9 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการคว่ำบาตร สายการบินของอิหร่านที่เหลือทั้งหมด ที่ยังไม่เคยถูกลงโทษด้วยมาตรการดังกล่าว โดยเป็นส่วนหนึ่งของ ปฏิบัติการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ (Operation Economic Outcast) เพื่อกดดันเศรษฐกิจอิหร่าน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าการดำเนินการล่าสุดนี้มุ่งเป้าไปที่เป้าหมาย 36 รายการ ที่ให้การสนับสนุนภาคการบินของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลเตหะรานใช้ในการขนส่งอาวุธ บุคลากร และสินค้าผิดกฎหมาย เป้าหมายเหล่านี้รวมถึงสายการบินของอิหร่าน 27 แห่ง ร่วมกับบริษัทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศอย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ตุรกี, มาเลเซีย และคาซัคสถาน ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว เรากำลังตัดภาคการบินทั้งหมดของเศรษฐกิจอิหร่านออกจากตลาด ได้แก่ ...
1. Air Shiraz 2. Asa Jet Airline 3. Ata Airlines Company 4. Atlas Aviation Group 5. Ava Airlines 6. Chabahar Airlines Company 7. Erwan Airline Company 8. Fly Kish Airlines 9. Fly Persia Airlines 10. Iran Air Tour 11. Iran Aseman Airlines 12. Jsky Airlines 13. Kish Airlines 14. Karun Airlines Company 15. Lad Airways 16. Mehr Airways 17. Nasim Air 18. Pars Oghyanous Kish Company19. Qeshm Air 20. Raimon Airways 21. Saha Airlines 22. Sepehran Airlines 23. Soroush Air 24. Taban Airlines 25. Toos Airlines 26. Varesh Airlines 27. Zagros Airlines
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวระหว่างประกาศมาตรการคว่ำบาตรว่า ภายใต้ปฏิบัติการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ เราได้สัญญาไว้ว่าจะลงโทษผู้ที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ระบอบอิหร่านอย่างรุนแรง อีกทั้งเขายังเตือนว่า "ใครก็ตามที่ทำธุรกิจกับสายการบินที่เหลือของอิหร่านเสี่ยงที่จะถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลก"
ซึ่งนอกจากสายการบินของอิหร่านแล้ว กระทรวงการคลังระบุว่ามาตรการล่าสุดยังมุ่งเป้าไปที่บริษัทในประเทศที่สามซึ่ง อำนวยความสะดวกในการแพร่ขยายอาวุธ ปฏิบัติการเที่ยวบินที่เชื่อมโยงกับการก่อการร้าย และการจัดหาเครื่องบินที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐฯ โดยผิดกฎหมายให้กับสายการบินมาฮาน แอร์ ที่ถูกคว่ำบาตรไปก่อนหน้านี้ การคว่ำบาตรยังมุ่งไปที่ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าและตัวแทนขายทั่วไปที่เคยให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศของ มาฮาน แอร์ ด้วย
มาฮาน แอร์ (Mahan Air) เป็นสายการบินของอิหร่านที่ถูกกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกในกิจกรรมของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าบริษัทในประเทศต่างๆ เช่น จีน อาจต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ ฐานให้การสนับสนุนภาคการบินของอิหร่านหรือไม่ แต่ระบุว่า มีมาตรการหลายอย่างที่สหรัฐสามารถดำเนินการต่อผู้ให้บริการได้>
ภาคธุรกิจการบินของอิหร่านต้องเผชิญกับความยากลำบากมาอย่างยาวนานภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวได้ขัดขวางความสามารถในการจัดหาเครื่องบิน อะไหล่ และบริการบำรุงรักษา
วงการพระเครื่องภาคกลางสะเทือน! สมาคมพระเครื่องฯ จัดมหกรรมประกวดพระบูชาและเครื่องรางครั้งประวัติศาสตร์ เซียนพระ-นักสะสมแห่ร่วมงานคึกคัก ตื่นตาตื่นใจชมพระองค์ครูมูลค่าทะลุ 30 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สาขาจังหวัดอ่างทอง เปิดฉากจัดงานมหกรรมประกวดพระเครื่อง พระบูชา และเครื่องรางของขลังอย่างยิ่งใหญ่ ณ วัดนางในธรรมิการาม อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 กันยายนนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีเซียนพระ นักสะสม และประชาชนทั่วไปหลั่งไหลเดินทางมาร่วมงานนับพันคน โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละรายการจะได้รับสิงห์เนื้อชนวนอันทรงคุณค่าเป็นที่ระลึก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานละลานตาไปด้วยแผงพระเครื่องและร้านค้ากว่าพันร้าน ที่นำพระเก่า เหรียญพระเกจิ และวัตถุมงคลชื่อดังมาจัดแสดงและเปิดให้ศึกษาแลกเปลี่ยนกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักและเป็นกันเอง
ด้าน นายสนธิ วิเศษ หรือ ประธานธิ วิเศษ ประธานสมาคมฯ สาขาจังหวัดอ่างทอง ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นมหกรรมพระเครื่องครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของจังหวัดอ่างทองและภาคกลาง ไฮไลต์สำคัญคือการนำพระเครื่ององค์สำคัญและพระหายากระดับตำนาน ที่มีมูลค่าตั้งแต่หลักล้านบาท สูงสุดถึงประมาณ 30 ล้านบาท มาจัดแสดงให้ประชาชนและผู้สนใจได้ชมเป็นบุญตากันอย่างใกล้ชิด พร้อมพบกับเซียนพระชื่อดังระดับประเทศที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ถือเป็นโอกาสทองของผู้ที่รักในศาสตร์และศิลป์พระเครื่องที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
กลายเป็นเรื่องราวไวรัลเรียกรอยยิ้มที่สะท้อนให้เห็นถึง "Culture Shock" ของชาวต่างชาติที่มาเยือนเมืองไทย เมื่อ Mr. Clark ชายชาวอังกฤษ เจ้าของบัญชีอินสตาแกรม clark_bkk ได้โพสต์คลิปตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการจองโต๊ะในศูนย์อาหารของคนไทย
"คนไทยครับ อันนี้ปกติไหมครับ?"
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Mr. Clark ไปรับประทานอาหารที่ฟู้ดคอร์ตแห่งหนึ่ง ระหว่างที่เขานั่งรออาหารอยู่นั้น เขาได้สังเกตเห็นโต๊ะว่างตัวหนึ่งที่มี "กระเป๋าสตางค์สีดำ" วางทิ้งไว้บนโต๊ะโดยไม่มีคนอยู่ เพื่อเป็นการจองที่นั่ง
ความแปลกใจนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอัดคลิปวิดีโอด้วยสีหน้าประหลาดใจ พร้อมตั้งคำถามถึงคนไทยว่า "คนไทยครับ อันนี้ปกติไหมครับ? ทำไมเขาถึงวางกระเป๋าสตางค์ไว้บนโต๊ะครับ?"
เสียงสะท้อนจากชาวเน็ตไทย: เมื่อความไว้วางใจกลายเป็นเรื่องปกติ
หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตไทยได้เข้ามาคอมเมนต์ไขข้อข้องใจกันอย่างล้นหลาม ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับฝรั่งท่านนี้เข้าไปอีกระดับ:
เรื่องปกติของคนไทย: ชาวเน็ตเข้ามาตอบอย่างตรงไปตรงมาว่านี่คือการ "จองโต๊ะครับ"
ความกังวลของชาวต่างชาติ: Mr. Clark ได้เข้าไปคอมเมนต์ถามต่อด้วยความสงสัยและเป็นห่วงว่า "แต่ถ้ามีคนขโมยไปล่ะครับ "
มุมมองและเหตุผล: ชาวเน็ตท่านหนึ่งอธิบายมุมมองแบบไทยๆ ว่า "ถ้าโดนขโมย ก็จะแค่รู้สึกว่าโชคร้ายหนะครับ เพราะปกติคนเขาไม่ขโมยกันในห้าง 55555 คนไทยไว้ใจกันเกินไป"
คอมเมนต์สายฮา: ในขณะที่ชาวเน็ตอีกท่านเข้ามาแซวขำๆ ว่า "กระเป๋าโบ๋ เชื่อสิ" ซึ่งหมายความว่ากระเป๋าใบนั้นอาจจะไม่มีเงินเหลืออยู่แล้วก็เป็นได้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวระดับ Amazing Thailand ที่ทำให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบ "คนไทยแปลว่าอิสระ" และสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจกันในสังคม (ที่บางครั้งก็อาจจะไว้วางใจมากเกินไปสักนิด) ซึ่งเป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่พบเห็นครับ
9 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลแห่แชร์ภาพฝนถล่มหนักและมีน้ำท่วมสูง ที่เมืองนาโกย่า ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ถนนจมน้ำ และน้ำไหลทะลักเข้าสู่อาคาร ขณะที่บางพื้นที่ถูกยกระดับคำเตือนภัยเป็นระดับ 5 ในวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยวัดปริมาณฝนได้สูงถึง 104.5 มิลลิเมตรภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นปริมาณฝนรายชั่วโมงสูงสุดเป็นสถิติอันดับ 1 ของจุดสังเกตการณ์ ซึ่งถือว่าฝนถล่มหนักสุดในรอบ 136 ปี
สถานการณ์ฝนถล่มลงมาอย่างหนัก หรือที่เรียกกันว่า เรนบอมบ์ ส่งผลให้หลายจุดในเมืองนาโกย่าเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง และมีน้ำไหลทะลักเข้าสู่อาคาร ขณะที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นแม่น้ำอุเอดะกาวะมีระดับน้ำเพิ่มสูงและกระแสน้ำไหลเชี่ยวจนส่งผลกระทบต่อรถยนต์ในบางพื้นที่ ทางการญี่ปุ่นได้ยกระดับคำเตือนในบางพื้นที่ของนาโกย่าเป็น ระดับ 4 พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวังน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม ระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และความเสี่ยงดินถล่ม
น้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่ส่งผลกระทบกับ มหกรรมการแข่งขันกีฬาของประเทศในทวีปเอเชีย อย่าง เอเชียนเกมส์ 2026 หรือ ไอจิ-นาโกย่า 2026 จะจัดขึ้นที่จังหวัดไอจิ และ เมืองนาโกย่า ระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 นี้ โดยนับถอยหลังอีกเพียง 11 วัน ก่อนพิธีเปิดการแข่งขันเอเชียนเกมส์จะเริ่มต้นขึ้น
วันที่ 9 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ประเทศนอร์เวย์ได้ประกอบพิธีฝังพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ท่ามกลางพิธีการอันสมพระเกียรติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้วงเวลาแห่งการไว้อาลัยทั่วประเทศที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 13 วัน นับตั้งแต่พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยพระชนมพรรษา 89 พรรษา
เมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ริ้วขบวนเดินเท้าได้อัญเชิญพระบรมศพเคลื่อนจากพระราชวังหลวงไปยังมหาวิหารออสโล ก่อนที่พิธีทางศาสนาจะเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 13.00 น. โดยชาวนอร์เวย์ทั่วประเทศได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาทีเพื่อแสดงความอาลัยเป็นวาระแรก
ในช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทหารเกียรติยศจากทุกเหล่าทัพของนอร์เวย์ได้เข้าประจำตำแหน่งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับริ้วขบวน ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาที่มหาวิหาร ได้มีการจัดขบวนขนาดเล็กเพื่ออัญเชิญพระบรมศพไปยังสุสานหลวงใต้ดิน ภายในป้อมปราการอาเคอร์ชูส (Akershus Fortress) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของท่าเรือกรุงออสโล
พระบรมศพของกษัตริย์ฮารัลด์จะถูกประดิษฐานอย่างถาวรในหีบพระบรมศพหิน (Sarcophagus) เคียงข้างพระบรมศพของพระราชบิดาและพระราชมารดา
ทั้งนี้ ห้วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ทั่วประเทศจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮากุน (King Haakon) พระราชโอรส เสด็จพระราชดำเนินออกจากสุสานหลวงใต้ดินดังกล่าว จากนั้นธงชาติที่ถูกลดครึ่งเสามาตั้งแต่วันที่กษัตริย์ฮารัลด์เสด็จสวรรคต จะถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสาตามปกติอีกครั้ง
9 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากแคนาดาหลายประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์นม รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในรายการคำสั่งของทำเนียบขาว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในคำสั่งว่า แคนาดา เลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ โดย 'ทำเนียบขาว' ระบุว่า แคนาดาจำกัดการกระจายสินค้าจากสหรัฐฯ แต่ไม่ได้ใช้มาตรการเดียวกันกับสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศอื่น ซึ่งมาตรการห้ามนำเข้าจะเริ่มมีผลวันที่ 29 กันยายน หลังแคนาดาประกาศมาตรการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ภาษีของสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ 'ทำเนียบขาว' ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาประมาณ 50% ครอบคลุมสินค้ามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 6.3 แสนล้านบาท หลังการเจรจาหลายรอบไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ 2 ประเทศ จะออกมาระบุว่า ต้องการบรรลุข้อตกลงร่วมกันแต่ยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่ หลังการเจรจาครั้งล่าสุดล้มเหลวเมื่อปลายเดือนสิงหาคม
โดยมาตรการภาษีของสหรัฐกระทบหลายอุตสาหกรรมในแคนาดา ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ไวน์ อุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ตกปลา ขณะที่แคนาดาตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ในมูลค่าเท่ากัน ครอบคลุมสินค้า เหล็ก เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ โดยมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาเริ่มมีผลหลังเที่ยงคืนวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า การที่แคนาดาปรับทิศทางเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดจะมีต้นทุนตามมา
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับแคนาดาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการค้าเท่านั้น โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคำสั่งให้เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวแคนาดา เป็นอย่างมาก
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012