ซุปเปอร์แพท
ปิยะพัชรี ศิลปี



ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน

จับตาโรดแมปเลือกตั้ง 69: เมื่อ "เสียงประชาชน" ปะทะ "โจทย์ใหญ่" ปฏิรูปโครงสร้างบรรยากาศทางการเมืองไทยในขณะนี้กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อปฏิทินการเลือกตั้งเริ่มงวดเข้ามาทุกที การเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการออกไปหย่อนบัตรตามวงรอบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่คือ "หมุดหมายสำคัญ" ที่จะพิสูจน์ว่ากงล้อการเมืองไทยจะหมุนไปในทิศทางใด ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของประชาชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

เจาะ 5 พรรคการเมือง: ศึกชิงนิยาม "ประเทศไทย" ในการเลือกตั้ง 69

สนามเลือกตั้งปี 69 ไม่ใช่แค่การแข่งกันที่ตัวบุคคล แต่คือการปะทะกันของ "ชุดความคิด" ที่จะนำพาประเทศไปคนละทิศทาง นี่คือบทวิเคราะห์สถานะและกลยุทธ์ของ 5 พรรคสำคัญบนกระดานอำนาจ:

1. พรรคประชาชน (People's Party): "การรักษาฐานที่มั่นและอุดมการณ์"

สืบทอดดีเอ็นเอมาจากก้าวไกล นี่คือพรรคที่ครองกระแสในโลกโซเชียลและกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเหนียวแน่น

• จุดแข็ง: ความชัดเจนเรื่องการปฏิรูปโครงสร้าง, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนโยบายที่เน้นความเท่าเทียม

• โจทย์ใหญ่: การขยายฐานเสียงไปสู่กลุ่มผู้สูงอายุและพื้นที่ชนบทที่ยังยึดติดกับระบบตัวบุคคล รวมถึงการรับมือกับข้อกฎหมายที่อาจเป็นอุปสรรคก่อนถึงวันเลือกตั้ง

2. พรรคเพื่อไทย (Pheu Thai Party): "ทวงคืนแชมป์ด้วยผลงานกินได้"

ในฐานะแกนนำรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อไทยกำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับนโยบายเศรษฐกิจและดิจิทัลวอลเล็ต

• จุดแข็ง: ประสบการณ์บริหารและภาพจำเรื่อง "นโยบายที่ทำได้จริง" รวมถึงฐานเสียงภาคเหนือและอีสานที่ยังคงเป็นปึกแผ่น

• โจทย์ใหญ่: การเรียกความเชื่อมั่นจากกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนที่ผิดหวังจากการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว และความท้าทายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจมหภาคที่ฟื้นตัวช้า

3. พรรคภูมิใจไทย (Bhumjaithai Party): "บ้านใหญ่ที่แข็งแกร่งและพลังสายกลาง"

พรรคที่ถูกมองว่าเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ในการจัดตั้งรัฐบาลเสมอมา ด้วยสไตล์การเมืองแบบเน้นพื้นที่

• จุดแข็ง: เครือข่าย สส. เขตที่เข้มแข็ง (บ้านใหญ่) และการคุมกระทรวงสำคัญที่มีงบประมาณลงพื้นที่ต่อเนื่อง

• โจทย์ใหญ่: การยกระดับจากพรรคภูมิภาคให้กลายเป็นพรรคระดับชาติที่มีคะแนนนิยมใน กทม. และการสร้างนโยบายที่เป็น "เรือธง" ใหม่ต่อจากกัญชาทางการแพทย์

4. พรรคก้าวอิสระ (Kao Itsara): "ตัวเลือกใหม่ในพื้นที่สีเทาทางการเมือง"

(หมายเหตุ: พรรคนี้มักถูกจับตาในฐานะกลุ่มการเมืองที่รวมตัวจากนักการเมืองที่มีประสบการณ์หรือแยกตัวออกมา)

• จุดแข็ง: ความคล่องตัวในการเจรจา และการนำเสนอทางเลือกที่เป็นกลาง ไม่ขัดแย้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป

• โจทย์ใหญ่: การสร้าง "Brand Identity" ให้ชัดเจนว่าจุดยืนคืออะไรกันแน่ เพื่อไม่ให้ถูกกลืนหายไปท่ามกลางพรรคใหญ่ที่มีทรัพยากรมากกว่า

5. พรรคเศรษฐกิจ (Economic Party): "ปากท้องต้องมาก่อนการเมือง"

พรรคที่เน้นชูธงเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนและทุนนิยมเสรี

• จุดแข็ง: ดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจและชนชั้นกลางที่เบื่อหน่ายความขัดแย้งทางการเมืองและต้องการเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด

• โจทย์ใหญ่: การทำให้ประชาชนเชื่อว่านโยบายเศรษฐกิจของพรรคมี "ความแตกต่าง" และ "ทำได้จริง" มากกว่าพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยหรือภูมิใจไทย

ในที่นี้ขอกล่าวถึงพรรคน้องใหม่ ขาวสะอาดที่มีจิตอาสาเข้ามาปฏิรูปประเทศไทยคือ

พรรคก้าวอิสระ (INDY): พลัง "สีระเทศไทยาว" ทางเลือกใหม่ในวันที่การเมืองแบ่งขั้ว ในท่ามกลางสมรภูมิการเมืองไทยที่ร้อนแรงและถูกลากไปสู่ความขัดแย้งของสองขั้วอำนาจมาอย่างยาวนาน ชื่อของ "พรรคก้าวอิสระ" หรือชื่อเล่นติดหูว่า "พรรคอินดี้" (INDY) เริ่มกลายเป็นสปอตไลท์ที่น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะความสดใหม่ของชื่อพรรค แต่คือการประกาศตัวเป็น "ทางเลือกที่สาม" ที่เน้นความอิสระทางความคิดและการทำงานจิตอาสาอย่างแท้จริง

จาก "รวมแผ่นดิน" สู่ "ก้าวอิสระ": การ Transform ครั้งสำคัญ

ภายใต้การนำของ นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือ "มาดามหยก" หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ ได้สร้างแรงกระเพื่อมด้วยสโลแกน "Transform Thailand - Step for Change" พรรคก้าวอิสระไม่ใช่พรรคที่เกิดขึ้นมาจากสุญญากาศ แต่เป็นการรีแบรนด์ที่เปี่ยมไปด้วยยุทธศาสตร์ มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และประชาชนที่ "เบื่อหน่ายการเมืองแบ่งฝ่าย" โดยชูจุดแข็งเรื่องความเป็นกลางที่สามารถคุยได้กับทุกกลุ่ม เพื่อเป้าหมายเดียวคือประโยชน์ของประชาชน

12 นโยบาย "พลิกโฉม" ที่ไม่ใช่แค่ขายฝัน

สิ่งที่ทำให้พรรคก้าวอิสระดู "สู้ไหว" ในสายตานักวิเคราะห์ คือการวางนโยบายที่แตะถึงปัญหาจริงของคนตัวเล็กตัวน้อย:

* เศรษฐกิจ Soft Power: การดันอุตสาหกรรมบันเทิงและกีฬาไทยสู่ระดับโลก

* กลุ่มเปราะบางและ LGBTQ+: การให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมที่กินได้จริง

* การศึกษาและเทคโนโลยี: การนำ AI มาช่วยในการทำงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตครู

* ความมั่นคงแนวใหม่: นโยบาย "มหาวิทยาลัยลูกผู้ชาย" (สมัครใจเกณฑ์ทหาร) และการแก้ปัญหามลพิษ PM 2.5 อย่างยั่งยืน

จุดแข็ง "จิตอาสา" และ "ความกล้าที่จะเป็นกลาง"

"มาดามหยก" มักจะย้ำเสมอว่าพรรคไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องสถาบันหรือกลุ่มอำนาจใดเป็นการเฉพาะ แต่ต้องการ "ปกป้องประชาชน" ผ่านการทำงานเชิงรุกแบบ "อินดี้ทีม" ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยพิบัติ และปัญหาชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้เองที่เป็น "คะแนนสะสม" ที่พรรคก้าวอิสระหวังว่าจะเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงในคูหา

บทสรุป: จะสู้พรรคใหญ่ได้จริงหรือ?

แม้พรรคก้าวอิสระจะเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ในระบบเลือกตั้งปัจจุบัน "ทุกคะแนนมีความหมาย" ความเป็นพรรคอินดี้ที่เข้าถึงง่าย ไม่มียุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนจนคนเข้าไม่ถึง และการมีตัวตนที่ชัดเจนในฐานะพรรค "สีขาว" อาจเป็นตัวแปรสำคัญ (Game Changer) ที่ทำให้พรรคก้าวอิสระสามารถปักธงที่นั่งในสภา และกลายเป็นสะพานเชื่อมความขัดแย้งที่สังคมไทยโหยหามานาน

เกร็ดเพิ่มเติม: ปัจจุบันพรรคก้าวอิสระได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ 3 ท่าน ได้แก่ มาดามหยก, คุณชาญชัย โตพฤกษา และคุณอชิรวิทย์ ทนุก้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 อย่างเต็มตัว

เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร์ จะได้รับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ ภายในกลางเดือนมกราคม และส่งกลับคืนภายในวันที่ 27 มกราคม 2569

ณ. ที่ตรงนี้ต้องขอขอบคุณมาดามหยก นางสาวกชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ Independence Party เบอร์ 22 ที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะนักเรียนและผู้ปกครองกว่า 300 คนที่เดินทางไปทัศนะศึกษายังประเทศไทยในโครงการ คณะเยาวชนไทยในอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่" เมื่อปี 2568

ด้วยรัก และ ปรารถนาดี จาก Madam SP. (323)702-0788