หลังกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อซุปตาร์ใจบุญอย่าง "บุ๋ม ปนัดดา" ออกมาประกาศเจตนารมณ์สุดแกร่งว่า ในวัย 50 ปีเตรียมเซ็นยกทรัพย์สินให้เป็นสมบัติของชาติ จนทำเอาชาวเน็ตแห่เป็นห่วงกันยกใหญ่ว่า แล้วลูกๆ ทั้ง 3 คนจะอยู่อย่างไร?
ล่าสุด "แม่บุ๋ม" ไม่ปล่อยให้สงสัยนาน ออกมาโพสต์ไขข้อข้องใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบม้วนเดียวจบ! ยืนยันชัดเจนว่าเห็นหน้าใจดีแบบนี้แต่แม่ "วางแผนชีวิตรัดกุมมาก" โดยมรดกมหาศาลที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ได้ถูกจัดสรรปันส่วนแบ่งให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนไว้อย่าง "ครบถ้วนสมบูรณ์" เรียบร้อยแล้ว
“ขอชี้แจงกรณีที่มีคำถามเกิดขึ้น ว่าถ้าบุ๋มเซ็นยกมูลนิธิให้เป็นสมบัติของชาติ แล้วลูก ๆ ได้อะไร? คือต้องชี้แจงก่อนว่าที่บุ๋มจะเซ็นให้คือทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างบนพื้นแผ่นดินที่ซื้อไว้เพื่อทำเป็นมูลนิธิตรงรังสิตคลอง 8 จังหวัดปทุมธานีค่ะ จะไม่มีอะไรเป็นชื่อของบุ๋ม หลังจากวันเกิดอายุครบ 50 ปีนี้ค่ะ (10 ม.ค.)
ส่วนทรัพย์สมบัติที่เตรียมไว้ บุ๋มมีแบ่งไว้หลายส่วนแล้วค่ะ ส่วนนึงเป็นค่าใช้จ่ายไว้ดูแลพ่อแม่ยามที่ท่านแก่เฒ่า ส่วนบ้าน 3 ชั้นตรงรามอินทรา 23 ที่มี 15 ห้อง 200 ตร.วา ตรงนั้นคือมรดกที่มอบให้น้องอันดา ส่วนบ้านอีกหลังตรงถนน นวมินทร์ เป็นของอเล็กซ์กับอาเธอร์ (ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลัง ซื้อตั้งแต่ก่อนมีมูลนิธิ)
ส่วนที่ดินตรงปทุม 1 แปลง เป็นที่ดินที่ลูกบุญธรรมทุกคนสามารถมาอยู่ได้ถ้าชีวิตลำบาก ส่วนการศึกษาส่งจนเรียนจบทุกคน และเงินเก็บอีกก้อนนึง บุ๋มเก็บไว้ใช้ดูแลตัวเองยามแก่เฒ่าเพื่อไม่เป็นภาระลูกหลานค่ะ
ถ้าลองสังเกตดี ๆ บุ๋มเป็นคนชอบวางแผนชีวิตมากเลยค่ะ ต้องเรียนอะไร เรียนจบเมื่อไหร่ วางแผนการเงินยังไง มีลูกคนแรกตอนอายุเท่าไหร่ บริหารจัดการมูลนิธิยังไง ดังนั้นอยากให้ทุกคนสบายใจได้ค่ะ
ก่อนที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้ บุ๋มเชื่อเสมอว่าบุ๋มต้องดูแลตัวเองและลูกให้ดีก่อน ถึงจะสร้างความมั่นใจให้กับคนอื่นได้ค่ะ มันเป็นความท้าทายในชีวิตของบุ๋มหลายอย่าง แต่บุ๋มก็มีความสุขที่ได้ทำงานเพื่อสังคมค่ะ ขอบคุณสำหรับความเห็นที่ทำให้ได้ตอบในสิ่งที่พยายามทุกอย่างให้ดีที่สุดมาโดยตลอดนะคะ ขอบคุณที่เป็นห่วงบุ๋มและลูก ๆ ของบุ๋มด้วยค่ะ รักทุกคนค่ะ”
ขอชี้แจงอีกครั้งว่า ทรัพย์สินทั้งหมด หมายถึงทรัพย์สินที่อยู่บน แปลงที่ดินของมูลนิธิองค์กรทำดี ไม่ได้จะยกทุกอย่างที่สร้างมา จนชีวิตไม่เหลืออะไร เพียงแต่แต่มันมีที่ดินบางส่วนที่เป็นของส่วนตัวของบุ๋มเพื่อเอาไว้ปลูกบ้านข้างๆมูลนิธิ เพื่อเป็นบ้านสวนไว้ปฎิบัติธรรม แต่ทีมงานบอกว่างานขนาดนี้ แม่ไม่ได้สงบหรอกเอาที่ดินมาทำมูลนิธิเลยดีกว่า แล้วก็ล้อมรั้วสร้างอาคารปฏิบัติการอย่างที่เห็น ดังนั้นที่ดินบางส่วนมันยังเป็นชื่อของบุ๋ม ก็เลยคิดว่าวันนี้อายุ 50 ปีแล้วสมควรแก่เวลาที่จะยกให้เป็นของมูลนิธิทั้งหมด เผื่อเป็นประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป ส่วนทรัพย์สินส่วนตัวที่เป็นของลูกก็ยังเป็นของลูกค่ะ ส่วนสามีให้เค้าหาเอาเองค่ะ โตแล้วเนอะ ส่วนเรื่องเลี้ยงลูกอยู่บ้าน เป็นเรื่องที่เค้าอยากทำเองค่ะ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกทุกคนรวมทั้งลูกสามีและลูกบุญธรรม บุ๋มดูแลได้ทั้งหมดค่ะ เรื่องลูกบุ๋มเต็มที่อยู่แล้วค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ
ส่วนเรื่องมูลนิธิ เป็นเรื่องที่บุ๋มทำมานานแล้ว ดังนั้นใครที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตของบุ๋มเค้าต้องรู้อยู่แล้วค่ะ ว่าบุ๋มกำลังทำอะไร มีเป้าหมายชีวิตยังไงบ้าง และบุ๋มคงจะไม่ทิ้งสิ่งที่บุ๋มทุ่มเทมา 10 กว่าปี เงินหลายสิบล้านบาท เพื่อผู้ชายคนเดียวแน่นอน และบุ๋มก็โชคดีมากที่พี่เค้าเข้าใจและช่วยดูหลังบ้านตอนที่บุ๋มลงพื้นที่ และในความเป็นจริงพอเขามาช่วยงาน เค้าอินกว่าบุ๋มอีกค่ะ (ฮ่าๆๆ) ถ้าใครมาที่มูลนิธิในช่วงที่มีทั้งน้ำท่วมและการประทะกันที่ชายแดน คุณจะเห็นผู้ชายคนนึงยืนทำงานตัวดำคอยดูแลทุกคนอยู่ค่ะ มันเป็นความลงตัวที่วันนี้พวกเรามีความสุขกันดีในการได้ทำสิ่งดีๆในทุกวันค่ะ ขอบคุณทุกความเป็นห่วงอีกครั้งนะคะ เคลียร์เนอะ!
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012
