ธรรมะสมสมัย

หลวงพ่อไสว ชมไกร



ความเมตตา รากเหง้าความอ่อนโยนที่แท้จริง

คุณธรรมที่ทำให้บุคคล “อ่อนโยนอย่างประทับจิต และประทับใจได้ยาวนาน” หากมองในทางพระพุทธศาสนา มีหลายประการ แต่คุณธรรมที่เด่นที่สุดคือ “เมตตา” และควรประกอบด้วย กรุณา ขันติ และมุทิตา

๑. เมตตา ความปรารถนาดีที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน เมตตาทำให้คำพูด แววตา และการกระทำของคนเรานุ่มนวลขึ้น คนที่มีเมตตาไม่ได้อ่อนโยนเพราะอ่อนแอ แต่เพราะ ไม่ต้องการทำร้ายจิตใจผู้อื่น ความอ่อนโยนที่เกิดจากเมตตาจึงเป็นความรู้สึกที่คนรับสัมผัสได้ และมักจดจำได้นาน

๒. กรุณา เห็นใจเมื่อผู้อื่นมีทุกข์ คนบางคนไม่ได้มีความสามารถพิเศษในการพูด แต่เมื่อเห็นผู้อื่นทุกข์ เขา ไม่ซ้ำเติม ไม่ตัดสิน และพร้อมยื่นมือช่วย ความรู้สึกเช่นนี้สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง

๓. ขันติ อ่อนโยนแม้ในเวลาที่ถูกกระทบ นี่เป็นคุณธรรมที่ทำให้ความอ่อนโยน “มีน้ำหนัก” เพราะการอ่อนโยนในวันที่ทุกอย่างเป็นใจนั้นไม่ยาก แต่ การยังพูดดีเมื่อถูกตำหนิ การยังให้อภัยเมื่อถูกทำร้าย และการไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธ เป็นความอ่อนโยนที่คนจะจำไปอีกนาน

๔. ปิยวาจา พูดให้คนมีกำลังใจ บางคนจากไปแล้ว แต่คำพูดของเขายังอยู่ในใจเรา เพราะเขาเคยพูดในเวลาที่เราต้องการกำลังใจที่สุด ดังนั้น คำพูดที่จริงใจ สุภาพ และไม่ทำให้ใครรู้สึกด้อยค่า เป็นคุณธรรมที่สร้างความประทับใจได้ยาวนานมาก

สรุปความอ่อนโยนในประโยคเดียว

“เมตตา ทำให้ใจอ่อนโยน กรุณา ทำให้เข้าใจผู้อื่น ขันติ ทำให้ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง และปิยวาจา ทำให้ความอ่อนโยนนั้นอยู่ในความทรงจำของผู้คน ด้วยปิยวาจา คำหวานหูมิรู้หาย” ทั้งนี้ทุกคำต่างให้ความหมายได้ลึกซึ้ง ถ้าจะเลือกคุณธรรมเพียงคำเดียว ท่านจะเลือกคุณธรรมข้อใด? อาตมาเลือก “เมตตา” เพราะเมตตาเป็นรากของความอ่อนโยนที่แท้จริง และเมื่อเมตตาออกมาผ่าน คำพูด การให้อภัย และการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทน คนจะไม่ได้เพียง “รู้สึกดี” แต่จะ จดจำคนผู้นั้นด้วยความอบอุ่นไปอีกนาน.

ในทางพระพุทธศาสนา บุคคลทุกฐานะควรได้รับความอ่อนโยน แต่ผู้ที่ควรได้รับเป็นพิเศษ ได้แก่

๑) ผู้มีพระคุณ เช่น บิดามารดา ครูอาจารย์ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิต ความรู้ และโอกาสแก่เรา ตัวอย่าง: พูดกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ในวันที่คิดเห็นไม่ตรงกัน

๒) ผู้ที่กำลังทุกข์หรืออ่อนแอ เช่น คนเจ็บ คนสูญเสีย หรือผู้ประสบปัญหา เพื่อเยียวยาจิตใจและให้กำลังใจ เพราะในเวลาที่คนกำลังทุกข์ คำพูดอ่อนโยนเพียงไม่กี่คำอาจมีคุณค่ามากกว่าคำแนะนำมากมาย ตัวอย่าง: “ไม่เป็นไรนะ เราค่อยๆ ผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

๓) ผู้ที่ด้อยโอกาสหรือทำผิดพลาด เพื่อให้เขามีโอกาสปรับปรุงตนเอง เพราะการซ้ำเติมทำให้คนหมดกำลังใจ แต่ความเมตตาทำให้เกิดโอกาสเริ่มต้นใหม่ ตัวอย่าง: เมื่อลูกศิษย์ทำผิด ไม่ประณาม แต่ชี้ข้อผิดพลาดและให้โอกาสแก้ตัว

๔) ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจากเรา เพื่อรักษาความสัมพันธ์และลดความขัดแย้ง เพราะความอ่อนโยนช่วยให้เราพูดความจริงโดยไม่ทำร้ายกัน ตัวอย่าง: “เราเห็นต่างกันได้ แต่ยังเคารพกันได้”

“ความอ่อนโยนไม่ใช่การอ่อนแอ แต่คือความเข้มแข็งของผู้มีเมตตา เพราะเราสามารถรักษาความถูกต้องได้ โดยไม่ต้องทำร้ายหัวใจของใคร”

คุณสมบัติของผู้ที่มีเมตตา

เป็นกัลยาณมิตรที่คบหาและอยู่ด้วยรู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอิบ เรียกว่าผู้ทรงความมีกัลยาณมิตรธรรม ๗ ประการ คือ ๑. ปิโย คือ ความน่ารัก ๒. ครุ คือ น่าเคารพ ๓. ภาวนีโย คือ น่าเจริญใจในคุณธรรม ๔. วัตตา คือ รู้จักพูดให้ได้ผล ๕. วจนักขโม คือ อดทนต่อถ้อยคำ ๖. คัมภีรัญจะ กถัง กัตตา คือ แถลงเรื่องลึกล้ำได้ และ ๗. โน จัฏฐาเน นิโยชเย คือ ไม่ชักนำสู่ทางเสื่อม

ธรรมะสบายๆ สไตล์วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี ย้ำข้อสรุปทางพุทธศาสนาว่า ความเมตตา คือรากเหง้าความอ่อนโยนที่แท้จริง

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดผ้าป่าถวายช่วย ค่าน้ำ - ค่าไฟ ตามสมควรแก่กำลัง เพื่อสั่งสมบุญถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อสนับสนุนวัดให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535-7849 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร