ความจริงหรือความคิด
ไพฑูรย์ สุขสิขารมย์
ความจริงหรือความคิด 19 กันยายน 2569

10:30 AM เช้าวันพุธ กันยายน 2026 นั่งเขียนหนังสือให้หนังสือพิมพ์ไทยแอลเอ อยากกล่าวขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยแอลเอ เมตตาให้ผมได้มีโอกาสเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ สิ่งที่ผมได้คือ บทความลงในหนังสือพิมพ์ การเขียนบทความ สิ่งที่ผมได้คือยังรักการอ่าน การค้นคว้า ความรู้ที่ได้กลายมาเป็นข้อเขียน

อยากเล่าชีวิตผมก่อนมาถึงวันนี้ คือการอ่านหนังสือมาแต่เด็กๆ ชอบการอ่านหนังสือก็รักการค้นคว้า ช่วงผมเรียนมัธยมวัดราชบพิธ ชอบไปร้านหนังสือแถงวังบูรพาในวันเสาร์และอาทิตย์ นอกจากร้านหนังสือยังมีโอกาสเรียนรู้จากสิ่งรอบตัว การเรียนรู้ทางตรง คือการสัมผัสเห็นจับต้อง

จากการรักการอ่าน ทำให้ผมชอบการค้นคว้า วันหยุดช่วงมัธยม คือเสาร์อาทิตย์ชอบไปสนามหลวง หน้าการแข่งขันชักว่าวระหว่างจุฬาโฉบว่างปักเป้า ติดเชือก เด็กๆ หรือผู้ใหญ่มีโอกาสช่วยจุฬาดึงเชือก หลังจากนั้นจะแวะไปหอสมุดแห่งชาติ ติดกับสนามหลวง

การอ่านหนังสือ สิ่งหนึ่งเรียกว่าความรู้ อยากเห็นและสัมผัส กลายเป็นส่วนหนึ่ง ค้นคว้า การเล่าเรียน ระหว่างเรียนวิทยาลัยบางแสน คิดตลอดเวลา จะมาเรียนต่อที่อเมริกา

พูดถึงการเล่าเรียน อดคุยไม่ได้ ผมชอบเรียน เกิดอยุธยาต่างจังหวัด พ่อแม่ค้าขายข้าว พอจบ ประถม 4 พ่อแม่พาไปฝากอยู่กับสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ สังฆราชท่านเป็นคนอยุธยาบ้านติดกัน เด็กๆหลายคนมาพึ่งใบบุญของสมเด็จพระสังฆราชพระพุทธโฆษาจารย์ วัดราชบพิธ รุ่นผมมาอยู่กับสังฆราช 4 คน ผมสอบ ม.6 จบสอบชิงทุนเรียนครูได้ ย้ายออกจากวัดไปอยู่หอ โรงเรียนเป็นนักเรียนทุนรุ่น 2 วิทยาลัยรุ่นผมเรียนเป็นรุ่นที่สองของิทยาลัยครูพระนคร อยู่บางเขน

หลังจากจบครู ก็สอบเข้าเรียนวิทยาลัยครูบางแสน จบ กศ.บ. (การศึกษาบัณฑิต) จบสอนหนังสือหลายปีในกรุงเทพฯ เป็นครูหัวหน้าหมวดคณิตศาสตร์

ระหว่างสอนคิดตลอด ปรารถนาจะมาเรียนต่ออเมริกา ระหว่างคิด สอนหนังสือวันหยุด และตอนเย็นไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษที่ AUA

การตื่นตัว และสร้างความก้าวหน้า พ่อแม่และสมเด็จพระสังฆราช ท่านอบรม สั่งสอนตลอด เป็นแรงกระตุ้นจิตใจ ให้เพิ่มความอุตสาหเล่าเรียน

เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว น้องชายอยู่อยุธยาเขียนมาบอกว่า ลูกชาย คือหลานผม ย้ายไปอยู่อยุธยา เป็นตำรวจยศนายพลตำรวจตรี

พูดถึงความก้าวหน้าของชีวิต อดคุยถึงตัวผมและลูก 2 คนของผม การเรียนบอกเล่า ส่วนตัวผมไม่ได้ถือเป็นเรื่องคุย แต่อยากพูดถึงการพัฒนาชีวิต พอถึงวันนนี้ ผมมีลูก 2 คน ลูกสาวจบหมด (MD) จากแคมบริดจ์ อังกฤษ การเรียนหมอในอเมริกา หลังจากจบไฮสกูล ใช้เวลา 11 ปี หลังจากจบไฮสกูล อยากเรียนหมอ สอบเข้าเรียนเตรียมแพทย์ 4 ปี หลังจากจบเตรียมแพทย์ สอบเข้าเรียนหมอ (แพทย์) อีก 4 ปี ลูกสาวสอบได้เรียนหมอมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ เรียนที่อังกฤษ 4 ปี รวมเวลาหลังจากจบไฮสกูล (ม.8) เรียนเตรียมแพทย์ 4 ปี เรียแพทย์ 4 ปี รวม 8 ปี ยังทำเงินไม่ได้ ต้องเรียนฝึกงานทางแพทย์อีก 3 ปี การเรียนฝึกงานคือใช้ความรู้จากเรียน มาฝึกงานจริง จะได้เกิดประสบการณ์ตรง จบจากการฝึกงานหลังจากไฮสกูล เป็นเวลา 11 ปี ลูกสาวผมตอนนี้ ถือว่าเจริญก้าวหน้าทางอาชีพหมอ มีคลินิกของตัวเอง 4 แห่ง เคยบอกคนงานราวๆ 60 คน

ส่วนลูกชาย จบปริญญาเอก (PhD) ตอนนี้สอนและเป็นที่ปรึกษาให้เด็กในมหาวิทยาลัยซานดิเอโก้

ผมเคยเขียนเรื่องลูก แต่ของจริงอยากแชร์ความเจริญก้าวหน้าของลูกๆ ทางการศึกษา เราพ่อแม่คือบุคคลสนับสนุน

พูดถึง “ลูก” ลูกคือหน้าตาพฤติกรรมของพ่อแม่ การเล่าความจริงกังเริ่ม เป็นการแชร์ความคิด เมื่อเราแต่งงาน ลูกคือหน้าตาของพ่อแม่ การลงทุนให้กับลูก คือการให้การศึกษา ตั้งแต่ยังเด็ก สำหรับผม อาชีพเคยเป็นครูหัวหน้าหมวดคณิตศาสตร์ หลังจากจบการศึกบัณฑิตที่วิทยาลัยการศึกษาบางแสน ผมชอบบางแสน เสาร์-อาทิตย์จะเดินไปหาดทรายบางแสน ไปแหลมแท่น

การศึกษาของลูก 2 คน แตกต่าง 8 ปี เกิดในอเมริกา พอลูกยังเล็ก จะพาไปวัดพุทธานุสรณ์ เมือง “ฟรีมอนต์” ห่าง ห่างจากบ้านขับรถเกือบชั่วโมง ไปวัดทำบุญ ยังให้ลูกเรียนภาษาไทย เด็กไทยเกิดในอเมริกา โชคดีวัดสอนภาษาไทย มีครูแลกเปลี่ยนมาจากวิทยาลัยในไทย

เด็กไทยเกิดในอเมริกา ส่วนมากจะเรียนภาษาไทยเริ่มจากวัดไทย ที่ผมอยู่เรียก Bay Area รอบๆ เมืองอย่างเบิร์คเล่ย์ เอลเซอริโต้ โอคแลนด์ และอลามิด้า สามารถส่งลูกเล็กๆ เกิดในอเมริกาไปเรียนภาษาไทยช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงหยุดภาคฤดูร้อน เรียนหลายเดือน ภาษาไทย

โดยปกติชีวิตผมอาชีพหัวหน้าคณิตศาสตร์ ตอนนั้นจบ กศ.บ. บางแสน ระหว่างสอนหนังสือ ตกเย็นเสาร์-อาทิตย์ ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ AUA แผนชีวิตคือมาอเมริกา

ผมมาอเมริกา 1968 ได้ I-20 จากวิทยาลัย Eastern Oregon เรียนปริญญาโท ปลาย 1969 จบต้น 1970 หลังจากจบไม่เคยสอนหนังสือ แต่การศึกษาคือพื้นฐานการพัฒนาตัวเราเอง อย่างภรรยาผมเคยได้ทุนมาอเมริกาก่อนผม พื้นการพัฒนาคือพัฒนาตัวเอง ส่งต่อถึงลูก

ผมมีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตจบหมอจากแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ตอนนี้มีคลินิก 4 แห่ง คนงาน 60 คน

ลูกชายจบ ปริญญาเอก สอนมหาวิทยาลัยซานดิเอโก้

ที่ผมเล่าการศึกษา คือการไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตัว เพื่อความรู้ เป็นแบบอย่างของลูกๆ