บันทึกจากเบย์แอเรีย
ผอ.นสพ.เพ็ญวิภา โสภาภัณฑ์



บันทึกจากเบย์เอเรีย 12 กันยายน 2569

ย้อนความไปถึงสมัยสิบกว่าปีมาแล้ว ผู้เขียนเคยทำเว็บไซต์ชื่อว่า สรรพรสดอทคอม เป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่เรื่องราวของคนไทยในอเมริกา สารคดี กวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวนิยาย ดาวเด่นจากชุมชนไทย ที่เขียนโดยนักเขียนคนไทยรับเชิญจากทั่วอเมริกาแต่ต้องปิดไปหลังจากเปิดได้สองปีกว่า ไม่มีเวลาดูแลและพบกับปัญหามากมายทั้งๆ ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากผู้อ่านทั้งในไทยและอเมริกา

เอาล่ะค่ะ เข้าเรื่อง คือสมัยนั้นคอลัมน์ดาวเด่น จะมีแมวมองบ้าง ผู้เขียนบ้างคอยจับตามองผู้ที่โดดเด่น ทั้งในเรื่องกิจกรรมสังคมบ้าง การเรียนบ้าง และเป็นคนดีศรีสังคม วันนี้ขอนำความคิดสมัยทำเว็บไซต์มาลงในคอลัมน์นี้อีกสักครั้ง

ดาวเด่นคนเก่งประจำฉบับนี้ขอแนะนำ “น้องเคธี่” (Kaitlyn Chanakarn Chow) ผู้ซึ่งเพิ่งเรียนจบจาก Design Tech High School และเป็นหนึ่งในนักเรียนที่จบไฮสคูลปีนี้ที่ได้รับทุนจาก “พี่ปุ๋ย” ภรทิพย์ ไซมอน (นาคหิรัญกนก) อดีตนางสาวไทย พ.ศ. 2531 และนางงามจักรวาล ปี ค.ศ. 1988 เพื่อใช้เป็นทุนในการเรียนมหาวิทยาลัย

ความโดดเด่นของน้องเคธี่นั้นไม่ได้อยู่ตรงที่เธอได้รับทุนเล่าเรียนจากองค์กรแองเจิลวิงส์ เท่านั้น น้องเป็นคนมีความสามารถที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง ผู้เขียนได้เห็นน้องตั้งแต่เธอมาเรียนดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทยที่วัดพุทธานุสรณ์ เมืองฟรีมอนต์ ตั้งแต่เธออายุได้หกขวบ ตอนนั้นน้องมาเรียนพร้อมๆ กับหลานชายคนเล็กของผู้เขียน ได้เห็นพัฒนาการต่อเนื่องของน้องไม่ว่าจะเป็นด้านการรำ การแสดงดนตรี การสนทนาภาษาไทยกับพี่ป้าน้าอา ไม่เว้นงานฝีมือ ได้เห็นกับตาถึงฝีมือร้อยมาลัยของน้องที่เกิดที่อเมริกาแต่ร้อยมาลัยแบบไทยๆ ได้อย่างกับมืออาชีพ และได้เห็นความตั้งใจเต็มร้อยในการฝึกนาฏศิลป์ คุณแม่บอกเคธี่ชอบรำมากๆ ขนาดว่าทำงานบ้านไปก็จะรำไปด้วย แถมอีกเรื่องที่ต้องชื่นชม คือผู้เขียนสะดุดตาที่มีอยู่วันหนึ่งได้เห็นสาวน้อยวัยละอ่อนหน้าคุ้นเคย เดินจงกรมสมาธิอยู่ที่วัดกับกลุ่มผู้ใหญ่ของ Magga 8 Group ที่ผู้เขียนได้บันทึกถึงฉบับที่แล้ว มองไปอีกที อ้าว…นั่นเคธี่นี่ เลยทราบว่าน้องเข้าปฏิบัติธรรมกับกลุ่ม Magga 8 ทุกวันเสาร์ ความสนใจต่อเธอเพิ่มพูน อย่างนี้ต้องตามไปสัมภาษณ์มาให้อ่านกันให้ได้ล่ะค่ะ

อ่านกันแบบภาษาง่ายๆ ละกันนะคะ แบบว่า “เราถาม-เธอตอบ”

ผู้เขียน : “มาเรียนวัดพุทธานุสรณ์ได้อย่างไรคะ และน้องเริ่มสนใจการเรียนภาษาไทย นาฏศิลป์ไทย และดนตรีไทยได้อย่างไรคะ what inspire her “เคธี่ตอบอันนี้เป็นภาษาไทยชัดเจน

เคธี่ : “หนูตามคุณแม่มาวัดพุทธานุสรณ์ตอนหนูอายุสี่ขวบ คุณแม่มาไหว้พระ หนูบังเอิญได้ยินเสียงดนตรีไพเราะมาก หนูชอบมากเลยขอให้คุณแม่ไปตามดูว่าเสียงมาจากไหน คุณแม่ตามไปเจอว่ามีคุณครูอาสาจากโครงการณ์ครุศาสตร์จุฬาฯ กำลังนั่งตีขิมอยู่ หนูสนใจมาก คุณแม่บอกคุณครูบอกตอนนั้นหนูยังอายุน้อยไป ไว้ให้ห้าหกขวบค่อยมาเรียน ซึ่งหนูก็ไม่ลืมพอหนูห้าขวบหนูก็มาเรียนภาษาไทย และหกขวบมาเรียนรำกับดนตรี ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้หนูก็เรียนมาตลอด และหนูชอบรำละครมาก มันเริ่มมาจากที่หนูได้ไปเมืองไทย ไปเที่ยววัดสุวรรณาราม ได้เห็นการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ หนูชอบมาก หลังจากนั้นหนูก็ให้แม่เล่า และอ่านเรื่องรามเกียรติ์ให้หนูฟังทุกวัน”

ผู้เขียน: ทราบมาว่าได้ทุนของมูลนิธิเองเจิลวิงส์ ของคุณปุ๋ย ภรทิพย์ ไซม่อน คิดว่ากรรมการประทับใจใบสมัครของหนูตรงไหน

เคธี่ : หนูไม่สามารถตอบตรงนี้ได้ว่ากรรมการตัดสินจากอะไร แต่หนูเชื่อว่าการที่หนูเขียนเรียงความจากใจจริงในทุกตัวอักษร โดยเฉพาะการที่หนูยกตัวอย่างคำถามที่เขาถามว่าหนังสือเล่มใดเป็นหนังสือเล่มโปรด หนูได้ตอบว่าเรื่องพระมหาชนก และได้เล่าถึงความประทับใจในการบำเพ็ญเพียรของพระมหาชนก และการที่มีนางมณีเมขลามาเป็นตัวละครที่ช่วยนำพาให้พระมหาชนกว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรหลังจากเรือจมน้ำจนท่านถึงฝั่งได้

ตัวละครทั้งสองเป็นตัวอย่างที่ดีของหนู และทำให้หนูเชื่อว่าหากเรามีความตั้งใจจริงเราก็จะประสบความสำเร็จ

สัมภาษณ์มาถึงตอนนี้ผู้เขียนชื่นชมมากเลยค่ะ ที่เยาวชนไทยที่เกิดและเติบโตในอเมริกาสามารถเข้าใจและชื่นชอบในปรัชญาของหนังสือเรื่องนี้ จึงได้ถามต่อไปว่า

ผู้เขียน : เคธี่เรียนรู้อะไรจากหนังสือเรื่องพระมหาชนกคะ

เคธี่ : หนูเรียนรู้ว่า หากเราตั้งใจจริงและพยายามอย่างเต็มที่คนก็จะมองเห็นความตั้งใจของเรา คนที่สนับสนุนเราอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่คนที่รอพบเราอยู่ที่เส้นชัย แต่คือคนที่คอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างเรามาตลอดเส้นทาง ประสบการณ์นี้สอนให้หนูเห็นคุณค่าของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่คอยอบรมสั่งสอนหนู คอยชี้แนะแนวทางในการตัดสินใจที่ดี หรือคุณครูที่ถ่ายทอดบทเรียนต่างๆ รวมทั้งผู้ใหญ่และพระสงฆ์ที่วัดที่เต็มใจสนับสนุนหนูเสมอมา คนเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็น “มณีเมขลา” ในชีวิตของหนู และหนูจะจดจำสิ่งที่พวกเขาทำให้ไว้เป็นบทเรียนชีวิตในอนาคตของหนูต่อไป

ผู้เขียน : ทราบมาว่า ขณะนี้น้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ San Jose State University เมเจอร์ Business Finance ทำไมเลือกเรียนด้านนี้คะ

เคธี่ : หนูชอบงานศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์มาก ดังนั้นการเรียนต่อด้านธุรกิจสาขาการเงินไม่เคยอยู่ในความคิดเลยคะ จนหนูได้ไปฝึกงานแผนกการเงินและลงเรียนคลาสสั้นๆ ชื่อ “Building a Brand as an Artist” วิชานี้สอนวิธีการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพและหนูได้จำลองสร้าง Multicultural Dance School ขึ้นมา จึงเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ที่ SJSU เพราะหนูได้เห็นแล้วว่าหนูยังสามารถต่อยอดความรักในงานศิลปะควบคู่ไปกับการมีอาชีพที่มั่นคงได้ค่ะ เพราะ Business Finance เป็นส่วนสำคัญในทุกธุรกิจค่ะ

ผู้เขียน: ตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยแล้วจะยังกลับมาวัดพุทธานุสรณ์อีกหรือไม่

เคธี่:” ยังอยากจะกลับมาช่วยวัดค่ะ เพราะหนูมีความสุขที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมของศิลปวัฒนธรรมไทย ของศาสนาพุทธ วัดไม่ได้อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัย หนูมีความสุขที่จะได้เจอรุ่นน้องๆ ครูอาสา และพระสงฆ์ หนูยังมานั่งสมาธิทุกวันเสาร์กับคุณแม่ การที่ได้มาวัดและได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทยจะช่วยให้หนูนำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับเข้ากับการใช้ชีวิตในอนาคต หนูดีใจที่มีส่วนช่วยเผยแพร่นาฏศิลป์และดนตรีไทย ดีใจที่เข้าใจภาษาไทย หนูเชื่อว่าดนตรีช่วยสมองด้านความจำและการร่ายรำช่วยสุขภาพโดยรวม และเชื่อว่าการที่ได้เติบโตมากับวัด กับวัฒนธรรมอันดีงามของไทยจะมีส่วนช่วยในการใช้ชีวิตในอนาคตให้หนูสามารถเข้ากับทุกสังคมได้ค่ะ”

นี่แหละค่ะ “เด็กวัด” ตัวจริง

ผู้เขียนชอบใช้วิธีสัมภาษณ์แบบ ถามไป ตอบมา เพราะว่าผู้อ่านจะได้เข้าถึงตัวผู้ถูกสัมภาษณ์ได้โดยไม่ติดขัด และทำให้ไม่เป็นการชี้นำว่าการที่ผู้เขียนเลือกผู้สัมภาษณ์มาเป็นเรื่องการยกย่องส่วนตัว ผู้อ่านจะเป็นผู้ ตัดสินเองว่าบุคคลที่ผู้เขียนนำมาลงนั้น สมควรเป็นดาวเด่นของคอลัมน์นี้จริงๆ…จริงไหมคะ

แน่นอนว่าการที่น้องมาถึงจุดนี้ได้นั้น น้องต้องมาจากครอบครัวที่อบอุ่น ให้การสนับสนุน กำลังใจ ให้คำปรึกษาปรัชญาชีวิตเป็นอย่างดี ขออนุญาตแนะนำคุณแม่คุณพ่อกันปิดท้ายนะคะ น้องเคธี่เป็นบุตรคนเดียวของคุณแม่ อัจฉริยา ทวีวิรัช และคุณพ่อ เดวิด เชาว์ คุณเดวิดทำงานตำแหน่ง IS Administrator ที่ SFO (San Francisco International Airport) คุณอัจฉริยา เคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ City College of San Francisco ก็ขอแสดงความยินดี และภูมิใจแทนคุณเดวิดและคุณอัจฉริยา ที่บุตรสาวประสบความสำเร็จ เป็นหนึ่งในเยาวชนไทยที่ทำหน้าที่สืบสานวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์อีกรายหนึ่งในสังคมไทยในอเมริกานี้นะคะ

ชมภาพประกอบที่ผู้เขียนคัดเลือกมาจากผลงานเด่นๆ ของน้องเคธี่ค่ะ พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ

เพ็ญวิภา

รายงาน