือนซึ่งนับจำนวนที่เต็มปีได้ 2 ปี) ซึ่งคุณจะต้องจ่ายเบี้ยประกันที่ถูกปรับขึ้นนี้ไปตลอดชีวิตตราบใดที่คุณยังใช้สิทธิ์เมดิแคร์พาร์ท บีอยู่ คิดดูแล้วไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลยนะคะ ยังไงท่านที่ยังไม่ได้รับโซเชี่ยลเช่น ยังทำงานอยู่ แต่อายุใกล้ถึงครบ 65 ปีเต็ม ก็ควรรีบไปเช็คดูนะคะว่าท่านมีสิทธิ์ได้เมดิแคร์หรือยัง หรืออยากจะทราบเบี้ยคร่าวๆ ได้จากเวบไซด์ https://www.medicare.gov/eligibilitypremiumcalc/ หรือถ้าใครไม่ถนัดการใช้อินเตอร์เนตก็ไปขอข้อมูลได้ที่ทำการของโซเชี่ยลได้เลยทุกสาขาค่ะ

พูดถึงเรื่องค่าปรับแล้ว หลายท่านคงจะเกิดความกังวล แต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณีนะคะที่จะต้องเสียค่าปรับ บางรายอาจไม่ต้องเสียค่าปรับก็ได้ เช่น หากคุณมีการคุ้มครองโดยประกันสุขภาพแบบกลุ่มจากที่ทำงานอยู่ ก็สามารถลงทะเบียนในช่วงการลงทะเบียนพิเศษได้ค่ะ ตราบใดที่ยังทำงานอยู่และมีประกันสุขภาพในระหว่างที่ทำงาน ถ้าเข้าข่ายในกรณีคุณมีช่วงเวลาการลงทะเบียนพิเศษได้ถึง 8 เดือนโดยเริ่มต้นจากเดือนที่หยุดการจ้างงานหรือเดือนที่ประกันสุขภาพกลุ่มนั้นหยุดการคุ้มครองค่ะ อันไหนเกิดก่อนก็เริ่มต้นนับช่วงเวลาจากนั้น ซึ่งประกันที่เรียกว่า COBRA ซึ่งเป็นประกันสุขภาพที่ยื่นระยะเวลาให้การคุ้มครองกับผู้เอาประกันแบบกลุ่มที่ออกจากงานหรือประกันสุขภาพสำหรับผู้เกษียณจากนายจ้างไม่นับในเงื่อนไขที่เรียกว่า ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม ในเงื่อนไขนี้นะคะ

นอกจากนี้ผู้ที่เป็นทหารหรือเป็นอาสาสมัครทำงานในต่างประเทศในระหว่างที่จะต้องลงทะเบียนเมดิแคร์ อาจขอลงทะเบียนในช่วงการลงทะเบียนช่วงพิเศษนี้ได้โดยไม่เสียค่าปรับด้วยเช่นกันค่ะ

พูดมาเสียยืดยาว ท่านผู้อ่านคงจะเห็นแล้วว่าแม้เมดิแคร์นั้นถึงเป็นโครงการที่เราได้รับจากรัฐบาลเพราะเราหรือคู่สมรสเสียภาษีเข้ากองทุนในระหว่างการทำงาน แต่ก็ยังมีค่าเบี้ยประกันที่เราจะต้องจ่ายอยู่นะคะ ซึ่งหากว่าท่านมีเงินโซเชี่ยลรัฐก็จะหักเงินโซเชี่ยลที่ท่านได้ส่วนหนึ่งไปจ่ายค่าเบี้ยประกันในส่วนของเมดิแคร์นี้ แต่ถ้าหากว่าท่านได้รับเงินโซเชี่ยลน้อย ไม่มีรายได้ในระหว่างเกษียณจากที่อื่นหรือรายได้จำกัด ท่านอาจขอความช่วยเหลือจากรัฐของท่านในการช่วยจ่ายเบี้ยประกันของทั้งเมดิแคร์พาร์ทเอ และ/หรือพาร์ท บี และอาจจะสามารถขอความช่วยเหลือในการจ่ายส่วนของยารักษาโรคด้วยก็ได้ ซึ่งมีหลายท่านที่เกษียณอายุแต่มีรายได้น้อยได้รับสวัสดิการเมดิเคด (เมดิ-แคล) ควบคู่ไปกับเมดิแคร์ อย่างที่รู้จักกันในนามของ “เมดิ-เมดิ” (Medi-Medi) นั่นแหละค่ะ

มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว พูดกันถึงเรื่องเมดิแคร์ไป 2 ฉบับท่านผู้อ่านคงจะได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเมดิแคร์ไปบ้างนะคะ อย่างที่ได้เน้นย้ำไว้ว่าทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วมในระบบประกันสุขภาพเมดิแคร์ แต่หากท่านต้องการเสียค่าเบี้ยประกันน้อยก็ต้องทำงานเสียภาษีเข้ากองทุนเก็บเครดิตสะสมไว้ให้พอเพียงหรือถ้าหากท่านไม่ได้ทำงานก็คงต้องให้คู่สมรสทำงานเสียภาษีเพื่อที่วันที่ท่านเกษียณจะได้ไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องของเบี้ยประกันสุขภาพเป็นจำนวนมาก อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่เราหนีไม่พ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น สุขภาพร่างกายที่เราใช้งานมาค่อนชีวิตก็ย่อมถึงวันที่จะต้องมีการบำรุงรักษามากขึ้นหรือบางรายก็ถึงกับซ่อมบำรุงขนานใหญ่ ซึ่งทุกท่านก็รู้อยู่ว่าค่ารักษาพยาบาลในประเทศนี้มันหนักหนาสาหัสแค่ไหน เพราะฉะนั้นในวัยเกษียณที่เราไม่ทำงาน รายได้ก็น้อยลง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพก็เพิ่มขึ้น ดังนั้นเมดิแคร์เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนวัยเกษียณมาก ๆ ค่ะ วางแผนไว้ให้ดีในวันนี้จะทำให้ท่านเกษียณอย่างสบาย มีชีวิตไม่ต้องเครียดและดิ้นรนมาก วันนี้เราก็คุยกันจนหมดเรื่องเมดิแคร์แล้ว อาทิตย์หน้าจะพูดถึงเมดิเคด (Medicaid) หรือเมดิแคล (Medical) (ในรัฐแคลิฟอร์เนีย) ซึ่งเป็นประกันสุขภาพช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยจากรัฐบาลของรัฐที่ท่านอาศัยอยู่ ไว้เจอกันฉบับหน้าค่ะ

ก่อนจากไปอยากจะฝากข่าวประชาสัมพันธ์ว่าวันอาทิตย์ที 15 ธันวาคมที่จะถึงนี้ จะมีสัมนาให้ความรู้กับชุมขนไทยในเรื่องของระบบประกันสังคม กฏหมายอุบัติภัย และเรื่องของการสมัครเป็นพลเมืองอเมริกัน โดยทนายเอ๊ดเวิร์ด ลี และ ทนายพนิดา รอนสะ จากศูนย์ส่งเสริมชาวไทย รวมทั้งผู้เขียน จะมาบรรยายให้ความรู้ในแต่ละด้าน ตั้งแต่เวลา 13.00-15.00 น. ณ วัดป่าธรรมชาติ เมืองลาพวนเต้ หากใครสนใจจะเข้าร่วมฟังสัมนาขอให้แจ้งการลงทะเบียนมาที่ วลัยพรรณ เกษทอง หมายเลข 850-598-1709 หรือส่งอีเมล์มาที่ walaipank@gmail.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ

หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ walaipank@gmail.com ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง ส่วนใครอยากอ่านบทความย้อนหลังก็หาอ่านได้ในคอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม” ทางเวบไซด์ของนสพ.ไทยแอลเอได้เลยค่ะ

อ้างอิง: https://www.cms.gov/

https://www.medicare.gov/


วลัยพรรณ เกษทอง

6 ธันวาคม 2562