

ฉบับนี้ เปลี่ยนบรรยากาศปิดท้ายเดือนตุลาคมกันด้วยภาพ และเรื่องราวสนุกๆ จากงานสังสรรค์ที่บ้านสวนของเพื่อนที่เมือง พาโล อัลโต้ รัฐแคลิฟอร์เนีย บ้านสวนนี้ไม่ได้หมายถึงสวนผลไม้นะคะ แต่เป็นสวนดอกไม้ในเนื้อที่เกินเอเคอร์ ที่เจ้าของบ้านที่อายุข้ามสะพานพระรามแปดไปแล้ว ตกแต่ง ปลูก ดีไซน์ด้วยตนเอง เธอชอบอะไรเธอก็ปลูกลงดิน เจ้าของบ้านผู้น่ารักคนนี้ชื่อ จิรณี “จ้อย” ทองอุไทย เรารู้จักกันมานานมาก แต่ก็ขอไม่ท้าวความถึง ไม่เช่นนั้นเฉพาะเรื่องของ “คุณจ้อย” ก็คงจะไม่จบในฉบับนี้แน่ แต่ก็ไม่แน่นะคะ หากมีโอกาสจะเล่าถึงความเป็นมาของมิตรภาพของเราให้อ่านกัน วันนี้จะเล่าถึงบ้านสวนและความสนุกสนานของเพื่อนผองน้องพี่ที่ไปร่วมงานกัน จริงๆ แล้วสไตล์งานเขียนฉบับนี้ผู้เขียนน่าจะนำไปลงอีกคอลัมน์มากกว่า คือคอลัมน์ กิน รำ ทำ เพลง แต่เกรงว่ากอง บ.ก.เขาจะต้องมาเปลี่ยนหัวข้อเรื่องเพราะไม่ได้เขียนคอลัมน์นั้นมานานแล้ว
เอาล่ะค่ะ เข้าเรื่องที่เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่ารุ่นน้องของคุณจ้อยและผู้เขียน คุณชลลดา เจนหรรษา ที่เราสนิทกันมากได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่เมืองไทย มีโอกาสกลับมาเยี่ยมเยียนซานฟรานฯ อีก คุณจ้อยก็รวบรวมเพื่อนสนิทมิตรสหายของชลมาสังสรรค์กันที่บ้านสวนของเธอ เชื่อไหมว่าแค่นัดกันไม่กี่วัน เราได้ผู้มาร่วมงานสิบกว่าคน ทั้งๆ ที่เป็นวันธรรมดาก็ไม่เกี่ยง วันธรรมดาก็คือวันหยุด เพราะทุกคนที่มานั้น เป็นมนุษย์ “เกษียณ” กันทั้งน๊านนนน มีทั้งอายุสมควรเกษียณและเกษียณก่อนวัย จึงมากินและคุยกันได้ทุกเวลาขอให้นัดเถอะ งานนี้อาหารการกินเพียบ คือมีทั้งได้กินเพียบ และเอากลับบ้านเพียบ ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้มาร่วมงานเน้น “สนทนา” มากกว่า “รับประทาน” ค่ะ
เรื่องราวที่คุยกันจิปาถะจริงๆ มีหลายกลุ่มพันธมิตร คือมีกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อาทิ คุณจ้อยเจ้าของบ้าน คุณชล คุณจิ๊บ คุณติ๋ม คุณใจ คุณแคนดี้ คุณสาว คุณแมว เป็นต้น (ขออนุญาตเขียนแต่ชื่อเล่น เพราะบางคนอาจจะเซ็นสิทิฟถ้าลงชื่อจริง ...แปลว่าไม่ได้แจ้งทางบ้านว่าออกมาเที่ยว แต่จริงๆ แล้ว ดูจากภาพที่ลงประกอบก็รู้ละว่าใครบ้าง) แล้วก็มีกลุ่มที่ถวายเพลที่วัด อาทิ พี่สุรี คุณจี๊ด คุณหมู คุณแป้น คุณตู่ คุณเช็ง พี่คำนึง คุณอ๊อด เป็นต้น ส่วน คุณฉัตรชัย พี่ใหญ่ของเรามาพร้อมกับลูกสาวคนเก่ง ลิซ่า โดยมีผู้ที่คอยเอาใจใส่ดูแลแขกเหรื่อตลอดเวลา คือเจนนี่ หรือหลานจา ลูกสาวเจ้าของบ้าน (รวมทั้งเป็นเจ้าของบ้านในบริเวณเดียวกันอีกด้วย)
ก็ในเมื่อเป็นชมรมสังสรรค์ผู้สูงอายุ เรื่องที่คุยกันก็ไม่พ้นคำถามที่ว่าใครใช้ชีวิตกันอย่างไรตอนนี้ คำตอบรวมๆ คือ “เที่ยว” หลายๆ คนเตรียมกลับไปเที่ยวไทย อาทิ พี่คำนึง คุณจี๊ด และแมว ส่วนคุณจิ๊บ กลับมาจากไทยแล้ว คุณชลสนุกสนานกับพี่น้องครอบครัวที่เมืองไทย คุณใจมาในลุ๊กใหม่สวยใส คนนี้ก็ท่องไปในโลกกว้างอย่างมีความสุขกับคุณสามี แต่ที่เด็ดสุดคนนี้เลยค่ะ คุณติ๋ม คนนี้ท่องโลกกว้างไปกับเรือสำราญ เธอไม่เคยหยุดยั้งที่จะลงเรือโดยบอกว่าเป็นชีวิตที่ดี๊ดี และชักชวนให้คณะส.ว.ลองไปใช้ชีวิตดูแล้วจะติดใจ เธอมีคำถามสุดโต่งมาถามวงสนทนาว่า ขอให้เดาว่าเธอไปเที่ยวกับเรือสำราญนี้กี่ครั้งแล้ว ใครตอบได้มีรางวัล วงสนทนาออกรสล่ะสิ ต่างเดากันวุ่นลุ้นรางวัล ผลที่ออก…ไม่มีใครได้รางวัล ใครจะไปรู้ว่าคุณน้องเธอไปเรือครูซมาแล้วทั้งหมด 130 เที่ยว !!!! แถมบอกพรรคพวกด้วยความภูมิใจอีกด้วยว่า ครูซสามสิบเที่ยวเนี่ยเกิดขึ้นภายในสี่ปีหลังจากเธอเกษียณจากทำงานที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดด้วยซ้ำ !!! เอากะเธอสิ นี่เผลอๆ มีหุ้นกับบริษัทเรือสำราญหรือเปล่านะ เธอไปหมด อาทิ อลาสก้า ยุโรป เม๊กซิโก เป็นต้น เล่นเอาผู้เขียนชักจะคล้อยตามอยากไปมั่งเพราะคงจะเป็นชีวิตที่ดีมากหากมีคนกล้าไปร้อยกว่าครั้งเนี่ย
มีเรื่องที่เราเม้าท์กันสนุกมากมาย วงไม่แตกเพราะไม่มีการคุยการเมืองเจ้าค่ะ จากสิบเอ็ดโมงเช้าจนบ่ายสามโมงเป็นความสุขที่หาได้ไม่ยาก ขอขอบคุณเจ้าของสวน คุณจ้อย และหลานจา (เจนนี่) ที่ต้อนรับด้วยไมตรีจิตที่น่ารักเป็นที่สุดทุกคนกลับบ้านกันแบบอิ่มใจ เหลือไว้แต่ความทรงจำที่แสนอบอุ่นในวันนี้ ชมภาพประกอบคำบรรยายกันนะคะ จะเห็นได้ถึงเรื่องราวได้ดีกว่าอ่านค่ะ โดยเฉพาะภาพสวนไม้ร่มรื่น เรือนไม้เล็กๆ เก้าอี้หลากทรงที่สร้างไว้นั่งเล่นนอนเล่น ในวันที่อากาศดีมาก และได้เห็นแพะที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้สองตัวด้วยค่ะ)
จบเรื่องเล่าที่ไม่มีสาระสำคัญแต่สะใจวัยส.ว.เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ หากว่ามีผู้ชอบอ่านสไตล์นี้ รออ่านจากพ็อกเก็ตบุ๊กที่ผู้เขียนกำลังรวบรวมพิมพ์สิ้นปีนี้นะคะ
สำหรับวันนี้สวัสดีไปก่อน พบกันฉบับต่อไปนะคะ
เพ็ญวิภา
รายงาน