Thai LA newspaper
ไลฟ์สไตล์
จอมพล
เกาหลีทำไมต้องโกง

เป็นข่าวใหญ่ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาถึง อินชอนเกมส์ ประเทศเกาหลีใต้ หรือการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ปี ๒๐๑๔ ที่ประเทศเจ้าภาพตกเป็นข่าวเรื่องของนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิงชาวอินเดีย ปฏิเสธที่จะรับเหรียญทองแดง เพราะมั่นใจว่าถูกกรรมการโกงชัยชนะของเธอ ผู้เขียนได้นำข่าวจากกระปุกดอทคอมมาลงดังต่อไปนี้

“สาริตา เทวี นักชกอินเดียไม่รับเหรียญ เอเชียนเกมส์ 2014 เหตุถูกเกาหลีใต้โกงเหรียญมวยค้านสายตา พร้อมทั้งเอาเหรียญทองแดงที่ได้ไปคล้องคอให้นักชกเกาหลีใต้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2557 เว็บไซต์ sports.ndtv.com รายงานว่า กีฬาเอเชียนเกมส์ในเกาหลีใต้ เกิดข่าวเสียหายเรื่องการโกงเหรียญอีกแล้ว เมื่อสาริตา เทวี นักชกสาวจากประเทศอินเดีย ที่รัวหมัดใส่ ปาร์ค จีนา ในรอบรองชนะเลิศของมวยเอเชียนเกมส์หญิง รุ่นไลท์เวท ทว่า สาริตา เทวี กลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปอย่างค้านสายตา เธอถึงกับรับไม่ได้ และปล่อยโฮออกมาในขณะที่มีพิธีมอบเหรียญรางวัล พร้อมกับเอาเหรียญรางวัลไปคล้องคอ ปาร์ค จีนา ในขณะที่สามีของเธอสาปส่งเสียงดังใส่นักมวยเกาหลีใต้ว่า ขี้โกง !

ทั้ง นี้ สาริตา เทวี เป็นฝ่ายพ่ายแพ้มวยหญิงเอเชียนเกมส์ ในรอบรองชนะเลิศ รุ่นไลท์เวท ซึ่งเธอเองต้องพบกับคู่ต่อสู้จากเกาหลีใต้อย่าง ปาร์ค จีนา เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แม้ว่า สาริตา เทวี จะต่อยหมัดหนักและรัวหมัดใส่ ปาร์ค จีนา สักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายกรรมการก็ประกาศให้ปาร์ค จีนา เป็นฝ่ายชนะคะแนน จนทำให้แฟนมวยที่อยู่ในสนามส่งเสียงโห่ และทำให้สาริตารู้สึกโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เธอยืนอยู่บนเวทีด้วยความประหลาดใจและไม่เชื่ออย่างรุนแรง จนทำให้ทีมงานของอินเดียประท้วงคำตัดสินกับสมาพันธ์มวยสมัครเล่นนานาชาติ

สาริตา และ ปาร์ค จีนา ต่างแลกหมัดกันอย่างเมามันส์ในช่วง 2 ยกแรก แต่หมัดของสาริตาดูจะมีพลังมากกว่าจนทำให้เสียงเชียร์ของชาวเกาหลีใต้เงียบ ลงไป แต่เมื่อผลตัดสินออกมาก็ทำให้เธอรู้สึกช็อก และสามีของสาริตา นายโตอิบา สิงห์ ก็ถึงกับตะโกนออกมาว่า "แกพวกเกาหลีขี้โกง พวกแกขโมยเหรียญไป" จนทำให้ทาง รปภ. ต้องมาลากตัวนายโตอิบาออกไป

"ผลการตัดสินนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว และนี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ขาดความเป็นอารยะอย่างแรง" นายโตอิบา สิงห์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างพิธีรับเหรียญรางวัล สาริตาก็ไม่สามารถอดกลั้นความเศร้าโศกเสียใจไว้ได้ เธอถึงกับร้องไห้โฮ ปล่อยน้ำตาออกมาอย่างหนัก พร้อมกับที่เธอเอาเหรียญทองแดงบนคอ ไปคล้องใส่คอของปาร์ค จีนา และวางดอกไม้ที่ระลึกเอาไว้ตรงโพเดียม ก่อนที่จะโบกมือลาไม่ยอมรับเหรียญรางวัลดังกล่าว

รายงาน ระบุว่าหลังจากได้รับความพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นธรรมในครั้งนี้ สาริตาได้ยืมเงินนักข่าวและโค้ชของเธอจำนวน 500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15,000 บาท) เพื่อเป็นค่าดำเนินการประท้วงต่อสหพันธ์มวยนานาชาติ (AIBA) แต่ทางสหพันธ์ก็ได้คัดค้านการประท้วงของเธอ โดยบอกว่าผลการตัดสินยืนตามคำตัดสินของกรรมการ ไม่สามารถค้านคำตัดสินได้

ด้านแมรี่ คอม นักมวยชาวอินเดียเจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก ได้ออกมาให้การสนับสนุนสาริตา พร้อมกับบอกผ่านรายการโทรทัศน์ว่า "ก็แน่ล่ะ ที่ปาร์คชนะ ก็เพราะว่าเธอเป็นคนเกาหลี" นอก จากนี้ ยังมีคนอินเดียมากมายออกมาวิจารณ์เรื่องนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ เช่น "โชคร้ายที่สาริตา เทวี ต้องรับโทษจากการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมในรอบรองชนะเลิศรุ่นไลท์เวท วิธีการให้คะแนนนั้นเป็นที่น่าสงสัย และกรรมการก็ดูเข้าข้างเกาหลีอย่างเห็นได้ชัด" หรือ "ผู้บริหาร ไอบ้า (AIBA) ส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลี ผลที่ออกมาไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด"

"การฝึกซ้อมทุกอย่าง ไม่มีความหมายอะไรเลย เมื่อเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฉันไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี ฉันทุ่มเทอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งต้องสละเวลาถึง 2 ปีที่จะได้อยู่กับลูกก็ตาม" สาริตา กล่าว

อย่าง ไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการประท้วงและวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงต่อคำตัดสินของ กรรมการเอเชียนเกมส์ 2014 แต่ทีมมวยมองโกเลีย ก็พยายามประท้วงเกาหลีใต้ เจ้าภาพการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2014 อินชอนเกมส์ หลังผลการตัดสินค้านสายตาประชาชน พลิกมอบชัยชนะให้กับนักมวยประเทศตัวเองหน้าตาเฉยเหมือนกับกรณีการแข่งขัน ฟุตบอลระหว่างไทยและเกาหลีใต้ ที่ไทยแพ้ 0-2 ก็ยังคงมีข้อกังขาที่คาใจคนดูเช่นกัน”

เรื่องของการโกงการแข่งขันนี้ มีข่าวมาหนาหู แม้แต่ฟุตบอลไทยของเราก็ถูกโกง จนกระทั่งได้มีผู้เขียนซึ่งมีนามว่า กรกิจ ดิษฐาน ได้เขียนบทความเรื่อง “เกาหลีทำไมต้องโกง” ท่านผู้นี้เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวต่างประเทศและกีฬา หนังสือพิมพ์ M2F เขียนไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

“เกาหลีใต้ เป็น ประเทศทื่มีอัตราการคอร์รัปชั่นต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากการสำรวจโดย Global Corruption Barometer อยู่ในอันดับที่ 6 ของประเทศที่ค่อนจัดการปัญหาดังกล่าวได้ดี ดูแล้วไม่น่าจะเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องฉ้อฉลกลโกง

แต่แล้วทำไมเล่นกีฬาทีไรเกาหลีใต้ต้องโกงแล้วโกงอีก โกงจนชาวโลกเอือมระอา

นั่นเป็นเพราะคนเกาหลีใต้ถูกปลูกฝังให้โกงในเรื่องกีฬาอย่างจริงจัง เพราะถ้าไม่โกงก็ไม่สามารถเป็นเลิศได้ และเมื่อไม่ได้เป็นที่หนึ่ง คุณก็หมดโอกาสในชีวิตแล้ว

เรื่องนี้หนังสือพิมพ์โคเรียไทม์ส (Korea Times) เคยรายงานไว้ในรายงานเรื่อง "Korean sports fail to shake off culture of cheating" เมื่อปี 2555 คราวที่เกิดกรณีอื้อฉาวในวงการกีฬาไปทั่วประเทศว่า เยาวชนของชาติที่เป็นนักกีฬาถูกโคชและครูบาอาจารย์กำชับให้โกงให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยบอกว่า "เรายังไม่โกง ก็เท่ากับยังไม่พยายามมากพอ"

ด้วยเหตุนี้นักกีฬาเกาหลีใต้จึงถูกปลูกฝังนิสัยเล่นไม่ซื่อมาตั้งแต่แรก ให้สนใจกับการเล็งผลเลิศเอาไว้ก่อน ส่วนน้ำใจนักกีฬาเอาไว้ทีหลัง หรืออาจจะไม่แยแสกันเลยทีเดียว

แล้วผลของการโกงมีอะไรบ้าง?

เขา เปรียบเทียบว่า วงการกีฬาก็เป็นขาหนึ่งของสังคมที่นั่น เหมือนกับงานภาคอุตสาหกรรมและบริการ และก็เช่นเดียวกับวงการการศึกษา ที่มีทั้งสายเรียนกับสายเล่น หรือสายบุ๋นสายบู๊ สายบุ๋นต้องมุมานะสอบเอนทรานซ์เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด เพราะมหาวิทยาลัยชั้นต้นๆ จะเป็นใบเบิกทางให้คุณมีเส้นสายรุ่นพี่ เส้นสายในการเข้าบริษัทใหญ่ๆ เมื่อ เข้าได้แล้วก็จะสบายไปทั้งชาติ เพราะบริษัทจะเลี้ยงดูปูเสื่อไปตลอดชีวิต การแข่งขันในยุทธจักรนักบุ๋นจึงสูงมาก นักเรียนฆ่าตัวตายกันปีหนึ่งๆ ก็มากมาย เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว

ส่วน สายบู๊ก็หนักหนาไม่แพ้กัน เพราะนักเรียนที่มีแววกีฬาจะต้องแย่งกันเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยที่มีทีมเจ๋งๆ หรือไม่ก็สโมสรกีฬาชั้นเลิศ (โดยเฉพาะฟุตบอลกับเบสบอล) เพื่อที่จะมีอนาคตรุ่งเรืองเช่นเดียวกับสายบุ๋น ทำให้ทั้งโคชท้ังโรงเรียนเคี่ยวเข็ญนักกีฬาทุกวิถีทางเพื่อให้เด็กเป็นที่ หนึ่งให้ได้ แต่บางครั้งเด็กเข็นไม่ขึ้น การล้มผลการแข่งขันจึงเกิดขึ้นทั่วไป แม้แต่กีฬาในระดับประถมศึกษา ทำให้นักกีฬาขงอประเทศนี้มีแต่จิตใจที่มุ่งเอาชนะไม่มีน้ำใจนักกีฬา เป็นแค่หุ่นกระหายเหรียญ แม้แต่คนเกาหลีเองก็เออออห่อหมกโดยเฉพาะการแข่งระดับนานาชาติ และโดยเฉพาะหากต้องมาพบกับคู่แข่งที่ใหญ่กว่า เพราะเกาหลีถูกข่มขี่มานานนับร้อยปีทั้งจากญี่ปุ่น จากจีน และชาติตะวันตก

ทัศนะมุ่งจะเอาชนะอย่างเดียวนี่เอง ที่ทำให้พวกเขาพยายามทุกอย่างเพื่อที่จะเป็นที่หนึ่ง แม้จะถูกหาว่าก็อปเขามา โกงเขามา ขอให้เป็นที่หนึ่งเท่านั้น ก็ตายตาหลับแล้ว

นี่มิใช่การกล่าวหา มิไม่ได้สรุปเอาเอง แต่เป็นสื่อเกาหลีสรุปให้!”

เมื่อท่านผู้อ่านได้อ่านแล้วก็โปรดใช้วิจารณญานตลอดจนการรับชมการแข่งขันดูเองว่า ประเทศเจ้าภาพนั้นโกงจริงหรือไม่อย่างไร บทความที่นำมาลงนี้เขียนโดยจากมุมมองของผู้สื่อข่าวกีฬา อาจจะไม่ถูกต้องและเชื่อถือได้ ก็ขอให้ตัดสินกันเอง

ขึ้นชื่อว่ากีฬา หากไม่มีน้ำใจนักกีฬาเสียแล้ว มุ่งมั่นแต่จะเอาชนะ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม การแข่งขันกีฬาก็ไร้ค่า หาประโยชน์อะไรไม่ได้ จะแข่งกันไปทำไมในเมื่อยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับว่าน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง