เห็นมา เขียนไป

ทิวสน
เห็นมา เขียนไป 10 มกราคม 2569

ผลสำรวจ “ที่สุดแห่งปี 2568” ของสวนดุสิตโพล สะท้อนความต้องการสังคมไทย โดยเฉพาะหัวข้อ “ความหวังในปี 2569”

1. โจ๊ก–ข้าวต้มสำเร็จรูป

ไม่บ่อยนักที่คำตอบ “อยากได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดี” จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 สัดส่วนร้อยละ 29.81 แซงหน้าความหวังด้านเศรษฐกิจที่เคยครองแชมป์มาตลอด

คำถามคือ ทำไมคนไทยจึงเปลี่ยนความหวังจาก “เศรษฐกิจดีขึ้น” มาเป็น “นายกฯ/รัฐบาลที่ดี” อันดับแรก

เป็นไปได้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไทยเผชิญทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ ภัยพิบัติ และความไม่แน่นอนทางการเมือง จนเริ่มตระหนักว่าเศรษฐกิจไม่ได้แยกขาดจากการเมือง แต่ผูกโยงกันแน่น

นโยบายดีแค่ไหน แต่ถ้าขาดผู้นำและรัฐบาลที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และได้รับความเชื่อถือ ก็ยากจะเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน

การที่ความหวังอันดับ 2-3 ยังคงเป็น “ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น” และ “เศรษฐกิจดีขึ้น” สะท้อนว่า ปัญหาปากท้องยังเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ประชาชนอาจมองลึกไปอีกขั้นว่า ต้นทางการแก้ปัญหาเหล่านี้คือ โครงสร้างอำนาจและคุณภาพของผู้บริหารประเทศ หากได้รัฐบาลดี เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี ย่อมตามมา

ส่วน “การทุจริตคอร์รัปชั่นลดลง” แม้จะถูกจัดอยู่ในความหวังอันดับท้ายๆ แต่สังคมย่อมรู้ชัดว่า คอร์รัปชั่นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นตัวบ่อนทำลายทรัพยากรของรัฐ โอกาสทางเศรษฐกิจ และความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งล้วนผูกพันกับคุณภาพของรัฐบาลโดยตรง

ผลโพลนี้จึงตีความได้ว่า ประชาชนเริ่มมองการเมืองอย่างเป็นระบบ ไม่ได้หวังเพียงนโยบายฉาบฉวย หรือมาตรการระยะสั้น แต่คาดหวังความชอบธรรม โปร่งใส และความรับผิดชอบจากผู้นำประเทศ

ในอีกมุมหนึ่ง ความหวังที่ถูกวางไว้สูงนี้ก็เป็นแรงกดดันทางการเมืองเช่นกัน เพราะหากปี 2569 ยังไม่สามารถตอบโจทย์ “นายกฯ/รัฐบาลที่ดี” ได้ ความผิดหวังของสังคมอาจรุนแรงกว่าเดิม

ความหวังอันดับ 1 ในปี 2569 จึงไม่ใช่เแค่ความหวังเลื่อนลอย แต่คือสัญญาณเตือนว่า ประชาชนกำลังจับตาการเมืองอย่างใกล้ชิด และพร้อมตัดสินใจด้วยความคาดหวังที่ลึกซึ้งกว่าเดิมว่า

การเมืองที่ดี เป็นเงื่อนไขพื้นฐานชีวิตที่ดีของคนทั้งประเทศ

ขอขอบคุณเจ้าของบทความ “มันฯ มือเสือ”