ข่าว
รัสเซียยึดทรัพย์ 4 บริษัทชาติตะวันตก ตอบโต้ปมยุโรปสนับสนุนยูเครน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ลงนามในกฤษฎีกายึดทรัพย์สินของบริษัท 4 แห่งจากฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน และเบลเยียม โดยเป็นมาตรการตอบโต้การสนับสนุนยูเครนของยุโรปในสงครามกับรัสเซีย...

คำสั่งดังกล่าวระบุทรัพย์สินของบริษัททาร์เก็ตต์ ผู้ผลิตวัสดุปูพื้นจากฝรั่งเศส บริษัทเมนเชน ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากเยอรมนี บริษัทสเวอริเย อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิงส์ จากสวีเดน และบริษัทออนเท็กซ์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สุขอนามัยจากเบลเยียม รวมถึงทรัพย์สินในรัสเซียของเอวิโอซิส อดีตธุรกิจบรรจุภัณฑ์โลหะของยุโรป ซึ่งถูกซื้อกิจการโดยบริษัทโซโนโกจากสหรัฐ เมื่อเดือน ธ.ค. 2567...

แถลงการณ์ของทำเนียบเครมลินระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่ดำเนินต่อเนื่อง หลังเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา มีการเข้าควบคุมทรัพย์สินของเนสท์เล่ ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเครือค้าปลีกโอชองและเมโทร...

ในปัจจัยที่นำมาพิจารณา เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยึดทรัพย์สินของรัสเซียโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทรัพย์สินของบริษัทต่างชาติที่ถูกยึดถูกส่งให้บริษัทของรัสเซียเข้าบริหารภายใต้มาตรการควบคุมชั่วคราว ขณะที่บริษัทออนเท็กซ์ ซึ่งมีพนักงาน 350 คนในรัสเซีย และโรงงานตั้งอยู่ใกล้กรุงมอสโก ระบุว่ากำลังพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องทรัพย์สินและรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจในรัสเซีย

ส่วนทาร์เก็ตต์กล่าวว่ากำลังสูญเสียอำนาจควบคุมการดำเนินงานในประเทศ และอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์

เปสคอฟระบุด้วยว่า มาตรการนี้เป็นการตอบโต้ประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบโดยตรงในยูเครน แต่ย้ำว่าสามารถยกเลิกได้ในอนาคต และยอมรับว่า การเข้าควบคุมทรัพย์สินของชาติตะวันตกมีข้อเสียอยู่บ้าง พร้อมเรียกร้องให้บริษัทของรัสเซียที่เข้ารับช่วงกิจการ หันไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายในประเทศ.

เครดิตภาพ : REUTERS...

“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 17.22 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2569 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ต่อมาเมื่อเวลา 17.43 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2569 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น พระสงฆ์ 89 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิทรงธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงศีล พระราชวชิรธรรมโฆษิต ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “มหาราชกถา” จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์

จากนั้น ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก 18 ไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรอีกเที่ยวละ 18 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 4 เที่ยว จากนั้น ทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เข้าร่วมงาน “Thai to the World San Diego 2026”

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2026 กงสุลใหญ่สมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี และภริยา สุพรรณิการ์ เสริมสวัสดิ์ศรี และคณะท่านกงสุลจากนครลอสแอนเจลิส มาเป็นประธานพิธี เปิดงาน Thai to the World in San Diego 2026 ที่ Liberty Station Conference Center 2600 Laning Road, San Diego California ภายใต้สมาคมไทย America’s Thai Chamber of Commerce โดยคุณ นิกกี้ Nikki Summa นายกประธานจัดงาน ร่วมกับ สมาคมสามัคคี (SAMAKEE) Thai American Samakee Coalition

กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวในพิธีเปิด โดยชื่นชมบทบาทของ คณะผู้จัดงานในการสร้างพื้นที่ให้ชุมชนไทยในซานดิเอโกได้มาพบปะ เชื่อมโยง และร่วมกันเผยแพร่ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยสู่สังคมอเมริกัน พร้อมเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงคนไทย รุ่นบุกเบิกกับคนรุ่นใหม่ ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความสำเร็จและแนวคิดระหว่างรุ่น เพื่อร่วมกันสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยและสร้างอนาคตที่เข้มแข็ง ให้แก่ชุมชนไทยในสหรัฐฯ

ภายในงานมีกิจกรรมที่สะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย อาทิ อาหารไทย ดนตรีไทยและดนตรีร่วมสมัย นวดไทย มวยไทย ผ้าไทยและศิลปะไทย ตลอดจนเวทีเสวนาที่มุ่งถ่ายทอดประสบการณ์ของชุมชนไทยในสหรัฐฯ ในประเด็นเกี่ยวกับ Thai Legacy, Professional Excellence และ Youth and Future โดยกิจกรรมดังกล่าวมีส่วนช่วยส่งเสริม Soft Power ของไทย สร้างโอกาสแก่ ผู้ประกอบการไทย และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น

กงสุลใหญ่ฯ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของปี 2569 ซึ่งเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง ครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา โดยเห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมเฉลิมฉลองมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมถึงบทบาทและคุณูปการของชุมชนไทยที่มีต่อสังคมอเมริกัน

สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีของชุมชนไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมและผู้ประกอบการไทย ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทย และคนอเมริกันให้ลึกซึ้งขึ้น


ด่วน กราดยิงสลดในโรงเรียนประถมสหรัฐฯ ดับอย่างน้อย 4 ศพ เป็นเด็กนักเรียน 3 ศพ

เกิดเหตุยิงกราดที่โรงเรียนประถมในรัฐออริกอนของสหรัฐฯ มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นเด็ก 3 คนและผู้ใหญ่ 1 ขณะที่ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเอฟบีไอ

เกิดเหตุยิงกราดภายในโรงเรียนประถมซิลเวอร์เรล (Silver Rail Elementary School) ในเมืองเบนด์ รัฐออริกอนของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วยเด็ก 3 คนและผู้ใหญ่ 1 คน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุอายุราว 15-16 ปี เสียชีวิตด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ตำรวจเมืองเบนด์เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังมีรายงานว่าชายคนหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์บริเวณโรงเรียน ก่อนจะมีผู้โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุเข้าไปภายในอาคารเรียนและเปิดฉากยิง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง พบผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิตภายในอาคารโรงเรียน แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ยิงผู้ต้องสงสัย โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บหลายคน และอย่างน้อย 2 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนอาการยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้ที่อยู่ภายในโรงเรียนออกจากอาคาร โดยตรวจสอบห้องเรียนทีละห้อง ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือหน่วยงานท้องถิ่นในการสืบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้

ด้านเขตการศึกษาเบนด์-ลาไพน์ประกาศปิดโรงเรียนทุกแห่งในสังกัดในวันศุกร์ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสอบสวนหาสาเหตุและรายละเอียดเพิ่มเติมของเหตุยิงกราดครั้งนี้.

ที่มา : BBC

สำนักวาติกันเผยภาพแรก "โป๊ปเลโอที่ 14" หลังผ่าตัดมะเร็งปอด ทรงประกอบพิธีมิสซาในโรงพยาบาล

วาติกันเผยภาพพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประกอบพิธีมิสซาในห้องสวดมนต์ชั่วคราวของโรงพยาบาล หลังผ่าตัดมะเร็งปอด แพทย์ระบุพระอาการฟื้นตัวต่อเนื่อง เตรียมทรงสวดบทแองเจลัสต่อสาธารณะวันอาทิตย์นี้

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 สำนักวาติกันเผยแพร่ภาพสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทรงเข้ารับการผ่าตัดมะเร็งปอด โดยภาพแสดงให้เห็นพระองค์ทรงยืนประกอบพิธีมิสซาในห้องสวดมนต์ชั่วคราว ภายในโรงพยาบาลเจเมลลี กรุงโรม ประเทศอิตาลี

วาติกันระบุว่า พระองค์ทรงประกอบพิธีมิสซาเมื่อเที่ยงวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่ไม่ได้เข้าเวรเข้าร่วมด้วย พร้อมทรงกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแลทั้งพระองค์และผู้ป่วยรายอื่น ๆ ระหว่างบทเทศนา โดยพระอาการของสมเด็จพระสันตะปาปา พระชนม์ 71 พรรษาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเช้าวันศุกร์ทรงเข้ารับการตรวจเลือดและเอกซเรย์ทรวงอก ขณะเดียวกันยังทรงทำกายภาพบำบัดระบบทางเดินหายใจ และสามารถเคลื่อนไหวกับหายใจได้ด้วยพระองค์เอง รวมถึงทรงปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

รายงานข่าวระบุว่า พิธีมิสซาจัดขึ้นในห้องชั้น 10 ของโรงพยาบาล ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับรับรองสมเด็จพระสันตะปาปาเมื่อเสด็จเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยวาติกันเปิดเผยด้วยว่า พระองค์มีกำหนดทรงสวดบทแองเจลัส ในวันอาทิตย์นี้ นับเป็นการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะครั้งแรกหลังเข้ารับการรักษา

ทั้งนี้ แพทย์ยังไม่ได้เปิดเผยผลตรวจที่ยืนยันว่าทรงปลอดจากมะเร็งแล้วหรือไม่ และจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะที่พระกรณียกิจถูกยกเลิกจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม ส่วนกำหนดการเสด็จเยือนภูมิภาคละตินอเมริการะหว่างวันที่ 6-17 พฤศจิกายน ยังไม่มีการยืนยันว่าจะดำเนินการตามกำหนดเดิมหรือไม่ แม้วาติกันยังคงเตรียมการสำหรับการเดินทางครั้งนี้.

ที่มา CNN