ขอจำเริญพร ท่านผู้อุปการะคุณทุกท่าน มุมมองของเราอาจเหมือนกันในการเห็น แต่อาจแบ่งประเด็นเห็นต่างทางความคิดผ่านวัตถุธรรม ย้ำกระบวนทัศน์แห่งปราชญ์ ที่สามารถร่วมกันค้นหาสัจจธรรมไปพร้อมกัน โดยเริ่มต้นจากการตั้งคำถามให้เป็นปัญหาง่ายๆ เช่น
คนเราทำงานเพื่ออะไร? แล้วมาดูคำตอบที่แตกต่างความจำเป็นดังนี้ : ความสุขจากการทำงาน บางคนทำงานเพื่อเงิน บางคนทำงานเพื่อความมั่นคง บางคนทำงานเพื่อครอบครัว และบางคนทำงานเพื่อสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้เกิดขึ้นในโลก คำตอบคือ :- ถูกต้องทุกความจำเป็นนั่นเอง
แต่ถ้าถามว่า “ทำงานอย่างไรจึงจะมีความสุข?” คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่งานง่ายหรืองานยาก แต่อยู่ที่ เรา “มองงาน” อย่างไร งานเดียวกัน คนหนึ่งทำด้วยความทุกข์ อีกคนทำด้วยความสุข สิ่งเดียวกัน คนหนึ่งเห็นเป็นเพียงวัตถุ อีกคนหนึ่งกลับมองเห็นคุณค่าและความหมาย อีกทั้ง...ถ้าใจมีเมตตา…พื้นที่เล็ก ๆ ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างโปร่งใจ น้ำใจคือสิ่งที่แสดงออกทางวัฒนธรรม เสริมบุคลิกภาพของผู้ที่มีรอยยิ้มด้วยความอ่อนโยน
นี่คือเรื่องของ กระบวนทัศน์ หรือวิธีคิดของเรา ลองมอง “วัตถุธรรม” รอบตัวเรา ก้อนหินหนึ่งก้อน หากมองด้วยสายตาธรรมดา ก็เป็นเพียงก้อนหิน แต่ถ้ามองด้วยศรัทธา ก้อนหินนั้นอาจกลายเป็น ศิลาแห่งความตั้งใจ อิฐหนึ่งก้อนอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อคนจำนวนมากนำมารวมกัน ก็สามารถกลายเป็นวิหาร ลานเจดีย์ หรือศาสนสถานที่ที่ผู้คนใช้เป็นที่พึ่งทางใจอย่างประเมิณค่ามิได้
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ จึงไม่ได้เกิดจากสิ่งใหญ่เสมอไป
แต่อาจเกิดจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ผู้คนร่วมกันทำด้วยหัวใจ นี่เองคือความสุขจากการทำงาน เมื่อเราทำงานแล้วเห็นแต่ “ผลตอบแทน” เราอาจถามว่า ฉันได้อะไร? แต่เมื่อเราทำงานแล้วมองเห็น “คุณค่า” เราจะเริ่มถามว่า งานของเราสร้างอะไรให้ผู้อื่น? ตรงนี้เองที่ “คนทำงาน” เริ่มเปลี่ยนเป็น “ผู้สร้างสรรค์”
ปราชญ์ไม่ได้หมายถึงคนที่รู้มากที่สุด แต่คือคนที่ มองเห็นสิ่งธรรมดา แล้วค้นพบความหมายที่ลึกซึ้งอยู่ข้างใน มองก้อนศิลา เห็นความศรัทธา มองงาน เห็นการฝึกตน มองอุปสรรค เห็นการพัฒนาปัญญา มองความสำเร็จ เห็นความรับผิดชอบ และมองสิ่งที่สร้างขึ้น เห็นประโยชน์ที่จะส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง เพราะฉะนั้น ความสุขจากการทำงาน ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อเราหยุดทำงาน แต่เกิดขึ้นในระหว่างที่เราทำงานอย่างมีความหมาย
วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี จึงมิได้มองการสร้างวัตถุธรรมเพียงเพื่อความสวยงาม หากมองวัตถุเป็น “สื่อแห่งธรรม” ให้คนได้เรียนรู้ว่า ศรัทธาสามารถเปลี่ยนเป็นพลัง ความคิดสามารถเปลี่ยนเป็นการกระทำ และการกระทำของคนจำนวนมากสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนและสังคมได้
ความประสงค์ตั้งใจในการสร้างวัดของอาตมา จึงมิได้ยึดมั่นสำคัญเพียงวัตถุธรรมที่มองเห็นเท่านั้น ศรัทธา → ปัญญา → สร้างสรรค์ → คุณค่า → สังคม ความสุขกับทำงาน มองผ่านวัตถุธรรม ย้ำกระบวนทัศน์แห่งผู้เป็นปราชญ์ ฉลาดลึกด้วยปัญญา” อาตมามองว่า สามารถพัฒนาเป็น คติธรรมประจำวัน หรือประจำโครงการ ได้อย่างงดงาม เพราะช่วยยกระดับจาก “การสร้างวัตถุ” ไปสู่ “การสร้างคน และสร้างปัญญา”
จากศิลาก้อนน้อย... สู่ศรัทธายิ่งใหญ่
จากความเชื่อความเลื่อมใส... สู่ปัญญาวิมุต
จากปัญญาวิสุทธิ์... สู่ความคิดสร้างสรรค์
จากความคิดสร้างสรรค์... สู่คุณค่าวัฒนธรรมทางสังคม
เมื่อคิดได้เช่นนี้ งานก็ไม่ใช่ภาระอีกต่อไป แต่กลายเป็น การฝึกตน สิ่งที่สร้างก็ไม่ใช่เพียงวัตถุ แต่กลายเป็น มรดกทางปัญญาและวัฒนธรรม และคนทำงานก็ไม่ได้เพียง “ทำมาหากิน” แต่กำลัง ทำความดี ทำคุณค่า และทำอนาคตให้เกิดขึ้นด้วยมือของตนเอง “มองวัตถุให้เห็นธรรม" มองการงานให้เห็นคุณค่า มองปัญหาให้เกิดปัญญา แล้วความสุขจะเกิดขึ้นระหว่างทาง ประดุจเป็นปัจจยการต่อกันนั่นเทียวฯ"
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพต้นกัณฑ์เทศน์มหาชาติ ทอดผ้าป่าถวายช่วย ค่าน้ำ - ค่าไฟ ตามสมควรแก่กำลัง เพื่อสั่งสมบุญถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อสนับสนุนวัดให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535-7849 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012


